Anthropic เปิดตัว Claude Opus 4.7 โมเดล AI รุ่นใหม่ที่พัฒนาต่อจาก Opus 4.6 โดยเน้นการปรับปรุงงาน Software Engineering ขั้นสูง งาน agentic ที่ทำงานต่อเนื่องระยะยาว และเพิ่มความสามารถด้านการประมวลผลภาพที่ความละเอียดสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน

Anthropic ประกาศเปิดตัว Claude Opus 4.7 อย่างเป็นทางการ โดยวางตำแหน่งให้เป็นการอัปเกรดแบบตรงจาก Claude Opus 4.6 เน้นการยกระดับงาน Software Engineering ที่ซับซ้อนและงานระยะยาวแบบ multi-step ในสถานการณ์ที่ก่อนหน้านี้ผู้ใช้งานต้องคอยควบคุมโมเดลอย่างใกล้ชิด ทาง Anthropic ระบุว่า Opus 4.7 สามารถทำงานต่อเนื่องได้นานขึ้นด้วยความสม่ำเสมอและความเข้มงวดที่สูงกว่าเดิม ทำตามคำสั่งได้แม่นยำขึ้น และมีความสามารถในการตรวจสอบผลลัพธ์ของตนเองก่อนส่งกลับ โมเดลนี้ยังคงมีประสิทธิภาพต่ำกว่าโมเดลเรือธงอย่าง Claude Mythos Preview แต่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า Opus 4.6 ในหลาย benchmark

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ Opus 4.7 คือความสามารถด้าน multimodal ที่พัฒนาขึ้น โดยรับภาพความละเอียดสูงสุดได้ถึง 2,576 pixels บนด้านยาวที่สุด (ประมาณ 3.75 megapixels) ซึ่งมากกว่าโมเดล Claude รุ่นก่อนหน้าถึง 3 เท่า เปิดโอกาสให้กับ use case ที่ต้องการรายละเอียดภาพสูง เช่น computer-use agent ที่อ่าน screenshot หนาแน่น การสกัดข้อมูลจาก diagram ที่ซับซ้อน และงานที่ต้องการการอ้างอิงแบบ pixel-perfect นอกจากนี้ Opus 4.7 ยังปฏิบัติตามคำสั่ง (instruction following) ได้เข้มงวดมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจทำให้ prompt ที่เขียนไว้สำหรับโมเดลเดิมให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนเดิม Anthropic จึงแนะนำให้ผู้ใช้งานปรับ prompt และ harness ให้เข้ากับพฤติกรรมใหม่ ส่วนระบบ memory แบบ file system-based ก็ได้รับการปรับปรุง ทำให้โมเดลจดจำบันทึกสำคัญข้าม session ได้ดีขึ้น
Anthropic ยังเปิดตัวฟีเจอร์เสริมหลายอย่างพร้อมกับโมเดล ได้แก่ ระดับ effort ใหม่ชื่อ xhigh (extra high) ที่อยู่ระหว่าง high และ max ให้ผู้ใช้งานปรับสมดุลระหว่าง reasoning และ latency ได้ละเอียดขึ้น บน Claude API มีการเปิดตัว task budgets ในระยะ public beta เพื่อช่วยให้นักพัฒนาควบคุมการใช้ token ในงานระยะยาว ส่วนบน Claude Code มีคำสั่ง slash ใหม่ /ultrareview สำหรับการตรวจสอบโค้ดที่อ่านการเปลี่ยนแปลงและค้นหา bug รวมถึงปัญหาด้านการออกแบบ และมีการขยาย auto mode ให้กับผู้ใช้งานระดับ Max ในด้านความปลอดภัย Opus 4.7 เป็นโมเดลแรกที่เปิดตัวภายใต้แนวทาง Project Glasswing มาพร้อมกับระบบ safeguard ที่ตรวจจับและบล็อกการใช้งานด้าน cybersecurity ที่อาจเป็นอันตรายโดยอัตโนมัติ ส่วนนักวิจัยด้านความปลอดภัยที่ต้องการใช้งานในโจทย์ที่ถูกกฎหมาย เช่น vulnerability research หรือ penetration testing สามารถสมัครผ่าน Cyber Verification Program ได้
Claude Opus 4.7 พร้อมให้บริการแล้ววันนี้บนทุก product ของ Claude, Claude API, Amazon Bedrock, Google Cloud Vertex AI และ Microsoft Foundry โดยนักพัฒนาสามารถเรียกใช้ผ่าน model ID claude-opus-4-7 ราคาคงเดิมเท่ากับ Opus 4.6 คือ 5 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน input token และ 25 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน output token อย่างไรก็ตาม Anthropic เตือนว่าการย้ายมาใช้ Opus 4.7 อาจส่งผลต่อการใช้ token ในสองประเด็น ได้แก่ tokenizer ใหม่ที่อาจทำให้ข้อความเดียวกันถูกแปลงเป็น token เพิ่มขึ้น 1.0-1.35 เท่า และการที่โมเดลใช้เวลาคิดมากขึ้นในระดับ effort ที่สูง ทำให้สร้าง output token เพิ่มขึ้นตามไปด้วย Anthropic จึงแนะนำให้ผู้ใช้งานวัดผลกับ traffic จริง และปรับ effort parameter, task budget หรือ prompt ให้เหมาะสมกับงานของตน
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






