รู้จัก “Project Ceiba” โครงการสร้าง AI Supercomputer ที่เร็วที่สุดในโลกบน Cloud

Project Ceiba เป็นความร่วมมือระหว่าง Amazon Web Services (AWS) และ NVIDIA ในการสร้าง AI Supercomputer ที่เร็วที่สุดในโลกบน Cloud ของ AWS เพื่อหนุนให้งานด้าน AI ก้าวหน้าไปได้เหนือกว่าข้อจำกัดที่ผ่านมา

ความร่วมมือระหว่าง AWS และ NVIDIA ในการสร้าง Project Ceiba ให้เป็น AI Supercomputer ที่เร็วที่สุดบน AWS นี้มีเป้าหมายเพื่อปฏิวัติการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี AI ให้ก้าวหน้า ก้าวข้ามเกินขอบเขตข้อจำกัดต่าง ๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้

โดย Project Ceiba จะมีขุมพลัง NVIDIA Blackwell GPUs จำนวน 20,736 ตัว ที่จะทำงานร่วมกับ 4th Gen AWS Elastic Fabric Adapter (EFA) Networking โครงข่ายที่เร็วที่สุดบน AWS ที่สามารถส่งข้อมูลและประมวลผลได้เร็วระดับ 1,600 Gbps ต่อซุปเปอร์ชิป (Superchip) ซึ่งจะส่งผลให้สามารถประมวลผล AI ที่แรงเร็วระดับ 414 Exaflop เหนือกว่า Frontier เครื่อง Supercomputer ที่เร็วที่สุด ณ วินาทีไปอีกถึงราว 375 เท่า

นอกจากนี้ Project Ceiba จะใช้เทคโนโลยี Liquid Cooling ในการระบายความร้อน และ Security ที่แข็งแกร่งด้วยการใช้ AWS Nitro System พร้อมกับเทคโนโลยี EFA ที่จะมีการปกป้องข้อมูลโดยจะเข้ารหัสแบบ End-To-End ในการทำ Generative AI Workload ต่าง ๆ

ด้วยขีดความสามารถระดับสูงสุดของ AI Supercomputer บน AWS นี้จะทำให้นักวิจัยและพัฒนาจาก NVIDIA สามารถใช้ประโยชน์จากขุมพลังของ Project Ceiba ในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าในเทคโนโลยี AI หลากหลายรูปแบบ อาทิ โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) งานด้านกราฟิกทั้งสังเคราะห์ภาพวีดีโอหรือภาพสามมิติ การจำลอง (Simulation) หุ่นยนต์ (Robotics) ยานพาหนะขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Vehicle) รวมทั้งเรื่องการทำนายสภาพภูมิอากาศร่วมกับ NVIDIA Earth-2 ฯลฯ อีกมากมาย

Credit : AWS

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ Project Ceiba เพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่นี่

ที่มา: https://nvidianews.nvidia.com/news/nvidia-announces-omniverse-real-time-physics-digital-twins-with-industry-software-leaders

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …