Qualcomm พับแผน SoC เผยแผนสถาปัตยกรรมใหม่แบบหลายชิปให้กับแว่นตา AR

Qualcomm พัฒนาสถาปัตยแบบกรรมหลายชิปเพื่อให้แน่ใจว่าแว่นตาจะให้ความรู้สึกเหมือนแว่นปกติมากขึ้นจากการเสริม Snapdragon AR2 Gen 1 เพื่อทำให้ฮาร์ดแวร์มีรูปทรงบางและเบาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
 
Qualcomm พยายามและต้องการเปลี่ยนเรื่องราวเกี่ยวกับแว่นตา Augmented Reality (AR) โมเดลส่วนใหญ่จะมีรูปทรงลักษณะหนา หนัก และถูกจำกัดด้วยอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ต่ำ ด้วยเหตุผลข้อจำกัดเหล่านี้และเพื่อแก้ไขปัญหา Qualcomm ได้ล้างกระดานเดิมออกและใช้แนวทางแบบใหม่ทั้งหมดในการพัฒนาสถาปัตยกรรม Snapdragon AR2 Gen 1 ซึ่งได้ประกาศแผนนี้แล้วในระหว่างการประชุมสุดยอด Snapdragon ประจำปี 2565
 
แนวทางใหม่ที่กล่าวมา คือ สถาปัตยกรรมการประมวลผลแบบกระจายหลายชิปของ Qualcomm แทนที่จะยัดทุกอย่างลงบนชิปเพียงตัวเดียว Qualcomm แยกส่วนประกอบแต่ละส่วนออกและกระจายไปรอบๆ เฟรมของ AR2 Gen 1 ซึ่งช่วยให้ Qualcomm สามารถออกแบบแว่นตา AR ให้มีรูปทรงที่บางลงและขับเคลื่อนด้วยชุดประมวลผลที่ทรงพลัง

ส่วนประกอบหลักสามส่วน ได้แก่

  • ตัวประมวลผล AR – (AR Processor)
  • ตัวประมวลผลร่วม AR – (AR Co-processor)
  • แพลตฟอร์มการเชื่อมต่อ – (Connectivity Platform)
ในขณะที่สององค์ประกอบแรกสามารถจับและประมวลผลข้อมูลเซ็นเซอร์บนเครื่องได้ แพลตฟอร์มการเชื่อมต่อช่วยให้มั่นใจได้ถึงการเชื่อมต่อที่รวดเร็วกับสมาร์ทโฟนหรือพีซีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยลดภาระงานการประมวลผลข้อมูลที่ถูกร้องขอเข้ามามากขึ้น
 
ตัวประมวลผล AR – (AR Processor) รองรับกล้องในตัวได้สูงสุด 9 ตัว และมีความหน่วงต่ำ ทำให้สามารถใช้เวลาตอบสนองที่รวดเร็วขึ้นในขณะที่มีการเคลื่อนไหวของผู้คนโดยรอบๆ การเร่งด้วยฮาร์ดแวร์ช่วยปรับปรุงการติดตามการเคลื่อนไหวและการแปลเป็นภาษาท้องถิ่นด้วยการรองรับอย่างเต็มที่สำหรับอิสระถึง 6 ระดับ
 
ตัวประมวลผลร่วม AR – (AR Co-processor) รวมกล้องและข้อมูลเซ็นเซอร์เพื่อช่วยในการติดตามดวงตาและการจดจำม่านตาสำหรับการเรนเดอร์แบบ Foveated ซึ่งช่วยลดความต้องการพลังงาน นอกจากนี้ยังผสานร่วมกับ Fast Connect 7800 ซึ่งเป็นโมดูล Wi-Fi ตัวเดียวกับที่ใช้ในโปรเซสเซอร์มือถือ Snapdragon 8 Gen 2 ที่รองรับมาตรฐาน Wi-Fi 7 โดยมีความหน่วงน้อยกว่า 2ms และความเร็วในการรับส่งข้อมูลสูงสุด 5.8Gbps
 
การวางโมดูลแต่ละโมดูลไว้ตามจุดต่างๆ รอบ Snapdragon AR2 Gen 1 และการถ่ายโอนงานประมวลผลบางอย่างไปยังสมาร์ทโฟนช่วยให้ Qualcomm เพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุด ตัวอย่างเช่น โปรเซสเซอร์ 4nm Hexagon Tensor เสริมประสิทธิภาพด้าน AI เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า ในขณะที่ลดการใช้พลังงานลง 50% เมื่อเทียบกับแว่นตา AR รุ่นก่อนหน้าของ Qualcomm ที่สำคัญสิ่งนี้ทำให้ขนาดของก้านเกี่ยวหูเล็กและบางลงถึง 40% ซึ่งหมายความว่าแว่น AR จะให้ความรู้สึกเหมือนแว่นปกติมากขึ้น
นอกเหนือจากฮาร์ดแวร์ใหม่แล้ว Qualcomm ยังทำงานร่วมกับพันธมิตรหลายราย โดยเฉพาะ Microsoft เพื่อให้แน่ใจว่าเปิดกว้างสำหรับนักพัฒนาในการสร้างแว่นตา AR2 Gen 1 Snapdragon AR2 และ Snapdragon 8 Gen 2 ได้รับการปรับแต่งสำหรับแพลตฟอร์ม Snapdragon Spaces Ready Developer ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้นักพัฒนามีแนวความคิดใหม่ๆ ว่าแว่นตา AR จะทำอะไรได้บ้าง
 
Qualcomm กล่าวว่า บริษัทต่างๆ เช่น Lenovo, LG, Oppo, Sharp, TCL และบริษัทอื่นๆ ได้แสดงความสนใจในแพลตฟอร์มนี้และกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี Qualcomm ไม่ได้ให้ข้อมูลเสริมถึงแผนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ AR2 จะออกสู่ตลาดเมื่อใด
 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ