[Guest Post] แคสเปอร์สกี้ เผย พบกลุ่มแรนซัมแวร์จ้องโจมตีองค์กรในอาเซียน เช่น Maze

แคสเปอร์สกี้เผย พบกลุ่มแรนซัมแวร์จ้องโจมตีองค์กรในอาเซียน เช่น Maze องค์กรจำเป็นต้องเสริมสร้าง Threat Intelligence เหตุแรนซัมแวร์เริ่มใช้วิธีแบล็คเมล์ให้องค์กรยอมจ่ายเงิน

 

หากจะมีเรื่องดีอย่างหนึ่งที่เกิดจากสถานการณ์ COVID-19 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นก็คือการพิสูจน์ว่าภูมิภาคนี้มีความสามารถในการรองรับดิจิทัล งานวิจัยในปี 2020 ที่จัดทำโดยแคสเปอร์สกี้ที่สำรวจผู้ตอบแบบสอบถาม 760 คนในภูมิภาคนี้ พบว่าเกือบ 8 ใน 10 คนกำลังทำงานจากที่บ้าน

การเพิ่มเวลาอีกสองถึงห้าชั่วโมงจากค่าเฉลี่ยการท่องเว็บ 8 ชั่วโมงต่อวันของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ ในด้านการเงินพบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 47% ได้เปลี่ยนไปชำระเงินและการทำธุรกรรมทางธนาคารทางออนไลน์เนื่องจากการล็อกดาวน์และการระวังด้านความปลอดภัยในแต่ละประเทศ

เทคโนโลยีและเวิลด์ไวด์เว็บกำลังก้าวขึ้นเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพซึ่งทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ได้เพื่อความอยู่รอดในช่วงเวลานี้ อย่างไรก็ตามการพึ่งพาอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นยังเปิดช่องโหว่ที่อาชญากรไซเบอร์สามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น ด้วยผลพวงจากการแพร่ระบาดทางดิจิทัลและสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคนี้ แคสเปอร์สกี้เปิดเผยว่าปัจจัยทั้งสองนี้ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของภัยคุกคามในภูมิภาคไปอย่างไร

 

 

นายวิทาลี คัมลัก ผู้อำนวยการทีมวิเคราะห์และวิจัยของแคสเปอร์สกี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ปี 2020 ไม่เหมือนปีอื่นๆ เป็นเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง และยังเป็นการเปลี่ยนแปลงเวลาอีกด้วย วิธีการเดินทาง วิธีที่เราซื้อสินค้า วิธีที่เรามีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันนั้นเปลี่ยนไป รูปแบบภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ก็มีการพัฒนาตั้งแต่เริ่มมี COVID-19”

“ก่อนหน้านี้เราระมัดระวังในการปรับปรุงระบบให้ทันสมัยเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการแพร่ระบาดของคอมพิวเตอร์เวิร์มอย่าง WannaCry ในปี 2017 ซึ่งส่งผลกระทบต่อคอมพิวเตอร์หลายแสนเครื่องใน 150 ประเทศเป็นอย่างน้อย ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2020 เราได้เห็นแคมเปญฟิชชิ่งที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของโรคระบาด ซึ่งก่อนหน้านี้ทางแคสเปอร์สกี้ได้พูดถึงไปแล้ว แต่รูปแบบภัยคุกคามบางครั้งก็พัฒนาในรูปแบบที่คาดเดาไม่ได้” นายวิทาลี กล่าวเสริม

 

การเพิ่มขึ้นของแรนซัมแวร์แบบพุ่งเป้าโจมตี

แรนซัมแวร์แบบพุ่งเป้าโจมตีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ตรวจจับโดยแคสเปอร์สกี้ในปี 2020

 

นายวิทาลี เปิดเผยว่า อาชญากรไซเบอร์ได้เพิ่มการแบล็กเมล์ เพื่อให้แน่ใจว่าเหยื่อการโจมตีจะจ่ายค่าไถ่อย่างแน่นอน และยืนยันว่ากลุ่มแรนซัมแวร์ตัวสำคัญในภูมิภาคนี้ได้พุ่งเป้าโจมตีอุตสาหกรรมดังต่อไปนี้

  • รัฐวิสาหกิจ
  • การบินอวกาศและวิศวกรรม
  • การผลิตและค้าเหล็กแผ่น
  • บริษัทเครื่องดื่ม
  • ผลิตภัณฑ์จากปาล์ม
  • บริการโรงแรมและที่พัก
  • บริการไอที

ในบรรดาตระกูลแรนซัมแวร์ที่โด่งดังและเป็นหนึ่งในกลุ่มแรกที่ดำเนินการดังกล่าวคือตระกูล Maze กลุ่มที่อยู่เบื้องหลังแรนซัมแวร์ Maze ได้ปล่อยข้อมูลของเหยื่อที่ไม่ยอมจ่ายค่าไถ่มากกว่าหนึ่งครั้ง ผู้ก่อภายคุกคามนี้ได้ปล่อยข้อมูลภายในจำนวน 700MB ทางออนไลน์ในเดือนพฤศจิกายน 2019 พร้อมคำเตือนเพิ่มเติมว่าเอกสารที่เผยแพร่เป็นเพียง 10% ของข้อมูลที่ขโมยมาได้

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ก่อภัยคุกคามนี้ยังได้สร้างเว็บไซต์ที่เปิดเผยตัวตนของเหยื่อ ตลอดจนรายละเอียดของการโจมตี เช่นวันที่ติดไวรัส จำนวนข้อมูลที่ถูกขโมย ชื่อเซิร์ฟเวอร์ และอื่นๆ ย้อนกลับไปในเดือนมกราคม กลุ่มนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความกับบริษัทผู้ผลิตสายเคเบิล ซึ่งส่งผลให้เว็บไซต์ต้องปิดตัวลง

                                        เว็บไซต์ของแรนซัมแวร์ Maze

 

กระบวนการโจมตีที่กลุ่มนี้ใช้นั้นง่ายมาก โดยจะแทรกซึมเข้าไปในระบบและมองหาข้อมูลที่ละเอียดอ่อนที่สุด จากนั้นอัปโหลดไปยังที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ หลังจากนั้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกเข้ารหัสด้วย RSA จะมีการเรียกค่าไถ่ตามขนาดของบริษัทและปริมาณข้อมูลที่ขโมยไป จากนั้นกลุ่มนี้จะเผยแพร่รายละเอียดในบล็อก และแนะนำวิธีการแก่นักข่าว

นายวิทาลี กล่าวว่า “เรากำลังตรวจสอบการตรวจจับแรนซัมแวร์ Maze ทั่วโลก รวมถึงบริษัทจำนวนหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การโจมตีที่สร้างความอับอายในวงกว้างเพิ่มแรงกดดันในการยอมทำตามข้อเรียกร้องของอาชญากรไซเบอร์ ผมขอแนะนำบริษัทและองค์กรต่างๆ ว่าอย่าจ่ายค่าไถ่ และให้แจ้งข้อมูลแก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและผู้เชี่ยวชาญในสถานการณ์ดังกล่าว โปรดจำไว้ว่าการสำรองข้อมูลสามารถป้องกันความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ของคุณได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของผู้กระทำร้ายเหล่านี้”

 

เพื่อเสริมเกราะป้องกันองค์กรและเอ็นเทอร์ไพรซ์ นายวิทาลี ขอแนะนำดังต่อไปนี้

  • ก้าวนำหน้าศัตรู: ด้วยการสำรองข้อมูล จำลองการโจมตี เตรียมแผนปฏิบัติการสำหรับการกู้คืนจากภัยพิบัติ
  • ปรับใช้เซ็นเซอร์ทุกที่: ตรวจสอบกิจกรรมของซอฟต์แวร์บนเครื่องเอ็นด์พอยต์ บันทึกการใช้งาน ตรวจสอบความสมบูรณ์ของฮาร์ดแวร์
  • อย่าทำตามความต้องการของอาชญากร อย่าต่อสู้เพียงลำพัง: ติดต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงาน CERT และผู้ให้บริการโซลูชั่นความปลอดภัย เช่น แคสเปอร์สกี้
  • ฝึกอบรมพนักงานเมื่อต้องทำงานจากระยะไกล: นิติดิจิทัล การวิเคราะห์มัลแวร์ขั้นพื้นฐาน การประชาสัมพันธ์เพื่อจัดการวิกฤต
  • ติดตามแนวโน้มล่าสุด โดยการสมัครรับข้อมูลภัยคุกคามระดับพรีเมียม เช่น Kaspersky APT Intelligence Service
  • รู้จักศัตรู: ระบุมัลแวร์ใหม่ที่ยังตรวจไม่พบด้วย Kaspersky Threat Attribution Engine

 

 

About Maylada

Check Also

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …

TechTalk Webinar : จาก Prompt สู่ Spec-Driven คู่มือทำงานกับ AI แบบใช้งานได้จริง [18 Sep 2026 – 13.00น.]

Metro Connect Systems และ AWS ร่วมกับ TechTalkThai ขอเชิญเหล่า Software Leads, Software Developers, DevOps Engineers ทุกท่าน …