Linux Foundation เปิดตัวโปรแกรม ‘Open Source Software Development, Linux and Git Professional Certificate’

สำหรับท่านใดที่ต้องการพัฒนาตัวเองในเรื่องของทักษะการพัฒนา Open Source สามารถเข้าเรียนกับ Linux Foundation ผ่าน Edx 

Certificate นี้ประกอบด้วยเนื้อหา 3 ส่วนคือ

1.) Open Source Software Development : Linux for Developer (LDF107x) จะสอนคอนเซปต์การพัฒนา Open Source บน Linux ซึ่งผู้เรียนไม่จำเป็นต้องเก่ง Linux มาก่อนเพราะในคอร์สจะสอนให้ตั้งแต่ติดตั้ง รวมถึงการใช้ Text Editor คำสั่งและระบบอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

2.) Linux Tools for Software Development (LFD108x) ว่าด้วยเรื่องของเครื่องมือที่จำเป็นกับการทำงานบน Linux และใครที่อยากเข้าใจพื้นฐานการพัฒนา Open source

3.) Git for Distributed Software Development (LFD109x) พูดถึงเรื่องที่นักพัฒนาสมัยใหม่ต้องเป็นแล้วก็คือการใช้งาน Git ในการทำงาน

โดยเมื่อจบ 3 หลักสูตรนี้ก็จะได้ Certificate มาครอบครองหากท่านจ่ายเงินเรียน 149 เหรียญสหรัฐฯต่อคอร์ส หรือถ้าแค่อยากหาความรู้เข้าเรียนฟรีก็ได้ ผู้สนใจตามกันต่อได้ที่ https://www.edx.org/professional-certificate/linuxfoundationx-open-source-software-development-linux-and-git?utm_medium=partner-marketing&utm_source=press&utm_campaign=linuxfoundation&utm_content=pressrelease-osdevelopmentpc

ที่มา : https://www.zdnet.com/article/linux-foundation-launches-open-source-software-development-linux-git-certification/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Verena Siow ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ SAP [PR]

SAP เอเชียแปซิฟิก (APAC) ประกาศแต่งตั้ง Verena Siow ดำรงตำแหน่งประธานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีผลทันที โดยจะประจำอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ในบทบาทใหม่นี้ เธอจะมุ่งขับเคลื่อนความสำเร็จของลูกค้า เร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของธุรกิจ และช่วยให้องค์กรทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้รับคุณค่าสูงสุดจากโซลูชันของ SAP

หัวเว่ยชูแนวคิดเร่งพัฒนาโครงข่าย AI-Ready Networks ปลดล็อกอนาคตอัจฉริยะของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก [PR]

หัวเว่ย ระบุว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังผลักดันให้โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมต้องยกระดับจากการเป็นเพียงเครือข่ายสื่อสาร ไปสู่ AI-Ready Network ที่รองรับการประมวลผลอัจฉริยะ การรับส่งข้อมูลความหน่วงต่ำ และการเชื่อมต่อที่มีเสถียรภาพ เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต