Portnox บริษัทด้านการควบคุมการเข้าถึงแบบคลาวด์เนทีฟได้เปิดตัวความสามารถที่ขยายขอบเขตขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการกำกับดูแลเอเจนต์ AI และตัวตนที่ไม่ใช่มนุษย์อื่น ๆ ที่กำลังเข้าสู่เครือข่าย แอปพลิเคชัน และโครงสร้างพื้นฐานขององค์กรในปัจจุบัน

ฟีเจอร์ใหม่นี้คือการเชื่อมต่อกับ Microsoft Defender โดยก่อนหน้านี้ Portnox ได้เชื่อมต่อกับ CrowdStrike และ SentinelOne มาแล้ว ซึ่งทั้ง 3 แพลตฟอร์มนี้สามารถใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการตัดสินใจเรื่องการเข้าถึงข้อมูลได้
หากหนึ่งในแพลตฟอร์มเหล่านี้รายงานถึงภัยคุกคามหรือพบว่าอุปกรณ์ไม่มีความเป็นไปตามมาตรฐาน เอ็นจินนโยบายของ Portnox จะสามารถตัดการเชื่อมต่อ ย้ายตัวตนนั้นไปไว้ในเขตกักกัน หรือเพิกถอนการเข้าถึงโดยสมบูรณ์ ขึ้นอยู่กับกฎที่ลูกค้ากำหนดไว้ โดยพนักงานเองก็ต้องอยู่ภายใต้มาตรการเดียวกันนี้
ตัวตนเหล่านั้นมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกับพนักงานที่เป็นมนุษย์เลย โดยเหล่าเอเจนต์จะยืนยันตัวตนเข้าสู่ระบบ ดึงข้อมูลที่ละเอียดอ่อน และดำเนินการต่าง ๆ ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องและด้วยความเร็วระดับเครื่องจักร อย่างไรก็ตาม หลายองค์กรยังคงมอบข้อมูลประจำตัวแบบคงที่ บัญชีที่ใช้งานร่วมกัน และสิทธิ์การเข้าถึงแบบถาวรให้กับเอเจนต์เหล่านั้น โดยตรวจสอบตัวตนเพียงครั้งเดียวในช่วงเริ่มต้นการเข้าใช้งานเท่านั้น ส่งผลให้ทีมความมั่นคงปลอดภัยต้องคอยคาดเดาว่าเอเจนต์กำลังเข้าถึงสิ่งใดบ้างและพฤติกรรมของพวกมันเปลี่ยนไปหรือไม่
การคาดเดาดังกล่าวได้ส่งผลกระทบให้เห็นแล้ว โดยการวิจัยจาก VentureBeat ในไตรมาสที่ 2 พบว่า 54% ขององค์กรประสบปัญหาเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับเอเจนต์จริง และมีสัดส่วนที่สูงกว่าถึง 69% ที่ยอมรับว่ามีการใช้ข้อมูลประจำตัวร่วมกันในหมู่เอเจนต์ของตน
Denny LeCompte ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Portnox กล่าวว่า เอเจนต์ AI กำลังกลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในการทำงานขององค์กร แต่หลายองค์กรยังคงใช้โมเดลการเข้าถึงที่สร้างขึ้นสำหรับผู้ใช้ที่เป็นมนุษย์และอุปกรณ์ที่มีการจัดการ ซึ่งทุกตัวตนที่สามารถเชื่อมต่อ เข้าถึงข้อมูล หรือดำเนินการได้ จะต้องได้รับการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ Portnox มอบความสามารถให้องค์กรในการจำกัดการเข้าถึงได้ทันทีเมื่อระดับความน่าเชื่อถือเปลี่ยนไป โดยไม่ต้องรอให้เอเจนต์ AI ก่อให้เกิดเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยที่ใหญ่กว่าเดิม
Portnox อธิบายสิ่งที่บริษัทกำลังนำเสนอว่าเป็นเหมือนสวิตช์ตัดการทำงานที่วางอยู่ในระดับเครือข่าย โดยเครื่องมือจัดการการเข้าถึงระดับสิทธิ์พิเศษและตัวตนจะเป็นผู้ตัดสินว่าเอเจนต์ควรได้รับอนุญาตให้เข้าถึงอะไรได้บ้าง แต่การตัดการเชื่อมต่อถือเป็นอีกงานหนึ่ง ซึ่งข้อโต้แย้งของบริษัทคือพวกเขาสามารถดำเนินการได้ก่อนที่ผู้ให้บริการตัวตนจะเพิกถอนสิทธิ์ใด ๆ
กลไกดังกล่าวทำงานผ่าน 3 ขั้นตอน โดยขั้นตอนแรกคือหนึ่งในแพลตฟอร์มปลายทางจะตรวจพบความเสี่ยง จากนั้นเอ็นจินนโยบายของ Portnox จะประเมินสัญญาณนั้นเทียบกับกฎการเข้าถึงของลูกค้าในแบบเรียลไทม์ และการบังคับใช้จะตามมาโดยอัตโนมัติ
Garrett Gross ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศภาคสนามกล่าวว่า ช่องว่างที่บริษัทพบเจออยู่เสมอนั้นคือ ระยะห่างระหว่างการรับรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติกับการลงมือจัดการกับสิ่งนั้นจริง ๆ เขากล่าวว่ามีผลิตภัณฑ์จำนวนมากที่สามารถรายงานได้ว่าเอเจนต์กำลังมีพฤติกรรมแปลก ๆ แต่มีเพียงไม่กี่รายที่สามารถจัดการกับเรื่องนั้นที่ระดับเครือข่ายได้โดยไม่ต้องรอให้ใครมาอนุมัติคำร้อง
ทีมงานด้านความมั่นคงปลอดภัยและเทคโนโลยีสารสนเทศยังได้รับบันทึกการตรวจสอบจากระบบนี้ด้วย ซึ่งครอบคลุมถึงข้อมูลว่าตัวตนใดที่เชื่อมต่อเข้ามา เมื่อใด จากที่ไหน ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงสิ่งใดบ้าง และนโยบายใดที่เป็นตัวตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว
Portnox เป็นสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนจากเงินทุนร่วมลงทุน โดยระดมทุนไปได้ประมาณ 59.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการระดมทุนรอบ Series B มูลค่า 37.5 ล้านดอลลาร์ ที่นำโดย Updata Partners ในเดือนเมษายน 2025
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/08/18/portnox-adds-microsoft-defender-integration-to-police-ai-agent-access/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย










