แนะนำ Hillstone iSource: โซลูชัน AI-Driven XDR ตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามอย่างแม่นยำโดยอัตโนมัติ

การนำ AI มาใช้ในเชิง Cybersecurity นั้นได้กลายเป็นทางเลือกหลักทางหนึ่งที่หลายธุรกิจองค์กรให้ความสำคัญ เนื่องจาก AI นั้นสามารถช่วยตรวจจับภัยคุกคามได้อย่างแม่นยำและรัดกุมมากยิ่งขึ้นจากความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว

เพื่อตอบรับต่อแนวโน้มนี้ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก Hillstone Networks ในฐานะของผู้นำด้านระบบ Infrastructure Protection สำหรับธุรกิจองค์กร จึงได้ทำการพัฒนาและเปิดตัว Hillstone iSource ระบบ Extended Detection and Response (XDR) ที่ใช้ AI ในการประมวลผลข้อมูล ช่วยให้ธุรกิจองค์กรสามารถตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างง่ายดาย, แม่นยำ และทำงานโดยอัตโนมัติได้ในหนึ่งเดียว

ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับความสามารถของ Hillstone iSource กันครับ

Hillstone iSource: ระบบ AI-Driven XDR ที่รวม 5 ความสามารถเอาไว้ในโซลูชันเดียว

โดยทั่วไปแล้วโซลูชันระบบ XDR มักจะมีความสามารถหลักๆ คือการรวบรวมข้อมูลจากระบบ Cybersecurity อื่นๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ค้นหาและตอบสนองต่อภัยคุกคามและการโจมตีโดยอัตโนมัติ แต่ Hillstone Networks นั้นมีวิสัยทัศน์ทางด้าน XDR ในมุมที่กว้างกว่านั้น และเชื่อว่า XDR ของ Hillstone ควรจะช่วยปกป้องธุรกิจองค์กรได้จากความเสี่ยงในหลากหลายแง่มุมยิ่งกว่า XDR อื่นๆ

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ Hillstone iSource ที่เพิ่งเปิดตัวมาในช่วงปลายปี 2021 ที่ผ่านมานี้ จึงมีความสามารถหลักๆ ด้วยกันถึง 5 ประการ ได้แก่

1. Unified Data Collection รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์แสดงผลได้แบบรวมศูนย์

Hillstone iSource จะทำการรวบรวมข้อมูลจากระบบต่างๆ ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นโซลูชันของ Hillstone เองหรือโซลูชันจากผู้ผลิตรายอื่นๆ ก็ตาม เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาจัดเก็บในรูปแบที่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์และเชื่อมโยงเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยร่วมกันได้ และทำให้การตรวจจับภัยคุกคามมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ข้อมูลที่ Hillstone iSource รวบรวมนี้ได้แก่ข้อมูล Syslog จากอุปกรณ์ Network และ Security, Linux Syslog, Sysmon, Metadata และ Netflow

Credit: Hillstone Networks

2. Advanced ML-driven Analytics and Detection ตรวจจับและวิเคราะห์ภัยคุกคามด้วย Machine Learning ชั้นสูง

Hillstone iSource จะนำข้อมูลที่ได้ทำการรวบรวมเอาไว้มาผสานรวมกับข้อมูลจาก Threat Intelligence เพื่อทำการวิเคราะห์ด้วยระบบ Behavior Analytics Engine ที่ใช้ Machine Learning และอัลกอริธึมทางด้านสถิติมาทำการตรวจจับภัยคุกคามและวิเคราะห์เหตุการณ์ผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในองค์กร พร้อมการตรวจจับภัยคุกคามทั้งในแบบ Rule-based, Threat Log Analysis, Correlation Analysis และอื่นๆ ไปด้วยในเวลาเดียวกันจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย ทำให้องค์กรนั้นเห็นภาพรวมของการโจมตีและข้อมูลแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง (Context Awareness) ได้อย่างครบถ้วน

แนวทางดังกล่าวนี้จะช่วยให้การตรวจจับภัยคุกคามหรือแม้แต่เหตุการณ์ต้องสงสัยเป็นไปได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีข้อมูลแวดล้อมประกอบในทุกๆ การตรวจจับจากการวิเคราะห์ข้อมูลด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ผู้ดูแลระบบ Cybersecurity ขององค์กรสามารถทำความเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ Hillstone iSource ยังมีระบบ Log Search Engine ที่ใช้ภาษา Search Processing Language (SPL) ที่จะช่วยให้การค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูล Log ซึ่งระบบได้รวบรวมเอาไว้นั้นเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำอีกด้วย

3. Vulnerability and Risk Management บริหารจัดการความเสี่ยงและจัดการอุดช่องโหว่ในระบบได้อย่างครบถ้วน

เพื่อให้การดูแลรักษาปกป้องระบบ IT เป็นไปได้อย่างครบวงจร Hillstone iSource จึงได้รวมเอาระบบ Vulnerability Management, Asset Management และ Risk Management เอาไว้ในตัวด้วย เพื่อช่วยให้องค์กรได้เห็นภาพรวมของช่องโหว่ในระบบ IT ที่มีการใช้งานได้ตลอดเวลา และจัดการกับช่องโหว่เหล่านี้เพื่อลดความเสี่ยงภายในระบบได้โดยไม่ต้องลงทุนจัดซื้อโซลูชันอื่นๆ เพิ่มเติม

ความสามารถนี้ทำให้ Hillstone iSource สามารถถูกใช้เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงใน Server, Endpoint, Application และ Service ต่างๆ ที่มีการใช้งานได้ โดยผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบได้ทั้งข้อมูลภาพรวมและข้อมูลเชิงลึกของแต่ละระบบหรืออุปกรณ์ เพื่อให้สามารถจัดการอุดช่องโหว่และบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

4. Automated Security Orchestration and Cohesive Response ตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างอัตโนมัติด้วยการผสานโซลูชันที่หลากหลายให้ทำงานร่วมกัน

Hillstone iSource นี้จะมาพร้อมกับ Playbook ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ อย่างอัตโนมัติด้วยการเชื่อมผสานการทำงานระหว่างโซลูชันของ Hillstone ด้วยกันเองให้พร้อมใช้งานได้ทันที ทำให้ธุรกิจองค์กรที่มีการใช้งานโซลูชันของ Hillstone นั้นสามารถใช้งาน XDR ได้อย่างเต็มศักยภาพโดยไม่ต้องทำการตั้งค่าต่างๆ ด้วยตนเอง

อย่างไรก็ดี สำหรับธุรกิจองค์กรที่มีการใช้งานโซลูชันด้าน Security จากผู้ผลิตรายอื่นๆ Hillstone iSource ก็สามารถสร้าง Playbook และสั่งการให้อุปกรณ์อื่นๆ เหล่านั้นทำการตอบสนองต่อภัยคุกคามโดยอัตโนมัติได้เช่นกัน ด้วยการเชื่อมต่อผ่าน RESTful API หรือ SSH ทำให้การรับมือกับภัยคุกคามเป็นไปได้อย่างยืดหยุ่น รองรับได้ทุกการติดตั้งใช้งาน

ด้วยแนวคิดดังกล่าวนี้ การลงทุนในระบบ Hillstone iSource เพื่อสร้าง XDR ในองค์กรนั้นจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การเสริมความมั่นคงปลอดภัยด้วยแนวทางใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ระบบ IT Security อื่นๆ ที่มีอยู่ภายในองค์กรสามารถใช้งานได้อย่างเต็มศักยภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ภาพรวมของการลงทุนด้าน Cybersecurity ในระยะยาวมีความคุ้มค่ามากขึ้นไปด้วย

Credit: Hillstone Networks

5. Unified Management and Reporting ปรับแต่งการแสดงผลในรายงานและหน้า Dashboard ได้อย่างอิสระ

Hillstone iSource นั้นเปิดให้ผู้ดูแลระบบสามารถทำการปรับแต่งหน้า Dashboard และ Report ได้อย่างอิสระ ทำให้การตรวจตราด้านความมั่นคงปลอดภัยในองค์กรนั้นสามารถพลิกแพลงได้ตามสถานการณ์

สำหรับธุรกิจองค์กรที่มีการใช้งานเครื่องมืออื่นๆ ในการทำรายงานด้านความมั่นคงปลอดภัย หรือต้องจัดทำรายงานในรูปแบบเฉพาะ ระบบก็มี API เปิดให้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลสถิติเหล่านี้ได้เช่นกัน

เลือกใช้งาน Hillstone iSource ได้หลากหลายรุ่นตามความต้องการ

Hillstone iSource นี้มี Hardware Appliance ให้เลือกใช้งานได้ 3 รุ่นตามระดับประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัย ได้แก่

  • SG-6000-ISC6205 รองรับ Throughput ที่ 3Gbps และ Event Processing ที่ 5,000 EPS
  • SG-6000-ISC6210 รองรับ Throughput ที่ 6Gbps และ Event Processing ที่ 8,000 EPS
  • SG-6000-ISC6220 รองรับ Throughput ที่ 15Gbps และ Event Processing ที่ 15,000 EPS

สนใจโซลูชันด้าน Cybersecurity ติดต่อทีมงาน Hillstone Networks ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับโซลูชัน Cybersecurity ใดๆของ Hillstone Networks สามารถติดต่อกับทีมงานได้ผ่านทาง https://www.hillstonenet.com/more/engage/contact/ ซึ่งจะมีทีมงานติดต่อท่านกลับไป หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.hillstonenet.com/  

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ