Salesforce ได้เปิดตัวชุดเอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับทีมขายและทีมสนับสนุนด้านเทคนิค

เอเจนต์เหล่านี้กำลังทยอยเปิดตัวควบคู่ไปกับ Agentforce Coworker เวอร์ชันใหม่ ซึ่งเป็นเครื่องมือระบบอัตโนมัติที่รวมอยู่ในบริการคลาวด์ต่าง ๆ ของบริษัท โดยฟีเจอร์ใหม่ส่วนใหญ่พร้อมให้ใช้งานแล้วในวันนี้ และส่วนที่เหลือจะเปิดตัวภายในสิ้นปีนี้
Hunter ซึ่งเป็นเอเจนต์ใหม่ตัวแรกของ Salesforce ช่วยให้พนักงานขายแบบธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ค้นหาลูกค้าเป้าหมายและร่างอีเมลเพื่อติดต่อสื่อสาร นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มความคล่องตัวในขั้นตอนถัดไปของกระบวนการทำข้อตกลง โดย Salesforce ระบุว่า Hunter ช่วยทำงานต่าง ๆ ให้เป็นอัตโนมัติ เช่น การเตรียมความพร้อมพนักงานขายสำหรับการนำเสนองานและการสร้างข้อเสนอทางธุรกิจ
ข้อตกลงธุรกิจกับธุรกิจบางรายการอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะปิดการขายได้ ตามข้อมูลของ Salesforce ระบุว่า Hunter สามารถทำงานในช่วงเวลาที่ยาวนานเช่นนั้นได้ด้วยโมดูลที่เรียกว่า long-horizon runtime ซึ่งช่วยให้เอเจนต์สามารถพัฒนาแผนการทำงานระยะยาวและนำข้อมูลกลับมาใช้ใหม่ข้ามเซสชันการสนทนาได้
ในการเปิดตัวครั้งนี้ โมดูลดังกล่าวยังมีให้ใช้งานเฉพาะใน Hunter เท่านั้น แต่ Salesforce มีแผนที่จะนำไปรวมไว้ในเอเจนต์ตัวอื่น ๆ ที่เปิดตัวในครั้งนี้เพิ่มเติมในอนาคต
Hunter เป็นหนึ่งในสามเอเจนต์ AI ที่เน้นด้านการขายซึ่งเปิดตัวในครั้งนี้ โดยมี Piper และ Carter ร่วมด้วย ซึ่งบริษัทต่าง ๆ สามารถนำไปฝังไว้ในเว็บไซต์ของตนได้ Piper จะทำหน้าที่ทักทายลูกค้า B2B ที่อาจสนใจ และส่งต่อไปยังพนักงานขายที่เหมาะสมที่สุด ส่วน Carter จะช่วยผู้ค้าปลีกออนไลน์ตอบคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้บริโภค ซึ่งรวมถึงวิดเจ็ตการชำระเงินภายในแชทด้วย
ทีมสนับสนุนลูกค้าที่ใช้ Salesforce จะได้รับสิทธิ์เข้าถึงเอเจนต์ใหม่ 2 ตัว ตัวแรกมีชื่อว่า Casey ซึ่งสามารถทำงานต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ เช่น การประมวลผลคำร้องขอคืนสินค้า และอีกตัวคือ Fin ซึ่งออกแบบมาเพื่อกรณีการใช้งานด้านการสนับสนุนในลักษณะเดียวกัน โดยเอเจนต์ตัวหลังนี้ใช้เทคโนโลยีที่ Salesforce ได้มาเมื่อต้นปีนี้จากการเข้าซื้อกิจการมูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์
บริษัทยังได้เปิดตัวเครื่องมือระบบอัตโนมัติสำหรับทีมบริการช่วยเหลือภายในองค์กรอีกด้วย เอเจนต์ที่มีชื่อว่า Paige สามารถตอบคำถามด้านทรัพยากรบุคคลและรับคำขอการสนับสนุนด้านเทคนิคของพนักงานได้ นอกจากนี้ยังมีเอเจนต์ชื่อ Marshall ที่จะทำหน้าที่จัดการงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ สำหรับทีมซัพพลายเชนให้โดยอัตโนมัติ
บริษัทต่าง ๆ สามารถปรับแต่งเอเจนต์เหล่านี้ได้โดยใช้ไวยากรณ์การเขียนโปรแกรมที่เรียกว่า Agent Script ซึ่ง Salesforce ระบุว่าช่วยให้นักพัฒนาสามารถกำหนดให้เอเจนต์ดำเนินการงานสำคัญในรูปแบบที่เฉพาะเจาะจงได้ คำสั่งดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการหลอนใน AI ได้
เอเจนต์ใหม่เหล่านี้กำลังทยอยเปิดตัวพร้อมกับการอัปเดต Agentforce Coworker ซึ่งเป็นเอเจนต์ AI ที่มีอยู่เดิมภายในบริการต่าง ๆ ของ Salesforce โดยช่วยให้พนักงานสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลทางธุรกิจ เช่น ข้อมูลลูกค้า และ Agentforce Coworker ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการเอเจนต์ที่สร้างขึ้นโดยเพื่อนร่วมงานอีกด้วย
การปรับปรุงแรกคือฟีเจอร์ที่เรียกว่า Multi-Agent Orchestration ซึ่งช่วยให้ Agentforce Coworker สามารถแบ่งงานที่ซับซ้อนออกเป็นงานย่อย ๆ ให้กับเอเจนต์เฉพาะทางหลายตัวได้ ฟีเจอร์ใหม่อีกตัวหนึ่งช่วยให้สามารถปรับปรุงคุณภาพผลลัพธ์ของเอเจนต์ย่อยเหล่านั้นได้อย่างต่อเนื่อง สุดท้ายคือความสามารถที่เรียกว่า AI Skills ซึ่งจะช่วยให้พนักงานปรับแต่งวิธีการทำงานของ Agentforce Coworker ได้ง่ายขึ้น
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









