Microsoft เข้าซื้อกิจการ Fungible สตาร์ทอัพพัฒนาชิป DPU

Microsoft เข้าซื้อกิจการ Fungible สตาร์ทอัพพัฒนาชิป Data Processing Units (DPU)

Fungible Inc. เป็นบริษัทสตาร์ทอัพผู้พัฒนาชิป Data Processing Units (DPU) สำหรับใช้งานในศูนย์ข้อมูล ชิปดังกล่าวมีความสามารถในการ Offload งานต่างๆที่ต้องประมวลผลผ่าน CPU เช่น การทำ Encryption มาทำงานบนชิป DPU เพื่อช่วยเร่งความเร็วได้ทันที ช่วยเพิ่มความเร็วในการทำงาน และลดต้นทุนของศูนย์ข้อมูลลงไปได้ นอกจากนี้ Fungible ยังมีผลิตภัณฑ์ Fungible Storage Cluster ซึ่งใช้ DPU ในการบีบอัดข้อมูลและทำ Erasure Coding เพื่อช่วยป้องกันข้อมูลในกรณีฮาร์ดแวร์เสียหายได้อีกด้วย

Microsoft ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ Fungible Inc. โดยไม่เปิดเผยมูลค่า แต่คาดว่าดีลนี้น่าจะมีมูลค่าราว 190 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 6.3 พันล้านบาท นักพัฒนาของ Fungible ทั้งหมดจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Microsoft Data Center Infrastucture Engineering Group คาดว่า Microsoft อาจใช้ประสบการณ์ที่มีของ Fungible ในการพัฒนาชิปประมวลผลของตนเองออกมา เพื่อให้บริการบน Azure Cloud เช่นเดียวกับคู่แข่งอย่าง AWS และ Google Cloud ที่ต่างก็มีชิปประมวลผลให้บริการบนคลาวด์ของตนเอง ก่อนหน้านี้ Microsoft ได้เข้าซื้อกิจการ Lumenisity Ltd. ผู้พัฒนาระบบ High-speed Networking Cable สำหรับใช้งานในศูนย์ข้อมูลมาแล้ว

ที่มา: https://siliconangle.com/2023/01/09/microsoft-acquires-data-center-chip-startup-fungible/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนา Confluent – Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams [16 ก.ย. 2026 ณ St Regis Bangkok]

Confluent ขอเชิญ CIO, CTO, CDO, CAIO, AI Engineer, Data Engineer, Data Scientist, Cloud Engineer, Software Engineer และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมงานสัมมนา “Confluent - Data Streaming World Tour Bangkok : AI Ships when Data Streams” ณ โรงแรม The St. Regis Bangkok ในวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2026

Samsung ลั่น อุปสงค์ชิปหน่วยความจำจะดันกำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 19 เท่า

รายงานผลประกอบการเบื้องต้นที่เผยแพร่โดย Samsung ระบุว่า ยอดขายและราคาของชิปหน่วยความจำที่ทำสถิติสูงสุดจะส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสที่สองของ Samsung เพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า