Huawei ขึ้นอันดับหนึ่ง บริษัทโทรคมนาคมที่มีรายได้มากที่สุดในโลก

huawei_logo

Huawei Technologies เผยตัวเลขผลประกอบการประจำปี 2015 ที่ผ่านมา มีรายได้สูงถึง $60,800 ล้าน (ประมาณ 2.15 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 37% กลายเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ทางด้านเครือข่ายและโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีผลกำไรสุทธิอยู่ที่ $5,700 ล้าน (ประมาณ 200,000 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปี 2014 ถึง 33%

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

ธุรกิจหลักของ Huawei แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ Carrier Business Group, Enterprise Business Group และ Consumer Business Group ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มช่วยสนับสนุนให้ Huawei ทลายสถิติของ Cisco กลายเป็นบริษัทด้านเครือข่ายและโทรคมนาคมที่มีรายรับสูงที่สุดในโลก โดยรายรับส่วนใหญ่มาจาก Carrier Business Group คิดเป็น $35,870 ล้าน (เพิ่มขึ้น 21%) ในขณะที่ Enterprise Business Group มีรายได้ $4,260 ล้าน เพิ่มขึ้นจากปี 2014 สูงถึง 44%

สำหรับ Consumer Business Group ซึ่งให้บริการสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตมีอัตราการเติบโตโดดเด่นมากที่สุด โดยทำรายได้เป็นอันดับ 3 แซงหน้าคู่แข่งอย่าง Xiaome และ Lenovo ไปเป็นที่เรียบร้อย รายรับทั้งปีอยู่ที่ $19,900 ล้าน เพิ่มขึ้นจากปี 2014 มากถึง 73%

ถึงแม้ว่ารายรับของ Huawei จะแซงหน้า Cisco ซึ่งมีรายได้ตลอดทั้งปี 2015 อยู่ที่ $42,900 ล้าน (ประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท) แต่ Cisco กลับมีผลกำไรสุทธิสูงกว่าเกือบ 60% คือ $9,000 ล้าน (ประมาณ 317,000 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่าปี 2014 ถึง 14.4%

ที่มา: http://propakistani.pk/2016/04/05/huawei-becomes-largest-telecommunication-company-worldwide-by-revenue/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Tenable จับมือ Anthropic เข้าร่วม “Project Glasswing” ยกระดับการป้องกันไซเบอร์ในยุค AI [Guest Post]

การเข้าร่วม Project Glasswing และการได้ร่วมทำงานกับ Claude Mythos Preview ในครั้งนี้ จะช่วยให้ Tenable สามารถสนับสนุนลูกค้าให้เข้าใจพฤติกรรมของโมเดล AI ระดับแนวหน้า (Frontier AI) …

Amazon เตรียมปลดระวาง Mechanical Turk ไม่รับผู้ใช้งานเพิ่มแล้ว

Amazon Web Services (AWS) ได้ยุติการรับลูกค้าใหม่สำหรับบริการที่มีอายุเก่าแก่หลายทศวรรษอย่าง Mechanical Turk เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นสัญญาณเตือนถึงจุดสิ้นสุดของแพลตฟอร์มตลาดแรงงานแบบคราวด์ซอร์สรุ่นบุกเบิกนี้