มอง AI ในไทย จะเติบโตไปทางใด ธุรกิจและคนทำงานควรเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI นั้นเป็นเรื่องที่เข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆในทุกวัน เมื่อเทคโนโลยีด้านข้อมูลมีการเติบโต และองค์กรให้ความสำคัญกับข้อมูลมากขึ้น ก็ย่อมต้องการเครื่องมือในการวิเคราะห์และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานอย่างเป็นระบบ ในบทความนี้เราจะชวนทุกท่านมาพบกับมุมมองต่อ AI ของคุณไพฑูรย์ จันทร์สุข ผู้ให้คำปรึกษาสำหรับการใช้ Machine Learning, iCONEXT Co., Ltd. ถึงอนาคต การเติบโต และสิ่งที่ธุรกิจต้องรู้และเตรียมตัวเพื่อเปิดรับ AI ต่อไป

AI และ Machine Learning โปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบใหม่ที่เก่งขึ้นได้

AI และ Machine Learning (ML) นั้นเป็นนวัตกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้ พัฒนาตัวเอง และคิดเองได้ โดยคุณไพฑูรย์กล่าวว่าคุณสมบัติเหล่านี้ของ AI ทำให้พวกมันสามารถช่วยให้มนุษย์ทำงานได้ง่ายขึ้น เข้ามาทำงานแทน หรือลดภาระการทำงานบางอย่างไป ซึ่ง AI ในปัจจุบันก็พัฒนาขึ้นมากจนมีประสิทธิภาพและความแม่นยำเพียงพอให้ใช้ใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ระบบรับคำสั่งเสียงในโทรศัพท์มือถือที่เข้าใจได้หลายภาษา 

เบื้องหลังการทำงานของ AI และ ML คือการเก็บข้อมูลหรือระบบ Big Data ซึ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งเมื่อมีข้อมูลมากขึ้น AI ก็จะทำงานได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

AI และ ML มีใช้แล้วในหลายอุตสาหกรรม ทั้งในภาครัฐและเอกชน

เมื่อพูดถึงสถานการณ์ของการใช้งาน AI และ ML ในปัจจุบัน คุณไพฑูรย์จึงเล่าว่า AI นั้นถูกนำมาใช้แล้วในธุรกิจหลายประเภทและการทำงานของภาครัฐบางแห่ง เช่น ธุรกิจท่องเที่ยวใช้โมเดล ML เพื่อทำนายความล่าช้าของไฟลท์บิน การคำนวณ Credit Scoring และความเสี่ยงในการขอสินเชื่อของธนาคาร การตรวจสอบกลโกงและการทุจริตในการใช้บัตรเครดิต อย่างไรก็ตามคุณไพฑูรย์เชื่อว่าการใช้ AI ในประเทศไทยนั้นยังตามหลังหลายๆประเทศอยู่

คุณไพฑูรย์ให้ความคิดเห็นว่าธุรกิจในประเทศหลายรายก่อนหน้านี้ยังคงมีมุมมองว่าไม่จำเป็นจะต้องลงทุนกับเทคโนโลยีมากนัก และเมื่อเกิดวิกฤตการณ์โควิดขึ้นก็ทำให้ความพร้อมในการลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI ยิ่งลดน้อยลงไปด้วยสำหรับธุรกิจ ประกอบกับในประเทศไทยยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ที่สามารถพัฒนาระบบให้ทำงานได้เก่งขึ้นอยู่เรื่อยๆ 

หนึ่งอุปสรรคที่มีผลโดยตรงต่อการนำ AI เข้ามาใช้งานในองค์กรคือการเก็บข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์ โดยอาจจะมีคุณภาพหรือปริมาณของข้อมูลไม่มากเพียงพอที่จะให้ AI ทำงานได้ดี คุณไพฑูรย์จึงมองว่าหากองค์กรทั้งหลายกำลังเร่งทำระบบข้อมูลในปัจจุบัน ในอนาคตอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้าจึงมีแนวโน้มว่าการใช้ AI จะเติบโตขึ้นทั้งในงานของภาครัฐและเอกชน 

ธุรกิจและคนทำงานต้องเตรียมตัว เพราะ AI มาแน่

AI และ Machine Learning จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆในธุรกิจ ช่วยพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้รูปแบบการทำงานและความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตเปลี่ยนไปด้วย คุณไพฑูรย์แนะนำว่าในระยะเริ่มต้น องค์กรและคนทำงานจะต้องเริ่มเตรียมตัวให้พร้อมกับ AI โดยมี 3 ประเด็นหลักๆ คือ

  1. เปิดใจยอมรับ AI และ Machine Learning ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ต่อการทำงานและจะเก่งขึ้นในอนาคต
  2. เริ่มเรียนรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ AI และ ML แต่ควรเข้าใจการทำงาน การเก็บข้อมูล ปัจจัยและโอกาสต่างๆทางธุรกิจที่ AI สามารถช่วยได้
  3. ศึกษาข้อมูลเชิงเทคนิคเบื้องต้น เพื่อทำความเข้าใจหลักการทำงานของระบบ AI โดยอาจเริ่มจากหลักการพื้นฐานด้านเศรษฐศาสตร์และคณิตศาสตร์

คุณไพฑูรย์กล่าวว่า AI นั้นมีข้อดีสำหรับธุรกิจอยู่ 3 ประการ คือความแม่นยำรวดเร็วในการทำงาน โดยเฉพาะงานที่มีปริมาณมาก การลดภาระงานโดยเฉพาะงานที่ต้องทำเหมือนเดิมซ้ำๆ และการลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวสำหรับองค์กร 

AI จะทำให้รูปแบบการทำงานของมนุษย์เปลี่ยนไป เมื่อ AI ได้รับหน้าที่ในการทำงานที่ต้องทำซ้ำ หรือการคิดวิเคราะห์ระดับพื้นฐาน ดังนั้นมนุษย์จึงต้องเร่งศึกษาทักษะในการทำงานในส่วนที่ AI ไม่สามารถทำได้มากขึ้น ไม่ใช่นั้นก็อาจเสี่ยงต่อการถูกแทนที่ในอนาคต คุณไพฑูรย์แนะนำว่าคนทำงานในปัจจุบันควรพัฒนาตัวเองให้สามารถทำงานที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น งานที่ใช้การวิเคราะห์วางแผนขั้นสูง หรืองานอื่นๆที่พึ่งพาสมองมากกว่าแรงงาน

เร่งให้ความรู้ด้าน AI เพื่อการพัฒนาธุรกิจและประเทศ

ในอนาคต AI จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตชาวไทยมากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวันหรือในการทำงาน และหากผู้คนมีความรู้ความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับเทคโนโลยีดังกล่าว การพัฒนาธุรกิจ เศรษฐกิจ และประเทศก็จำเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 

คุณไพฑูรย์ให้ความคิดเห็นว่าการสนับสนุนในการเรียนรู้ด้าน AI และ ML ก็จะส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างแน่นอน และการปรับตัวเพื่อเข้าสู่ยุคสมัยแห่ง AI นั้นควรเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่วันนี้ ทั้งการพัฒนาทักษะแรงงาน และการเตรียมความพร้อมที่จะนำ AI มาใช้งานไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือใหญ่ หากเตรียมตัวได้พร้อมก็จะมีปัญหาในการถูก AI เข้ามาแย่งงานน้อยและสามารถแข่งขันและปรับตัวตามเทรนด์โลกได้เป็นอย่างดี

อ่านมุมมองของคุณไพฑูรย์ จันทร์สุขเพิ่มเติมได้ที่ https://www.jrit-ichi.com/cutting/2022/06/22/1183/ 

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …