รู้จักกับเทคโนโลยี CBRAM: RAM สำหรับ IoT ที่ประหยัดพลังงาน 50-100 เท่าจาก RAM แบบเดิมๆ

Adesto Technologies ได้ทำการเปิดตัวเทคโนโลยี RAM แบบใหม่ภายใต้ชื่อ Conductive Bridging RAM (CBRAM) ซึ่งเป็น RAM ที่ถูกออกแบบมาสำหรับการทำงานบนอุปกรณ์ที่ใช้แบตเตอรี่หรือผลิตพลังงานด้วยตัวเองโดยเฉพาะ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ก็มักจะเป็นอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) นั่นเอง

adesto-5x6-dfn-2_sides-comb-copy-1-100646368-large_idge

เทคโนโลยี CBRAM นี้เป็นเทคโนโลยี Resistive RAM (ReRAM) แบบหนึ่งที่เป็น Non-volatile Memory ที่ข้อมูลจะยังคงอยู่แม้ไม่ได้รับการจ่ายพลังงานไฟฟ้า และสามารถทำการเขียนอ่านข้อมูลได้โดยใช้พลังงานน้อยกว่า NOR Flash แบบเดิม 50-100 เท่าเลยทีเดียวด้วยการใช้ Memory Resistor หรือ Memristor เป็นเทคโนโลยีหลักในการพัฒนา CBRAM นั่นเอง

แต่ปัจจุบันนี้เทคโนโลยี CBRAM ยังคงมีความจุเพียงแค่ 32-256 Kilobit เท่านั้น ซึ่งถือว่าเล็กมากแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานบนอุปกรณ์ที่เป็น Sensor และ Wearable ที่ RAM จะมีบทบาทแค่การเก็บข้อมูลเอาไว้ชั่วคราวก่อนทำการส่งต่อเท่านั้น และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ใดๆ ก็ได้ในโลกของ Internet of Things

ใครที่สนใจเทคโนโลยีนี้ลองเข้าไปศึกษาได้ที่ http://www.adestotech.com/ เลยนะครับ

ที่มา: http://www.arnnet.com.au/article/594585/new-reram-chip-consumes-50-100-times-less-power-iot/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ