ผลวิจัยเผย 77% ของบริการ SSL VPN มีความเสี่ยง

VPN นับว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้พนักงานหรือผู้บริหารสามารถเข้าถึงระบบเครือข่ายขององค์กรจากที่แห่งใดก็ได้ในโลก รวมทั้งช่วยการันตีความมั่นคงปลอดภัยในการเข้าถึงและใช้งาน Resource อย่างไรก็ตาม งานวิจัยของ High-Tech Bridge เผยว่า กว่า 77% ของบริการ SSL VPN ที่ให้บริการทั่วโลกยังคงใช้โปรโตคอล SSLv3 ซึ่งถูก IETF (Internet Engineering Task Force) ปรับให้เป็นโปรโตคอลที่ไม่ปลอดภัยตั้งแต่กลางปี 2015 (RFC 7568)

SSLv3 ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งปัจจุบันเรียกได้ว่าหมดยุคไปแล้ว และไม่แนะนำให้ใช้งาน หลายมาตรฐานและข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยสั่งห้ามไม่ให้บริษัทใช้งานโปรโตคอลดังกล่าว เนื่องจากมีช่องโหว่และจุดอ่อนร้ายแรงหลายประกาศ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่อระบบขององค์กรได้

ttt_Cable_was_Cut-Lisa_S
Credit: Lisa S/ShutterStock

รายละเอียดของผลการวิจัยที่สำคัญ

  • ประมาณ 3 ใน 4 (76%) ของ SSL VPN มีการใช้ SSL Certificate แบบ Untrusted ซึ่ง Certificate ดังกล่าวช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถปลอมแปลง VPN Server ขึ้นมาโจมตีแบบ Man-in-the-Middle ได้ เช่น ดักจับทราฟฟิคเพื่อแอบฟังข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น ไฟล์ อีเมล และรหัสผ่าน ได้
  • 74% ของ Certificate ยังคงใช้ Digital Signature แบบ SHA-1 ซึ่งถูกพิสูจน์แล้วว่าใช้เวลาแฮ็คได้ในเวลาไม่นาน และหลาย Web Browser ต่างออกมาประกาศว่าเตรียมเลิกใช้งานเร็วๆนี้
  • 41% ของ SSL VPN ใช้กุญแจเข้ารหัส RSA ขนาด 1024 bits ซึ่งถือว่ามีขนาดเล็กมาก กุญแจที่ดี พอทนทนต่อการถูกโจมตีควรมีขนาดไม่ต่ำกว่า 2048 bits
  • 10% ของเซิฟเวอร์ SSL VPN ยังคงใช้ OpenSSL เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบกับช่องโหว่ Heartbleed
  • มีเพียง 3% ที่ผ่านข้อกำหนด PCI-DSS แต่ไม่มี SSL VPN ใดเลยที่ผ่านมาตรฐานด้านความปลอดภัยของ NIST

ที่มา: http://www.infosecurity-magazine.com/news/most-ssl-vpns-are-wildly-insecure/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …