[Guest Post] Sangfor HCI จุดเริ่มต้นของ Cloud Solution ประหยัด ปลอดภัยในราคาที่เหมาะสม

หากต้องการเพิ่มประสิทธิภาพด้าน Data Center และระบบคลาวด์ ให้กับองค์กร สามารถตอบโจทย์ได้ด้วย Sangfor HCI Solution ที่อยู่ภายใต้แนวคิด Software Defined IT Infrastructure แบบรวมศูนย์ หรือเรียกว่า 1 Stop Software Defined Data Center Solution ที่มาพร้อมความปลอดภัย ประหยัด สามารถจัดการแบบ Centralize Management ได้โดยง่าย

การลงทุนทางด้าน IT Infrastructure สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้ คือเรื่องของ TCO (ต้นทุนรวมของเจ้าของ) และ ROI (ผลตอบแทนการลงทุน) เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง หากองค์กรจะต้องจัดหาระบบ IT Infrastructure สักชุดเพื่อมาใช้งานทดแทนของเดิมหรือรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต สิ่งที่ต้องตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ เรื่องของค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจัดหา การย้ายข้อมมูล การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้เกิดความรู้ความชำนาญในผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้งาน รวมถึงการดูแลรักษาและการขยายขีดความสามารถของ อุปกรณ์นั้นๆ ในอนาคต

ในปัจจุบันหลายๆ องค์กรมีความสนใจเกี่ยวกับ Cloud Solution ถ้าหากจะไป Cloud เราควรจะเริ่มจาก HCI (Hyper Converted Infrastructure) HCI คือการนำทุกอย่างมาทำเป็น Virtualization ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ Virtual Machine , Virtual Storage และ Virtual Network และนำทรัพยากรบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) มารวมกัน (Pools) เมื่อถึงเวลาใช้งาน เราสามารถนำทรัพยากรเหล่านั้นมาจัดสรรให้ Virtual Machine , Virtual Storage , Virtual Network ใช้งานได้ และเพื่อให้ง่ายต่อการจัดการระบบ เราจะจัดการทุกอย่างผ่าน Centralize management คือการจัดการที่จุดๆ เดียวไม่ต้องแยกกันจัดการ ในกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้น จะช่วยให้ไม่เสียเวลาในการแก้ไขปัญหาและง่ายต่อการดูแล ยกตัวอย่างเช่น กรณีถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Server) ที่มีการใช้งานอยู่ในรูปแบบ HCI Solution โดยทั่วไปจะเริ่มต้นที่จำนวน 3 เครื่อง (Node) หากวันหนึ่งเกิดมีเครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียหรือมีปัญหาขึ้นมาไม่สามารถใช้งานได้ เครื่องที่เหลือจะสามารถทำงานแทนได้ แต่การลงทุน 3 เครื่อง (Node) นั้น อาจจะต้องใช้งบประมาณสูงเกินไป จะดีกว่าไหม? ถ้าเราเริ่มต้นเพียง 2 เครื่องและสามารถขยายระบบเพิ่มได้ด้วยการเพิ่ม Node โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบใหม่

Sangfor HCI เป็น Software HCI ที่สามารถใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบ X86 ได้ทุกแบรนด์ชั้นนำ แต่ในการเลือกใช้งาน Server ควรเลือกตามคำแนะนำของ ITIC Report เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการใช้งานที่ดีที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการทำ HCI Solution มักจะต้องเริ่มต้นการใช้งาน Server ที่จำนวน 3 เครื่องเป็นอย่างน้อย เพื่อให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ Sangfor HCI สามารถเริ่มต้นที่ 2 เครื่อง (Server) ได้ และสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน โดยความสามารถพื้นฐาน หรือ Feature หลักๆ ของระบบ HCI Solution ที่ควรมี เช่น การทำ Live Migration , VM HA , Distributed resource scheduler ซึ่ง Sangfor HCI ได้มีการนำ Feature หลักๆ มารวมกันไว้ให้ทั้งหมดแล้ว และยังมี Feature อื่นๆ ที่เพิ่มเติมขึ้นมารวมมาให้ด้วย โดยไม่มีการแบ่งประเภทของ License มีเพียง License แบบเดียว ในขณะที่ถ้าเป็นแบรนด์อื่นๆ อาจจะต้องซื้อ License Edition หรือ License ประเภทอื่นเพิ่มเติมจาก 3rd Party

เราจะมาทำความรู้จักกับ Sangfor HCI ที่กำลังเป็นที่น่าสนใจ และมีความโดดเด่นเฉพาะตัวกับความสามารถในด้านต่างๆ ดังนี้

  • Feature – Automate Hot add ความสามารถในการช่วยเพิ่มทรัพยากรกับให้เครื่อง Virtual machine ที่ใช้งานอยู่ในกรณีที่เครื่องมีการใช้ทรัพยากรเกินกว่าค่า Ratio ที่กำหนดไว้ โดยการนำ Policy จาก Sangfor HCI ที่กำหนดไว้มาเป็นตัวจัดการ และทำการเพิ่มทรัพยากรโดยการนำทรัพยากรจากส่วนกลางที่ทำ Cluster ไว้มาเพิ่มให้กับ Virtual Machine ที่ใช้งานอยู่ เพื่อให้เครื่องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง
  • DR Site ของ Sangfor HCI มีความสามารถพิเศษกว่าเพื่อนร่วมตลาดอื่นๆ คือสามารถเริ่มต้นการทำ DR Site ได้ที่ 1 เครื่อง (Server) เนื่องจากเทคโนโลยีที่ Sangfor HCI นำมาใช้เป็นการเลือกทำ DR Site เป็นราย Virtual Machine ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้สามารถกำหนดขนาดของ DR Site ที่ต้องการได้ นอกจากนี้การ Sync ข้อมูลระหว่าง DC และ DR Site ยังทำเป็นลักษณะ Incremental Replication คือ การส่งข้อมูลเฉพาะส่วนที่ต่างกันข้ามไป-มาระหว่าง DC และ DR Site ซึ่งระหว่างการส่งข้อมูลไป-มานั้นจะมีการทำ Compression เพื่อลดจำนวนข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกันด้วย ทำให้ข้อมูลมีขนาดเล็กลง และใช้เวลาในการส่งข้อมูลรวดเร็วยิ่งขึ้น
  • Backup Sangfor HCI เป็น HCI เจ้าหนึ่งที่มีตัวจัดการ Backup เป็นของตัวเอง โดยสามารถทำการ Backup ลงใน Cluster HCI ของตัวเองได้ หรือสามารถ Backup ลงที่อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกได้เช่นกัน โดย Feature Backup ที่ติดมาพร้อมกับ License ของ Sangfor HCI หรือเรียกได้ว่าแถมมากับ License หลัก จะมีความสามารถ Backup ข้อมูลได้ในระดับชั่วโมงต่อชั่วโมง โดยมีชื่อเรียกว่า Scheduler backup หากเป็นตัวที่เสียค่า License เพิ่มเติมจะเรียกว่า CDP (Continue us data protection) โดยจะแตกต่างจากตัวฟรี คือสามารถ Backup ได้ในระดับ วินาทีต่อวินาที โดยในตลาดของ HCI และ Software backup มีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่สามารถนำเทคโนโลยี CDP มาใช้ได้ นอกจากนี้ในการ Recovery ข้อมูล License ทั้ง 2 แบบสามารถ Commit RTO ได้ที่ 5 นาที ซึ่งมีประสิทธิภาพมากว่า Software Backup ในตลาดบางแบรนด์ที่ยัง Commit RTO ที่ 15 นาที
  • ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ Sangfor HCI มี Feature ที่ Build in มาให้ เรียกว่า Distributed Firewall หรือmicro segment ที่มีความสามารถป้องกันในระดับ Hypervisor โดย Feature นี้เป็นเหมือนการสร้างกำแพงกั้นระหว่าง Virtual machine โดยทำให้ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ จึงทำ IT ที่ดูแลสามารถจัดการแก้ไขได้ก่อนที่จะโจมตีสำเร็จ ซึ่ง Feature ที่กล่าวมานี้มีการตรวจสอบและการันตีจากทาง Mitre.org ซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร เป็นผู้ตรวจสอบช่องโหว่ของ Software ทุกประเภท ซึ่ง HCI ที่ไม่มีช่องโหว่ในระดับ Hypervisor ในปัจจุบันมีเพียง 2 แบรนด์ในโลก และ Sangfor HCI เป็นหนึ่งใน 2 แบรนด์นั้น
  • การบริหารจัดการและดูแล Sanfor HCI ทำให้ทุกอย่างเป็น One click to play และทำทุกอย่างผ่าน Centralize management ซึ่งเป็น GUI ที่สามารถใช้งานได้ง่าย เริ่มต้นตั้งแต่การติดตั้ง , Monitor , Dashboard , Report , Trouble shooting , Notification ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถใช้งาน GUI ได้อย่างสะดวก สามารถดูแลและบริหารจัดการได้ง่าย ไม่เสียเวลา

หากท่านเป็นผู้ที่กำหนดทิศทางทาง IT ในองค์กรหรือเป็นผู้ที่กำลังจะตัดสินใจเลือก Infrastructure ใหม่ให้กับองค์กรหรือลูกค้า Sangfor นับว่าเป็นแบรนด์หนึ่งที่อาจจะไม่ได้เป็นแบรนด์อันดับหนึ่งใน Gartner แต่เชื่อว่าเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าใช้งานแล้วมีความรู้สึกพึ่งพอใจและอยากบอกให้คนอื่นได้ลองใช้ต่ออย่างแน่นอน แล้วท่านละอยากจะทดลองใช้ หรืออยากจะรู้จัก Sangfor เพิ่มขึ้นไหม? ถ้าสนใจติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท คอมพิวเตอร์ยูเนี่ยน จำกัด โทร. 02-311-6881 #7151, 7158 หรือ Email. cu_mkt@cu.co.th

ผู้เขียนบทความ

คุณพนมพร มีเสงี่ยม (นก)

System Engineer Specialist

Computer Union Co.,Ltd.

คุณณัฐวุฒิ สุวรบุตร (ปอนด์)

System Engineer Specialist

Computer Union Co.,Ltd.


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เจาะกลยุทธ์ AIS Business: วางใจในบริการครบครัน จากทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย องค์กรจะขับเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้เลยหากขาดกำลังสำคัญคือทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพและมีความรู้ความเชี่ยวชาญในธุรกิจนั้น ๆ ยิ่งรูปแบบการทำธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องแปรผันปรับเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ความท้าทายครั้งสำคัญมิใช่เพียงแค่การลงทุนนวัตกรรมไล่ตามเทคโนโลยี ทว่าคือการลงทุนกับ “คน” ในองค์กรให้มีความสามารถก้าวทันความเปลี่ยนแปลงพร้อมทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ดิจิทัลไปด้วยกัน ในปี 2022 นี้เอง AIS Business ตั้งเป้าเดินหน้าพัฒนาองค์กรอย่างไม่หยุดยั้งด้วยการขยายขีดความสามารถของทีมงานให้พร้อมส่งมอบบริการที่ลูกค้าองค์กรวางใจได้ เพื่อร่วมสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและก้าวข้ามทุกความท้าทายในอนาคต …

[Guest Post] บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก

“บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก” How Digital Transformation Enables CFOs to Achieve Organizational Agility and Resilience …