[Guest Post] HPE-YIPINTSOI : Next Generation Hyper-Converged Infrastructure on HPE SimpliVity platform

HPE-YIPINTSOI : Next Generation Hyper-Converged Infrastructure on HPE SimpliVity platform

HPE SimpliVity

HPE SimpliVity เป็น Hyperconverged infrastructure ของทางบริษัท Hewlett Packard Enterprise ที่ออกมารองรับความต้องการของลูกค้าที่ต้องการใช้งาน Hyperconverged platform ได้เป็นอย่างดี โดยมีการศึกษาจุดด้อยของคู่แข่งขันในตลาดและมาปรับปรุงและเพิ่มเติมจุดบกพร่องของคู่แข่งขันมาเพิ่มใน HPE SimpliVity

Hyperconverged คืออะไร?

เป็นรูปแบบของระบบ Data Center ที่จากระบบเดิมๆ ในเรื่อง Server , SAN Switch , Storage และ Network ที่มีข้อยุ่งยากในการบริหารการจัดการในส่วนของอุปกรณ์ มาเป็นเทคโนโลยีของ Converged ในการลดเรื่องของ Network and SAN Switch และ ในยุคปัจจุบัน Hyperconverged (First Generation)

ซึ่งจะเห็นว่า Hyperconverged นั้นมาเพื่อช่วยในการลดอุปกรณ์และการบริหารการจัดการได้เป็นอย่างดี ทำให้การใช้งาน Hyperconverged platform มีการเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีในปัจจุบัน HPE SimpliVity แตกต่างอย่างไรกับ Hyperconverged platform (First generation) ตอนนี้ Hyperconverged platform ของทาง HPE SimpliVity ได้ก้าวเข้าไปสู่ Next-Generation (Second generation) ที่มีการควบรวมอุปกรณ์ที่จำเป็นอื่นๆ ของ Datacenter เข้ามามากขึ้น เช่น Network Switch , Backup Software , DR Orchestration และ Monitoring software ทำให้การลดอุปกรณ์ใน Data Center ลดการใช้งานลง ทำให้ลูกค้าของ HPE SimpliVity มีการลดค่าใช้จ่ายในอุปกรณ์ต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

HPE Simplivity diagram

จะเห็นว่า HPE SimpliVity มีความครบถ้วนเรื่องของการใช้งานที่พร้อมต่อการทำงานได้อย่างเป็นอย่างดี โดยการใช้งานของ HPE SimpliVity นั้นมีประโยชน์ต่อการใช้งาน 5 ข้อดังนี้

1.) การบริหารการจัดการที่เรียบง่าย การใช้งานของ HPE SimpliVity นั้นจะรวมการใช้งานของ Server, Network, Backup, Wan Acceleration นั้นรวมรวมอยู่ในหน้าจอ Dashboard เดียวกัน (Single glass)

2.) มีความมั่นคงสูง เนื่องจาก HPE SimpliVity ได้ลดความผิดพลาด จากคู่แข่งขันของคนอื่น ๆ ในการที่ใช้งานเป็น Software RAID ในการ Protection Disk ของ HCI ใน HPE SimpliVity ได้ลดข้อผิดพลาดในการใช้งานด้วยการใช้ Hardware RAID ในการ Protection Disk ของเครื่องทำให้ลดข้อผิดพลาดในอุปกรณ์ของ Disk ในแต่ละโหนด ทำให้การใช้งานของ HPE SimpliVity นั้นมีมาตรฐานที่มั่นคงในการใช้งานถ้าเทียบกับคู่แข่งขันถึง 99.999% ในการใช้งาน ทำให้ลูกค้าวางใจในการใช้งานของ HPE SimpliVity ได้อย่างปลอดภัย

และ HPE SimpliVity มีความยืนหยุ่นที่สูง HPE SimpliVity : HCI ของเราจะทำลายข้อจำกัดในการใช้งานไม่ว่าจะข้อจำกัดในเรื่องของการเพิ่ม Computing node or Storage Node ที่เราสามารถเลือกขยายการเพิ่มการใช้งานที่เป็นอิสระกับ HCI แบบอื่นๆ ทำให้การทำงานของ HPE SimpliVity นั้นโดดเด่นกว่าแบบอื่นๆ ในทุกๆ ด้าน

3.) Hyperconverged ที่เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานได้สูงที่สุด ซึ่ง HPE SimpliVity มีการออกแบบ H/W Omni stack Card ที่ถูกออกแบบเพื่อการทำงานที่รวดเร็ว และมีการทำงานเป็นแบบ In-Memory บนเทคโนโลยีของ Bus Topology ทำให้การทำงานของ HPE SimpliVity จะทำให้ Application ของการใช้งานนั้นรวดเร็วขึ้นโดยแอปปลิเคชั่นนั้นไม่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขการทำงานแต่อย่างใด ซี่งรวมถึงการ Write data บน SSD นั้นเขียนเฉพาะ Block ที่ผ่านการทำ In-deduplication and compression
ทำให้โอกาสที่จะมีการใช้งาน SSD ที่น้อยลงเพื่อยืดอายุการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

4.) HPE SimpliVity ได้ทำการติดตั้ง Backup Software เข้าไปภายใน Kernel ของ Hardware node ด้วยทำให้การสำรองข้อมูลทำได้อย่างรวดเร็วและ สะดวกในการทำงาน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด รวมถึงสามารถทำตามมาตรฐาน กฏ 3-2-1 ในการเก็บสำรองข้อมูลไปยังอุปกรณ์ภายนอกได้ด้วยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่อย่างใด

5.) มีระบบ AI มาช่วยในการเฝ้าระวังภัยต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อ HPE SimpliVity Platform นั้น SimpliVity สามารถที่จะตอบสนองในการเฝ้าระวัง และติดตามผ่านระบบ HPE Infosight ในการป้องกันระบบหรือทำการประสานงานอัตโนมัติ ในกรณีเกิดเหตุการณ์ระบบเกิดปัญหาขึ้นโดยเร่งด่วน โดยทำการทำงานสอดคล้องกับกับระบบ Public Cloud ที่ทาง HPE SimpliVity + HPE Infosight ได้มอบประสบการณ์แบบใหม่ในการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ฉะนั้นทุกท่านพอจะเข้าใจถึงระบบ Next-Generation ของ Hyperconverged platform
ที่ทาง HPE SimpliVity ได้เป็นผู้มอบประสบการณ์ ในความเป็นผู้นำของการใช้งานเทคโนโลยีที่เพียบพร้อมและจะช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าได้เดินไปอย่างข้างหน้าได้อย่างไม่มีข้อติดขัดและทำให้ธุรกิจตอบสนองได้รวดเร็วจนเป็นผู้นำในการแข่งขันปัจจุบัน ได้เป็นอย่างดี

สนใจข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมติดต่อ

เบอร์โทรศัพท์ : 02 353 8600 ต่อ 3210

e-mail : yitmkt@yipintsoi.com

#HPE  #YIPINTSOI

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ