Google Cloud เปิดตัว Bare Metal Solution บริการ Managed Hardware Infrastructure สำหรับรองรับ Enterprise Workload เฉพาะทาง

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Google Cloud ได้ออกมาประกาศเปิดตัวบริการ Bare Metal Solution ซึ่งเป็นบริการ Managed Hardware Infrastructure ที่เหนือกว่าเพียงแค่การเช่าใช้ Bare Metal Server สำหรับรองรับ Workload เฉพาะทางที่ธุรกิจองค์กรมักใช้งาน โดยสามารถเชื่อมต่อกับบริการอื่นๆ บน Google Cloud ได้อย่างง่ายดาย

Credit: Google

ในบริการ Google Cloud Bare Metal Solution นี้จะครอบคลุมไปถึงการเช่าใช้งานและการดูแลระบบ Server, Power, Cooling และอื่นๆ โดยมีการกำหนด SLA ที่ชัดเจน และดูแลรักษาโดยทีมงานของ Google เองโดยตรง เพื่อให้ธุรกิจองค์กรนั้นสามารถสร้างระบบ IT Infrastructure ตามที่ตนเองต้องการอยู่บน Google Cloud และเลือกติดตั้ง Software ต่างๆ ได้อย่างอิสระ และตอบโจทย์ด้าน Licensing และ Support Agreement ที่มีความซับซ้อนสูงได้

Server ในบริการดังกล่าวนี้จะรองรับตั้งแต่เครื่องขนาด 16 Core 384GB RAM ไปจนถึง 112 Core 3072GB RAM โดยคิดราคาเป็นรายเดือน และมีระยะสัญญานาน 36 เดือน

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://cloud.google.com/solutions/bare-metal/

ที่มา: https://techcrunch.com/2019/11/20/google-cloud-launches-bare-metal-solution/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้