Peter Reynolds จาก ARC Advisory Group ได้ออกมาให้ความเห็นถึงอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซที่กำลังประสบปัญหาจากราคาน้ำมันที่ตกต่ำลงนี้ ว่า Internet of Things จะเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับอุตสาหกรรมนี้ให้สามารถเติบโตขึ้นได้ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในในอุตสาหกรรมลง

ในโลกของวงการน้ำมันและก๊าซนั้นเต็มไปด้วยสินทรัพย์ต่างๆ ที่จับต้องได้มากมาย ทั้งในส่วนของเครื่องจักร, แท่นขุดเจาะ, ท่อส่ง รวมถึงน้ำมันและก๊าซเอง ซึ่งถึงแม้จะดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมนี้เป็นธุรกิจแบบเดิมๆ แต่เหล่าผู้บริหารก็ควรจะคิดให้แตกต่างจากเดิม ด้วยการนำเทคโนโลยี Internet of Things เข้าไปช่วยพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้ดีขึ้น
ประการแรกคือเรื่องของการดูแลรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการนำ Sensor เข้าไปใช้ในการติดตามการทำงานของอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมๆ กัน และส่งข้อมูลเหล่านั้นผ่านระบบเครือข่าย ทำให้การตรวจสอบความถูกต้องในการทำงานของอุปกรณ์นับหมื่นชิ้นเป็นจริงขึ้นมาได้อย่างง่ายดายในค่าใช้จ่ายที่ต่ำลง
ในมุมกลับกันเหล่าผู้ผลิตอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับแท่นขุดเจาะ, ท่อขนส่ง จนถึงโรงกลั่นเองก็สามารถที่จะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยการติดตั้ง Sensor ต่างๆ ลงไปยังอุปกรณ์ของตน พร้อมส่งข้อมูลทั้งหมดมายังระบบ Analytics เพื่อให้สามารถให้บริการบริษัทเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้ และมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น
สิ่งที่ทำให้ Internet of Things ในวงการน้ำมันและก๊าซต่างจากวงการอื่นก็คือ IoT จะเข้ามามีบทบาทเพียงแค่การเสริมให้สิ่งที่มีอยู่เดิมดีขึ้นเท่านั้น ไม่ได้ถึงขั้นเปลี่ยนแปลงรูปแบบของธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ไปอย่างที่อุตสาหกรรมอื่นๆ เป็น แต่ในขณะเดียวกันระบบเครื่องจักรในอุตสาหกรรมนี้ก็มีมูลค่ามากถึง 65,000 ล้านเหรียญ ถือว่ามีขนาดใหญ่มาก ดังนั้นการที่ IoT จะแทรกซึมเข้าไปได้จนทั่วถึงทั้งอุตสาหกรรมก็คงต้องใช้เวลาบ้างเช่นกัน
ที่มา: http://news.sap.com/low-oil-prices-prime-oil-and-gas-industry-for-iot-adoption/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






