Microsoft เปิดตัว ReactXP ชุด Framework สำหรับพัฒนา Cross-Platform Application ด้วย React

ด้วยความแพร่หลายของ React และ React Native ภายใต้แนวคิด Learn Once, Write Anywhere นั้น ก็ทำให้ Web Application นั้นสามารถถูกแปลงไปเป็น iOS/Android Application ได้ด้วยการปรับแต่งส่วนของการแสดงผลใหม่เพียงเล็กน้อย แต่ทาง Microsoft นั้นต้องการจะพัฒนา React ต่อยอดขึ้นไปอีกเพื่อให้สามารถพัฒนา Cross Platform Application ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เกิดเป็นโครงการ ReactXP ขึ้นมา

Credit: Microsoft

 

ReactXP นี้พัฒนาต่อยอดขึ้นมาจาก React JS และ React Native โดยคำว่า XP นี้ย่อมาจากคำว่า X-Platform หรือ Cross Platform ที่หมายถึงรองรับได้ทั้ง Web, iOS, Android และ Windows ได้นั่นเอง โดยได้ผนวกรวมทั้งส่วนของ API, Component, Prop, Style และ Animation ที่ใช้งานร่วมกันได้ใน React JS และ React Native มารวมกันเอาไว้ และมีเพียงค่าที่ขึ้นกับ Platform เหลือให้น้อยที่สุด

ทีมพัฒนา ReactXP นี้ได้ทำให้ ReactXP มีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ โดย Core Component และ API นั้นก็ถูกจำกัดเอาไว้เฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการพัฒนา Application ได้เกือบทุกรูปแบบแล้ว

ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://microsoft.github.io/reactxp/ เลยครับ

 

ที่มา: https://www.onmsft.com/news/microsoft-releases-reactxp-a-framework-for-building-cross-platform-apps-with-react

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา Confluent – Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams [16 ก.ย. 2026 ณ St Regis Bangkok]

Confluent ขอเชิญ CIO, CTO, CDO, CAIO, AI Engineer, Data Engineer, Data Scientist, Cloud Engineer, Software Engineer และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนา “Confluent - Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams” ณ โรงแรม The St. Regis Bangkok ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2026

Samsung ลั่น อุปสงค์ชิปหน่วยความจำจะดันกำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 19 เท่า

รายงานผลประกอบการเบื้องต้นที่เผยแพร่โดย Samsung ระบุว่า ยอดขายและราคาของชิปหน่วยความจำที่ทำสถิติสูงสุดจะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สองของ Samsung เพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า