โฆษณาตัวใหม่ของ Microsoft ชี้ Microsoft Edge ประหยัดไฟกว่า Google Chrome ถึง 70%

Microsoft ได้ออกโฆษณาตัวใหม่สำหรับ Microsoft Edge โดยนำ Laptop จำนวน 4 เครื่องมาเปิดใช้งาน Web Browser 4 ตระกูลดังได้แก่ Microsoft Edge, Google Chrome, Mozilla Firefox และ Opera เพื่อโชว์ว่าเครื่องที่ใช้ Google Chrome นั้นแบตเตอรี่จะหมดก่อนเป็นเครื่องแรก ในขณะที่เครื่องที่ใช้ Microsoft Edge จะใช้แบตเตอรี่ได้นานที่สุด

Credit: http://www.theverge.com/2016/6/20/11975514/microsoft-chrome-edge-browser-battery-life-tests
Credit: http://www.theverge.com/2016/6/20/11975514/microsoft-chrome-edge-browser-battery-life-tests

 

การทดลองของ Microsoft แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือการทดลองเข้าใช้เว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานนิยมใช้ ในขณะที่อีกการทดลองนั้นจะทำการทดลอง Stream HD Video ซึ่งเครื่องที่ทดสอบด้วย Google Chrome สามารถอยู่ได้นานเพียง 4 ชั่วโมง 19 นาที ในขณะที่เครื่องที่ทดสอบด้วย Microsoft Edge นั้นอยู่ได้นานถึง 7 ชั่วโมง 22 นาทีเลยทีเดียว

ทั้งนี้นี่คือการทดสอบในเชิงการใช้พลังงานเท่านั้น ไม่ได้นับถึงฟีเจอร์และความสามารถอื่นๆ แต่อย่างใด

ลองดูคลิปโฆษณาได้ที่นี่เลยนะครับ

ที่มา: http://www.theverge.com/2016/6/20/11975514/microsoft-chrome-edge-browser-battery-life-tests

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้