SUSE by Ingram

NSS Labs ออกผลทดสอบ Breach Detection Systems ปี 2017

 

 

NSS Labs บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัย ออกรายงานผลทดสอบ Breach Detection Systems ประจำปี 2017 พร้อม Security Value Map (SVM) พบว่ามี 4 จาก 7 ผลิตภัณฑ์ได้รับการจัดอันดับเป็น “Recommended” และ 1 ผลิตภัณฑ์ถูกจัดอันดับเป็น “Caution”

ผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมทดสอบประกอบด้วย
  • Check Point Software Technologies 15600 Next Generation Threat Prevention & SandBlast™ (NGTX) Appliance R77.30
  • Cisco FirePower 8120 v.6 & Cisco AMP v.5.1.9.10430
  • FireEye Network Security NX 10450 v7.9.2 & EX 8400 v7.9.0
  • FireEye Network Security 6500NXES-VA v7.9.2
  • Fortinet FortiSandbox-2000E v.FSA 2.4.1 & FortiClient (APT Agent) v.5.6.0.1075
  • Lastline Enterprise v7.25
  • Trend Micro Deep Discovery Inspector Model 4000 v3.8 SP5 & OfficeScan (OSCE) v.12.0.1807

ผลการทดสอบที่น่าสนใจมีดังนี้
  • ผลิตภัณฑ์ 5 ใน 7 ไม่สามารถตรวจจับการหลีกเลี่ยงระบบได้
  • ผลการทดสอบโดยรวม Security Effectiveness อยู่ระหว่าง 80.2% ถึง 100.0%
  • ค่าเฉลี่ย Security Effectiveness อยู่ที่ 93.2% โดยมี 5 ผลิตภัณฑ์ที่มี Security Effectiveness สูงกว่าค่าเฉลี่ย และอีก 2 ผลิตภัณฑ์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
  • อัตราการเกิด False positive อยู่ที่ 0 ถึง 0.36% ซึ่งต่ำกว่าผลทดสอบในปีที่ผ่านมา
  • ผลิตภัณฑ์ส่วนมาก สามารถตรวจจับ Majority of breaches ได้ภายใน 60 นาที แต่ผลิตภัณฑ์บางตัวใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะตรวจพบ
  • Lastline เป็นผลิตภัณฑ์ที่ยังคงได้รับ Security Effectivenss สูงที่สุด 100.0% เหมือนปีที่ผ่านมา แต่ Trend Micro ก็ได้รับ Security Effectiveness 100.0% โดยไม่มี False positive เลยเช่นเดียวกัน
ผู้ที่สนใจสามารถอ่านผลรายการทดสอบของ Trend Micro, Lastline ได้ที่

ที่มา: https://www.nsslabs.com/company/news/press-releases/nss-labs-announces-2017-breach-detection-systems-group-test-results/

About นักเขียนฝึกหัดหมายเลข 3

Check Also

Citrix เข้าซื้อกิจการ Wrike ระบบ Work Management สำหรับองค์กรมูลค่า 67,500 ล้านบาท

Citrix ได้ออกมายืนยันถึงการเข้าซื้อ Wrike ธุรกิจ Startup ที่เติบโตมาเป็นระบบ Work Management Platform สำหรับธุรกิจองค์กรที่มูลค่า 2,250 ล้านเหรียญหรือราวๆ 67,500 ล้านบาท

รู้จักกับแนวทาง Unified Fast File and Object (UFFO) สำหรับจัดเก็บข้อมูลสมัยใหม่เพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ประมวลผลได้อย่างง่ายดาย

ท่ามกลางยุคสมัยที่ข้อมูลใหม่ๆ ถูกสร้างขึ้นอยู่ตลอดเวลา และความต้องการในการนำข้อมูลไปใช้ต่อยอดสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจนั้นเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวทางการในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อให้พร้อมต่อการนำไปใช้อยู่เสมอนั้นจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญโจทย์หนึ่งขององค์กร