Samsung เปิดตัวเทคโนโลยีหน่วยความจำ HBM-PIM ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานของ Supercomputer

Samsung เปิดตัวเทคโนโลยีหน่วยความจำ HBM-PIM ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานของ Supercomputer ได้ 2.6 เท่า และประหยัดพลังงานลง

Credit: Samsung

Samsung ประกาศเปิดตัวเทคโนโลยีหน่วยความจำใหม่ HBM-PIM (High Bandwidth Memory – Processing-in-Memory) ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานของ Supercomputer ในการประมวลผลงานต่างๆ เช่น AI, Hyperscale AI และ HPC โดย HBM-PIM มีความสามารถในการช่วยลดอัตราการส่งข้อมูลไปมาระหว่าง CPU และ DRAM เพื่อประมวลผลได้ ซึ่ง PIM จะมีหน่วยประมวลผลขนาดเล็กภายในหน่วยความจำเพื่อใช้ในการประมวลผลข้อมูลที่จำเป็น โดยจากการทดสอบร่วมกับ AMD ในระบบ HPC Cluster ที่มีการใช้งาน AMD Instinct Mi100 Accelerator จำนวน 48 ตัว ระบบที่ใช้ HBM-PIM ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมวลผลได้ถึง 2.6 เท่า ในขณะเดียวกันก็ช่วยลดการใช้พลังงานได้ถึง 50%

Credit: Samsung

อย่างไรก็ตาม โซลูชันนี้ต้องอาศัยการปรับแต่งซอฟต์แวร์เพื่อให้รองรับการทำงาน ผ่านทางซอฟต์แวร์​ SYCL ซึ่งเป็นมาตรฐานแบบ Open Standard โดย Samsung จะพยายามพลักดันโซลูชันนี้ให้รองภายในซอฟต์แวร์ระบบ HPC และ AI เพิ่มขึ้นในอนาคต

ที่มา: https://semiconductor.samsung.com/emea/newsroom/tech-blog/samsung-electronics-semiconductor-unveils-cutting-edge-memory-technology-to-accelerate-next-generation-ai/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

ADVICE ผนึกพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ปั้น “Advice Business Solutions”ชูบทบาท AI Integrator รุกตลาด B2B เต็มรูปแบบ [PR]

บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด (มหาชน) หรือ ADVICE ผู้นำธุรกิจค้าปลีกและบริการด้านเทคโนโลยีแบบครบวงจร (IT Ecosystem)  เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ขยายบทบาทสู่ตลาดลูกค้าองค์กร (B2B) อย่างเต็มรูปแบบ …

เจาะลึกโอกาสธุรกิจ Quantum Computing มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ไม่ได้มีแค่ประโยชน์ทางธุรกิจ แต่กลับมาพร้อมกับภัยคุกตามใหม่

Quantum Computing กำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของคอมพิวเตอร์ดั้งเดิมสู่ยุคแห่งการสร้างโอกาสทางธุรกิจแบบไร้ขีดจำกัด โดยคาดว่าจะพลิกโฉมอุตสาหกรรมทั่วโลกและสร้างมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2035 ในขณะเดียวกัน ขีดความสามารถอันมหาศาลนี้ก็นำมาซึ่งภัยคุกคามต่อระบบการเข้ารหัสข้อมูลที่ใช้ในปัจจุบัน องค์กรจึงต้องเร่งปรับตัวสู่โครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัยในยุคควอนตัม