5 ธุรกิจชั้นนำของไทย คิดเห็นอย่างไรกับการร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับบริษัทสตาร์ทอัพ

การระบาดของโรคโควิด 19 นั้นส่งผลให้ธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนวิธีการและกลยุทธ์ในการดำเนินการครั้งใหญ่ หนึ่งสิ่งที่ธุรกิจจำนวนมากเห็นพ้องต้องกัน คือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัว เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างสรรค์วิธีการลูกค้าในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมา เราจึงได้เห็นการนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้งานอย่างแข็งขันจากธุรกิจทุกประเภท

ความต้องการทางเทคโนโลยีที่พุ่งขึ้นสูงนี้เองที่ก่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างบริษัทผู้ใช้งานและผู้พัฒนาเทคโนโลยีทั้งขนาดใหญ่และสตาร์ทอัพขนาดเล็ก ในบทความนี้ เราจะเล่าถึงผลการสำรวจจาก JRIT ICHI ที่ได้เข้าไปพูดคุยกับ 5 องค์กรชั้นนำของประเทศไทยเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ การสร้างโอกาสใหม่ๆด้วยเทคโนโลยี และการร่วมมือกับบริษัทสตาร์ทอัพเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม 

  • ทพ. ฐิติ ชนะภัย ผู้ช่วยกรรมการกลุ่มโรงพยาบาลสินแพทย์
  • คุณจิรการณ์ วงศ์ทรรศี ผู้จัดการและดิจิทัล โค้ช บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 
  • คุณจิรุตถ์ วัดตูม ผู้จัดการ Strategy and Partnership – SCG Chemicals
  • คุณภัทร์ สรรพอาษา ผู้จัดการอาวุโสด้านกลยุทธ์องค์กร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน)
  • คุณคริษฐ์ ศุภวัฒนกุล VC Senior Associate (Portfolio Growth Manager) – SCB10X

เมื่อความผันผวนสูง ต้องปรับตัวให้รวดเร็ว และหาโอกาสให้ได้ 

การระบาดของโควิด 19 แม้จะส่งผลให้เศรษฐกิจซบเซาและมีผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก แต่ธุรกิจบางรายก็ยังสามารถเติบโตและหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆได้ 

ทพ. ฐิติ ชนะภัย ผู้ช่วยกรรมการกลุ่มโรงพยาบาลสินแพทย์กล่าวว่า ทางองค์กรมีการทบทวนกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นการรักษาโรคหลังโควิดและการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการเก็บข้อมูล เพื่อทำความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้า และพิจารณาแนวทางการลงทุนและดำเนินการ 

ในขณะที่คุณจิรุตถ์ วัดตูม ผู้จัดการ Strategy and Partnership ที่ SCG Chemicals กล่าวถึงการตั้งโฟกัสของธุรกิจให้เหมาะสมกับสถานการณ์และชัดเจน เพื่อที่ธุรกิจจะได้มุ่งไปหาเป้าหมายได้อย่างเหมาะสม 

หนึ่งจุดที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือแนวคิดแบบ Agile หรือการสร้างให้ธุรกิจมีความคล่องตัว เนื่องจากสถานการณ์โควิดทำให้เกิดสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมาย ธุรกิจจึงต้องมีความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดย 2 ใน  5 องค์กรผู้ร่วมการสำรวจกล่าวว่าแนวคิด Agile นั้นสำคัญเป็นอย่างมาก 

คุณจิรการณ์ วงศ์ทรรศี ผู้จัดการ – ดิจิทัล โค้ช ที่บ้านปู กล่าวว่า บ้านปูได้เริ่มโครงการ Digital Transformation และพัฒนาความสามารถด้านดิจิทัลของสมาชิกภายในองค์กรมาตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งความสามารถเหล่านี้ได้ช่วยให้องค์กรดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตได้ในอนาคต 

พาร์ทเนอร์ด้านดิจิทัลกำลังเป็นที่ต้องการในทุกอุตสาหกรรม 

ทั้ง 5 องค์กรในการสำรวจนี้ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่าในยุคปัจจุบัน การร่วมมือกับธุรกิจอื่นมีความจำเป็น และตัวแทนทั้ง 5 ท่านได้เล่าไปในทิศทางเดียวกันว่าบริษัทของตนนั้นมีการทำงานร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ เป็นพันธมิตรกับบริษัทสตาร์ทอัพ รวมไปถึงการติดตามวงการสตาร์ทอัพเพื่อเสาะหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆอยู่เสมอ โดยองค์กรขนาดใหญ่เหล่านี้มีการพัฒนาโซลูชันดิจิทัลร่วมกับสตาร์ทอัพ และส่งเสริมการเติบโตของสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีข้องเกี่ยวกับกิจการขององค์กร

ในบทความที่ผ่านมา เราได้ไปทำความรู้จักกับโครงการ J-Startup จากประเทศญี่ปุ่นที่กำลังมุ่งเน้นไปที่การสร้างความร่วมมือกับธุรกิจภายนอกประเทศผ่านนวัตกรรมแบบเปิด (Open Innovation) โดยมีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจ ซึ่งเมื่อสอบถามถึงการร่วมมือกับสตาร์ทอัพญี่ปุ่น ตัวแทนจากองค์กรไทยหลายรายยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับกำแพงด้านภาษาและวัฒนธรรมอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็ตระหนักเป็นอย่างดีถึงความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ และซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์จากญี่ปุ่น 

คุณคริษฐ์ ศุภวัฒนกุลจาก SCB 10X กล่าวว่าความหลากหลายภายในทีมนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และหากสตาร์ทอัพจากญี่ปุ่นสามารถทำงานภายใต้วัฒนธรรมอันเป็นสากลได้ก็จะเพิ่มโอกาสอีกมาก ในขณะที่ทพ. ฐิติ ชนะภัย จากกลุ่มโรงพยาบาลสินแพทย์ให้ความสนใจกับการปรับตัวให้เข้ากับบริบทและตลาดท้องถิ่น 

องค์กรทั้ง 5 มองถึงความเป็นไปได้และโอกาสในการร่วมมือกับสตาร์ทอัพญี่ปุ่น ดังนี้

ทพ. ฐิติ ชนะภัย ผู้ช่วยกรรมการกลุ่มโรงพยาบาลสินแพทย์

  • การร่วมทุน กำหนดเป้าหมายและมุ่งไปที่ผลประโยชน์ที่สอดคล้องกัน คือรูปแบบการร่วมมือที่ดีที่สุด 
  • สตาร์ทอัพญี่ปุ่นจะต้องทำความเข้าใจกับบริบทท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมสาธารณสุข 
  • เป้าหมายของธุรกิจโรงพยาบาลในประเทศไทย คือการสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับคนไข้ ในขณะที่องค์กรสามารถประหยัดและรักษาตัวเลขกำไรไว้ได้

คุณจิรการณ์ วงศ์ทรรศี ผู้จัดการและดิจิทัล โค้ช บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) 

  • บ้านปูมุ่งเน้นไปที่โซลูชันด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บข้อมูลและจัดการการปล่อยคาร์บอนของธุรกิจในกลุ่มบ้านปู 
  • มีความสนใจที่จะใช้โซลูชัน Blockchain สำหรับตรวจสอบการปล่อยคาร์บอนและซื้อขาย Carbon Credit 

คุณจิรุตถ์ วัดตูม ผู้จัดการ Strategy and Partnership – SCG Chemicals

  • ความร่วมมือที่ SCG Chemicals กำลังมองหา คือความร่วมมือที่ธุรกิจมีความสนใจร่วมกัน และใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของแต่ละธุรกิจเพื่อสร้างความเติบโต
  • สตาร์ทอัพมักมีข้อจำกัดน้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่ และมีไอเดียที่แปลกใหม่ล้ำสมัย 
  • SCG Chemicals มีประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพและแยกบริษัทใหม่มาแล้ว หากสตาร์ทอัพเข้ามาร่วมงานกับ SCG ก็สามารถช่วยส่งเสริมและขยายโอกาสให้กับสตาร์ทอัพได้ 

คุณภัทร์ สรรพอาษา ผู้จัดการอาวุโสด้านกลยุทธ์องค์กร บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน)

  • ประเภทของสตาร์ทอัพที่สนใจ คือเทคโนโลยีเกี่ยวกับเกษตรกรรม การจัดการ Supply Chain ระหว่างธุรกิจ นวัตกรรมวัตถุดิบส่วผสมใหม่ พลาสติดชีวภาพ และการนำกลับมาใช้ใหม่แบบ Upcycling 
  • ไทยวาได้จัดตั้ง ไทยวา เวนเจอร์ส โดยมีเป้าหมายลงทุนในสตาร์ทอัพเทคโนโลยีสีเขียวในธุรกิจอาหาร และธุรกิจการเกษตร (แบบ B2B) และยังคงมองหาสตาร์ทอัพที่มีไอเดียน่าสนใจอยู่อย่างต่อเนื่อง 

คุณคริษฐ์ ศุภวัฒนกุล VC Senior Associate (Portfolio Growth Manager) – SCB10X

  • SCB 10X ให้ความสนใจกับสตาร์ทอัพที่สนใจร่วมมือกับธนาคารแบบดั้งเดิมในหัวข้อของการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชน 
  • 10X ยังเปิดกว้างต่อนวัตกรรม FinTech และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเงินแบบไม่มีคนกลางด้วย 

ความร่วมมือทางดิจิทัลคืออนาคต

บริบทของโลกในปัจจุบันได้กระตุ้นให้ธุรกิจต้องปรับตัวตามสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งนอกจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เพิ่มความคล่องตัวแล้ว ความเร็วของธุรกิจยังสามารถได้มาจากการสร้างความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาต่างๆที่ธุรกิจยังไม่มีมาก่อน เงื่อนไขของความเร็วเช่นนี้ทำให้ความร่วมมือเป็นหนึ่งกุญแจความสำเร็จของธุรกิจ ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ตาม

ความร่วมมือระหว่างองค์กรขนาดใหญ่และสตาร์ทอัพเป็นหนึ่งรูปแบบของความร่วมมือที่ได้รับความสนใจจากธุรกิจจำนวนมาก เนื่องจากองค์กรในสองประเภทนี้มีจุดแข็งที่สามารถส่งเสริมกันได้อย่างลงตัว ทรัพยากรและความเคยชินกับตลาดที่มากกว่าขององค์กรขนาดใหญ่ และนวัตกรรมและความคิดนอกกรอบจากสตาร์ทอัพ จะช่วยเร่งการเติบโตและประสิทธิภาพในการดำเนินการให้กับธุรกิจ

ในส่วนของสตาร์ทอัพจากประเทศญี่ปุ่นเองก็เป็นหนึ่งกลุ่มธุรกิจที่น่าจับตามอง แม้ในปัจจุบันจะยังมีข้อจำกัดด้านการสื่อสารและวัฒนธรรมอยู่บ้าง แต่เหล่าสตาร์ทอัพจากญี่ปุ่นนั้นมีโซลูชันเทคโนโลยีที่มีประโยชน์ต่อธุรกิจ อีกทั้งยังมีความมุ่งมั่นและความสนใจที่จะร่วมงานกับธุรกิจต่างชาติ รวมไปถึงโครงการจากภาคส่วนต่างๆที่คอยสนับสนุนการร่วมมือกับธุรกิจต่างชาติด้วย

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หากผู้อ่านทานใดสนใจที่จะพูดคุยเพิ่มเติมเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจ หรือสอบถามในประเด็นใดเกี่ยวกับสตาร์ทอัพจากประเทศญี่ปุ่น ก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ทางอีเมล nmiyata@gmail.com

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจนี้อย่างละเอียดได้ที่  https://www.jrit-ichi.com/cutting/2022/03/02/851/ 

Check Also

ERP on Cloud เทรนด์ใหม่อุตสาหกรรมการผลิตไทย : Digiwin Thailand จับมือ GWS CLOUD โชว์โซลูชันในงาน ME EXPO 2026 [Guest Post]

Digiwin Thailand และ GWS CLOUD เตรียมเข้าร่วมจัดแสดงโซลูชัน “Digiwin ERP on GWS CLOUD” ซึ่งถือเป็นเทรนด์ใหม่ในอุตสาหกรรมการผลิตไทย เป็นครั้งแรก ในงาน ME …

ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ ยกระดับ การบริหารธุรกิจน้ำมันปาล์ม ด้วย SAP Business One โดย NTT DATA Business Solutions (Thailand) Ltd.

ในอุตสาหกรรมการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ ที่มีความซับซ้อนตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การบริหารจัดการที่แม่นยำและรวดเร็วไม่ใช่เพียง “ตัวช่วย” แต่คือ “หัวใจ” ของความสามารถในการแข่งขัน  สำหรับ บริษัท ศรีเจริญ ปาล์ม ออยล์ จำกัด ธุรกิจที่เติบโตขึ้น อย่างต่อเนื่อง …