Samsung เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตชิป แม้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

Samsung เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตชิป แม้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

Samsung Electronics Ltd. รายงานแผนเพิ่มกำลังการผลิตชิปของโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ในปีหน้า ถึงแม้ว่าจะมีการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจเกิดขึ้นก็ตาม ซึ่งตรงกันข้ามกับคู่แข่งหลายรายที่พยายามลดกำลังการผลิตหรือประกาศปลดแรงงานก่อนหน้านี้ โดยรอยเตอร์คาดว่าจะช่วยให้ Samsung ได้ส่วนแบ่งตลาดชิปหน่วยความจำเพิ่มขึ้น รวมถึงช่วยดันราคาหุ้นให้เพิ่มสูงขึ้นได้เมื่อความต้องการในตลาดกลับมา จากรายงานของ Seoul Economic Daily เผยว่า Samsung จะมีการขยาย P3 semiconductor Fab ในพย็องแท็ก ประเทศเกาหลีใต้เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำให้มากขึ้น เพื่อรองรับการนำไปใช้งานใน PC และ Server นอกจากนี้ ยังมีแผนการเพิ่มความสามารถในการผลิตชิประดับ 4 นาโนเมตรอีกด้วย โดยเป็นการรับจ้างผลิตให้กับลูกค้าที่ต้องการ ซึ่งในแผนนั้นมีการจัดซื้อเครื่อง Extreme Ultraviolet Machine เพิ่มอีกอย่างน้อย 10 เครื่องเพื่อใช้ในการผลิตชิป

ก่อนหน้านี้ Samsung มีกำไรในไตรมาสที่สามลดลงถึง 31% เนื่องจากยอดขายชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวลดลง โดยธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ที่สร้างรายได้หลักให้ Samsung นั้นมีการปรับตัวลดลงเกือบ 50% ในปีนี้ อย่างไรก็ตาม Samsung ยังไม่มีแผนในการปรับลดกำลังการผลิตลงแต่อย่างใดและยังยืนยันจะทำตามแผนการลงทุนที่วางเอาไว้ตามเดิม

ที่มา: https://siliconangle.com/2022/12/26/samsung-reportedly-planning-increase-chip-production-despite-economic-slowdown/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Tenable จับมือ Anthropic เข้าร่วม “Project Glasswing” ยกระดับการป้องกันไซเบอร์ในยุค AI [Guest Post]

การเข้าร่วม Project Glasswing และการได้ร่วมทำงานกับ Claude Mythos Preview ในครั้งนี้ จะช่วยให้ Tenable สามารถสนับสนุนลูกค้าให้เข้าใจพฤติกรรมของโมเดล AI ระดับแนวหน้า (Frontier AI) …

Amazon เตรียมปลดระวาง Mechanical Turk ไม่รับผู้ใช้งานเพิ่มแล้ว

Amazon Web Services (AWS) ได้ยุติการรับลูกค้าใหม่สำหรับบริการที่มีอายุเก่าแก่หลายทศวรรษอย่าง Mechanical Turk เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นสัญญาณเตือนถึงจุดสิ้นสุดของแพลตฟอร์มตลาดแรงงานแบบคราวด์ซอร์สรุ่นบุกเบิกนี้