OpenAI ออกมาให้เหตุผลถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญในการเริ่มแสดงโฆษณาบน ChatGPT ที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์เมื่อหลายเดือนก่อน โดยระบุว่าธุรกิจโฆษณาตัวใหม่นี้มียอดรายได้รวมต่อปีแตะระดับ 1 พันล้านดอลลาร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ในบล็อกโพสต์ของบริษัท OpenAI กล่าวว่าหมุดหมายสำคัญนี้ตอกย้ำถึงความสำเร็จในการสร้าง “รูปแบบธุรกิจที่หลากหลาย” ซึ่งช่วยให้ผู้คนมีทางเลือกมากขึ้นในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัท นอกเหนือไปจากการสมัครสมาชิกสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ข้อเสนอสำหรับองค์กร และการให้บริการผ่านทาง API
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ OpenAI กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นในการพิสูจน์มูลค่าบริษัทที่ 8.52 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนที่จะมีการเสนอขายหุ้นแก่สาธารณชนเป็นครั้งแรกที่คาดการณ์กันว่าจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโฆษณาตัวใหม่ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อประมาณ 200 วันก่อน ยังคงเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของรายได้ทั้งหมดของบริษัทเท่านั้น
เมื่อเดือนที่ผ่านมามีรายงานว่าบริษัทมียอดขายในไตรมาสที่สองอยู่ที่ 6.7 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสแรก ตัวเลขดังกล่าวถูกมองว่าน่าผิดหวัง เนื่องจากเพียงหนึ่งวันก่อนหน้านั้นคู่แข่งอย่าง Anthropic ได้รายงานว่ารายได้ของตนเติบโตขึ้นมากกว่า 50% เป็น 1.16 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน และยังสามารถทำกำไรเล็กน้อยได้อีกด้วย ในขณะที่ OpenAI กลับประสบภาวะขาดทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 1.23 หมื่นล้านดอลลาร์
ถึงกระนั้น OpenAI พยายามสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนใจลงทุนว่าธุรกิจโฆษณาสามารถช่วยพลิกสถานการณ์ได้ โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเร่งการเติบโตด้วยเป้าหมายรายได้จากโฆษณาที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี และกำลังอยู่ในเส้นทางที่จะสร้างรายได้รวมต่อปีให้เกินกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์
OpenAI เริ่มทดสอบโฆษณาภายใน ChatGPT ในเดือนกุมภาพันธ์กับผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา และได้ขยายผลการทดลองอย่างรวดเร็วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความฮือฮาและเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในขณะนั้น แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายนัก เนื่องจากสถานะทางการเงินที่ท้าทายของบริษัทเป็นที่ทราบกันดีมาระยะหนึ่งแล้ว ธุรกิจโฆษณาดิจิทัลได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นขุมทรัพย์สำหรับยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีอย่าง Google, Meta Platforms และ Amazon.com มานานหลายปี แต่การตัดสินใจของ OpenAI ที่จะเดินตามรอยทางดังกล่าวนั้นกลับถูกวิจารณ์โดย Anthropic ซึ่งได้เปิดตัวแคมเปญโฆษณาชุดใหญ่ในช่วง Super Bowl เพื่อล้อเลียนคู่แข่งรายนี้
แต่ OpenAI ก็ยังคงไม่หวั่นไหว ในการประกาศครั้งนี้ บริษัทเปิดเผยว่ากำลังขยายโฆษณาใน ChatGPT ไปยังประเทศต่าง ๆ มากกว่า 40 ประเทศ รวมถึงประเทศอินเดียและประเทศอื่น ๆ ทั่วทวีปยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ โฆษณาเหล่านี้จะปรากฏสำหรับสมาชิก ChatGPT Go และผู้ใช้งานในระดับฟรีโดยตรงภายในคำตอบของโมเดลต่อคำถามและคำสั่งต่าง ๆ ซึ่งผู้ใช้งานกลุ่มนี้ถือเป็นสัดส่วนหลักจากยอดผู้ใช้งานรายสัปดาห์กว่า 1 พันล้านคน
บริษัทกล่าวว่าได้สร้างความร่วมมือด้านโฆษณากับแบรนด์ต่าง ๆ มากกว่า 50 แบรนด์ผ่านเอเจนซีอย่าง Omnicom และ WPP และได้พยายามจูงใจแบรนด์อื่น ๆ ให้พิจารณาใช้ ChatGPT เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ในบล็อกโพสต์บริษัทได้นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จบางส่วน โดยระบุว่าแบรนด์อีคอมเมิร์ซรายหนึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนจากการใช้จ่ายด้านโฆษณาได้ถึงสามเท่าผ่านหลากหลายแคมเปญภายในเวลาเพียง 28 วัน ในขณะที่พันธมิตรด้านเทคโนโลยีอีกรายรายงานว่ามากกว่า 80% ของทราฟฟิกจาก ChatGPT มาจากลูกค้าใหม่
บริษัทขอย้ำอีกครั้งว่าโฆษณาทั้งหมดจะมีการระบุไว้อย่างชัดเจนและไม่มีอิทธิพลใด ๆ ต่อการแสดงผลของ ChatGPT โดยผู้โฆษณาจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงบทสนทนาส่วนตัวของผู้ใช้งานกับ ChatGPT แต่อย่างใด
นอกเหนือจากการนำโฆษณาไปสู่ตลาดใหม่ ๆ แล้ว OpenAI กล่าวว่าจะดำเนินการทดลองรูปแบบโฆษณาใหม่ ๆ ตัวเลือกการซื้อ และความสามารถในการวัดผล เพื่อให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคในรูปแบบที่เป็น “ธรรมชาติ” มากขึ้นจากภายใน ChatGPT
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/08/31/openai-says-its-ad-business-has-already-hit-1b-in-annualized-revenue/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย










