นักวิจัยพัฒนา AI สำหรับอ่านปาก แม่นยำถึง 93.4%

ทีมนักวิจัยจาก University of Oxford ได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเทคโนโลยีการอ่านปากด้วย Deep Learning ด้วยความแม่นยำที่สูงถึง 93.4% ต่างจากความแม่นยำของมนุษย์ที่มีเพียง 52.3% เท่านั้น

oxford_university_lipnet

โครงการนี้เริ่มต้นโดยการนำข้อมูลจาก GRID http://scitation.aip.org/content/asa/journal/jasa/120/5/10.1121/1.2229005 ซึ่งได้รวบรวมวิดีโอการพูดประโยคความยาว 3 วินาทีที่ฟังไม่เข้าใจนับหมื่นรูปแบบจากอาสาสมัคร 34 คนเอาไว้พร้อมคำบรรยายประกอบ โดยแต่ละประโยคนั้นจะประกอบไปด้วย คำสั่ง สี คำบุพบท ตัวอักษร ตัวเลข และคำขยายกิริยา

ปัจจุบันความแม่นยำระดับนี้ยังคงทำได้เฉพาะกับข้อมูลจำกัดเหล่านี้เท่านั้น แต่ทีมวิจัยก็มองในแง่ดีว่าถึงแม้จะมีข้อมูลจำกัดระบบ AI ก็ยังสามารถเรียนรู้ได้ดี หากมีข้อมูลมากกว่านี้ระบบ AI จะต้องแม่นำยิ่งขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

เทคโนโลยีนี้มีความเป็นไปได้ที่จะถูกนำไปใช้ผู้ที่บกพร่องทางการฟังให้สามารถทราบได้ว่าคู่สนทนากำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ในที่ที่มีเสียงดัง

สำหรับความเป็นไปได้ที่ความสามารถนี้จะถูกนำไปรวมอยู่บนอุปกรณ์ CCTV เพื่อตรวจสอบว่าใครพูดอะไรกันบ้างนั้นถือว่ายังต่ำอยู่ เพราะเทคโนโลยีนี้จำเป็นต้องเห็นลิ้นของผู้พูดด้วย ทำให้ต้องอาศัยกล้องคุณภาพดีและถ่ายจากหน้าตรงเท่านั้น ซึ่งถ้าหากจะทำถึงระดับนั้นการติดตั้งไมโครโฟนก็ดูจะเป็นทางออกที่ง่ายกว่าในการดักฟัง

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านงานวิจัยฉบับเต็มได้ที่ http://www.oxml.co.uk/publications/2016-Assael_Shillingford_LipNet.pdf เลยนะครับ

ที่มา: http://www.theverge.com/2016/11/7/13551210/ai-deep-learning-lip-reading-accuracy-oxford


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

MongoDB ออก MongoDB 4.2 และเปิดตัว Atlas Data Lake

MongoDB ได้ประกาศเปิดตัว MongoDB เวอร์ชันล่าสุด 4.2 ซึ่งมีการเพิ่มฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยอย่าง ‘Field Level Encryption’ รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Atlas Data Lake และฟีเจอร์ Full …

ผลการจัดอันดับ Supercomputer ล่าสุดออกแล้ว! IBM รั้ง 2 อันดับเร็วสุดในโลก ตามด้วยจีน

ผลการจัดอันดับ Supercomputer ของ TOP500 ครั้งที่ 53 ออกมาแล้วอย่างเป็นทางการ และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทุกระบบในการจัดอันดับนี้มีความเร็วเกินกว่า 1 Petaflops ทั้งหมด เข้าสู่ยุคของ Supercomputer ความเร็วระดับ Peteflops แล้ว โดยใน 10 อันดับแรกมีดังนี้