Google เปลี่ยนชื่อ Bard AI เป็น Gemini แล้ว

Google ประกาศเปลี่ยนชื่อ Bard เป็น Gemini เพื่อให้สอดคล้องกับโมเดล LLM ที่ใช้งาน พร้อมเปิดตัว Gemini Advanced และ Mobile Application

Credit: Google

หลังจากที่ Google ได้เปิดตัวบริการ Bard ระบบ AI Chatbot มาตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว ล่าสุด Google ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อบริการใหม่เป็น Gemini เพื่อให้สอดคล้องกับโมเดล AI ที่ใช้งานเบื้องหลัง ปัจจุบันผู้ใช้งานสามารถใช้งาน Gemini แบบ Pro 1.0 model ได้แล้ว รองรับ 40 ภาษา รวม 230 ประเทศทั่วโลก

Google ยังได้เปิดตัวบริการ Gimini Advanced ออกมาพร้อมกัน โดยเป็นการใช้งานโมเดล Ultra 1.0 สำหรับบริการ Chatbot รองรับการประมวลผลด้าน AI ที่ซับซ้อนได้มากขึ้น ปัจจุบันให้บริการแล้วใน 150 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย บริการนี้สามารถใช้งานได้ผ่าน Google One AI Premium Plan มีค่าบริการอยู่ที่ 19.99 เหรียญต่อเดือน ผู้ที่สมัครใช้บริการจะสามารถเข้าถึง Gemini Advanced และได้รับพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบน Google One ขนาด 2TB รวมถึงการใช้ความสามารถของ Gemini บน Gmail, Docs, Slides และ Sheets (แทนที่บริการเดิม Duet AI)

นอกจากนี้ Google ยังเปิดตัวแอพพลิเคชัน Google Gemini บนระบบปฏิบัติการ Android ให้ผู้ใช้งานสามารถเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถทำงานทดแทน Google Assistant เดิมได้ โดยรองรับการเรียกใช้งานผ่านปุ่มบนเครื่องและการสั่งงานด้วยเสียง ส่วนผู้ใช้งาน iOS นั้นจะสามารถเข้าถึง Gemini ได้ผ่านทางแอพพลิเคชัน Google ที่จะมีการอัปเดตหลังจากนี้

ที่มา: https://blog.google/products/gemini/bard-gemini-advanced-app/

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

Crusoe บริษัทรับสร้างศูนย์ข้อมูล AI ระดมทุน 3 พันล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าทะยานแตะ 3 หมื่นล้าน

มีรายงานว่า Crusoe บริษัทรับก่อสร้างศูนย์ข้อมูล กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาเพื่อระดมทุนรอบใหม่คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Amazon เตรียมปลดระวาง Mechanical Turk ไม่รับผู้ใช้งานเพิ่มแล้ว

Amazon Web Services (AWS) ได้ยุติการรับลูกค้าใหม่สำหรับบริการที่มีอายุเก่าแก่หลายทศวรรษอย่าง Mechanical Turk เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นสัญญาณเตือนถึงจุดสิ้นสุดของแพลตฟอร์มตลาดแรงงานแบบคราวด์ซอร์สรุ่นบุกเบิกนี้