ADPT

สรุปงานสัมมนา Empowering Intelligent Enterprise for Automotive Industry อนาคตของธุรกิจยานยนต์ไทยและทั่วโลกสู่ Industry 4.0 โดย NTT DATA, ISS Consulting และ QUNIE Consulting


ในวันที่ 10 มีนาคม 2021 ที่ผ่านมา ทาง NTT DATA, ISS Consulting และ QUNIE Consulting  ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนา Empowering Intelligent Enterprise for Automotive Industry นำเสนอถึงแนวทางในการที่ธุรกิจยานยนต์ไทยจะก้าวไปสู่การเป็น Intelligent Automotive เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกในอนาคต ทางทีมงาน TechTalkThai จึงขอนำสรุปเนื้อหาในงานสัมมนาดังนี้

อุตสาหกรรมยานยนต์ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของความเปลี่ยนแปลง

ในภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกนั้น ช่วงสิบปีนับถัดจากนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสำคัญมากของอุตสาหกรรม เพราะการมาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของอุตสาหกรรมและรูปแบบของผลิตภัณฑ์หรือบริการไปทั่วโลกอย่างสิ้นเชิง เช่น

  • การมาของยานยนต์ไฟฟ้า ที่จะเปลี่ยนเทคโนโลยีเบื้องหลังของยานยนต์ทั้งหมด
  • การมาของเทคโนโลยี AI ที่จะนำแนวคิดยานยนต์ไร้คนขับมาสู่ตลาดทั่วโลก
  • การมาของเทคโนโลยี 5G และ IoT ที่จะนำ Digital Twins, Infotainment, Vehicle-to-X และอื่นๆ ที่จะทำให้การแข่งขันในตลาดยานยนต์มีประเด็นใหม่ๆ ในส่วนของข้อมูล, บริการ และความชาญฉลาดในแง่มุมต่างๆ เข้ามา

ในงานสัมมนาครั้งนี้จึงได้สรุปถึงกลยุทธ์สำคัญที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์เอาไว้ด้วยกัน 5 ประการ ดังนี้

  1. Digital Smart Products การปรับปรุงเทคโนโลยีบนยานยนต์โดยตรง ตั้งแต่การเชื่อมต่อ, การเสริม AI ไปสู่การเป็นยานยนต์ไร้คนขับ, การใช้พลังงานไฟฟ้า และการนำเสนอ Digital Product อื่นๆ ควบคู่ไปกับยานยนต์
  2. Customer Centricity การเปลี่ยนวิธีการในการออกแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์ ให้มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทำความเข้าใจลูกค้าให้มากขึ้นจากข้อมูลของลูกค้าและพฤติกรรมของลูกค้า
  3. New Business Models and Mobility Services ปรับโมเดลทางธุรกิจใหม่ เช่น การนำแนวคิดแบบ as-a-Service เข้ามาใช้, การพัฒนาบริการเสริมใหม่ๆ ขึ้นมาเป็นช่องทางการสร้างรายรับเพิ่มเติม หรือการทำธุรกิจแบบ Subscription
  4. Digital Supply Chain and Connected Manufacturing การเปลี่ยนกระบวนการการผลิตและการจัดจำหน่ายด้วยการนำเทคโนโลยีและข้อมูลเข้ามาใช้เป็นศูนย์กลาง เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพ, คุณภาพ และความยืดหยุ่นเพิ่มมากขึ้น
  5. Engaging the Changing Workforce การปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานของพนักงาน และการดูแลพนักงานของธุรกิจด้วยการนำข้อมูลมาใช้อย่างชาญฉลาด และสร้างประสบการณ์ที่ดีในการทำงานให้กับพนักงานทุกคน

SAP เรียกภาพในอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ว่า Intelligent Automotive และมี Framework ที่ออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจยานยนต์สามารถก้าวไปสู่การเป็น Intelligent Enterprise เอาไว้ดังนี้

เทคโนโลยีหัวใจสำคัญภายในภาพนี้ ก็ได้แค่ Intelligent Suite ซึ่งเป็นระบบ Application สำหรับใช้ในกระบวนการต่างๆ ของธุรกิจที่มาพร้อมกับระบบวิเคราะห์และแนะนำที่ชาญฉลาด มาใช้เพื่อปรับการทำงานทั้งหมดให้เป็นระบบ โดยมีข้อมูลสนับสนุนทุกการตัดสินใจ  และ Industry Cloud ซึ่งเป็นบริการเสริมเฉพาะสำหรับตอบโจทย์ธุรกิจยานยนต์โดยเฉพาะ ซึ่งจะครอบคลุมทั้งในส่วนของเทคโนโลยีและข้อมูล เพื่อให้ธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์สามารถต่อยอดธุรกิจของตนเองได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ทั้งนี้โซลูชัน SAP S/4HANA Cloud นี้ก็สามารถตอบโจทย์ต่อการนำไปใช้งานในธุรกิจยานยนต์ได้เป็นอย่างดี รองรับการทำธุรกิจในหลากหลายรูปแบบได้ในระบบเดียว พร้อมทั้งยังบริหารจัดการส่วนต่างๆ ในธุรกิจได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการทำ Manufacturing, Sales, R&D, Services, Supply Chain, Procurement โดยรองรับได้ถึงการทำ Variant Configuration, Inventory Management, Quality Management, Serial Number & Batch Management, Available to Promise และยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบ Supplier Network, Integrated Business Planning, Warehouse Management, Asset Management, SAP CPQ และ Experience Management ได้อย่างครอบคลุม

 

ท่ามกลางวิกฤต ธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์ควรถือโอกาสทำ Business Process Improvement (BPI) และ Digitization

QUNIE ธุรกิจ Business Transformation Management Consultant ภายใต้เครือ NTT DATA ได้มาแบ่งปันถึงภาพที่เกิดขึ้นในธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงปีที่ผ่านมา ว่าหลายธุรกิจตัดสินใจที่จะยกเครื่องปรับเปลี่ยนกระบวนการการทำงานและเทคโนโลยีที่ใช้ครั้งใหญ่ เพื่อให้ธุรกิจพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วในระยะสั้นที่เกิดจาก COVID-19 และในระยะยาวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีเบื้องหลังของวงการยานยนต์

การแพร่ระบาดของ COVID-19 นั้นได้ส่งผลต่อสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก และส่งผลต่อเนื่องให้ยอดขายยานยนต์ทั่วโลกลดลง อีกทั้งยังสร้างอุปสรรคใหม่ทางด้าน Supply Chain จากการปิดประเทศและการหยุดดำเนินการของบางธุรกิจ ทำให้เกิดเป็นปัญหาการขาดแคลน Supply ที่จำเป็นต่อสายการผลิต และทำให้ธุรกิจยานยนต์ต้องปรับตัวกันอย่างรวดเร็ว

การทำ Business Process Improvement หรือ BPI ที่เกิดขึ้นนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนกระบวนการการผลิตให้มีความยืดหยุ่นและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้นเป็นหลัก โดยทาง QUNIE ก็สามารถช่วยในการเริ่มต้นโครงการลักษณะนี้ได้ ตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา การออกแบบแนวทาบงการแก้ไขปัญหา การเปลี่ยนแปลงกระบวนการ ไปจนถึงการปรับกระบวนการสุดท้ายให้นิ่ง โดยมีการระบุสโคปของกระบวนการที่มุ่งเน้นในการปรับปรุง และนำ Framework ต่างๆ เข้ามาจับเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างเป็นระบบ

ในขณะเดียวกัน QUNIE ก็จะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเปลี่ยนกระบวนการในการทำงานให้เป็นดิจิทัลมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการนำ Workflow Management มาปรับกระบวนการการทำงาน, การพัฒนาส่วนเชื่อมต่อให้กับระบบ ERP อย่าง SAP เพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนและทำงานเป็นอัตโนมัติมากขึ้น, การใช้ RPA เพื่อเปลี่ยนงานบางส่วนให้เป็นอัตโนมัติ, การเชื่อมต่อกับระบบ DMS และ e-Tax Invoice ปรับกระบวนการทางภาษีให้เป็นอัตโนมัติ และการพัฒนาระบบ Business Intelligence หรือ BI เพื่อให้ธุรกิจมีข้อมูลรายงานอย่างครบถ้วน

อุตสาหกรรมยานยนต์จะใช้ Big Data, Analytics และ IoT ได้อย่างไรบ้าง?

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากข้อมูลที่ใช้การผลิตและอื่นๆ แล้ว ข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT นั้นถือว่าจะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากทั้งภายในการผลิต, การติดตามการทำงานของยานยนต์, การให้บริการ และการเชื่อมต่อต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายใน Supply Chain และข้อมูลเหล่านี้เองที่จะกลายเป็นข้อมูล Big Data ที่เกิดขึ้นมาภายในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อนำไปใช้ต่อยอดได้ทั้งในการวิเคราะห์ ไปจนถึงการสร้างโมเดลทางด้าน Machine Learning และ AI

ด้วยความสัมพันธ์ลักษณะนี้ ธุรกิจยานยนต์จึงควรต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ด้านการรวบรวมและนำข้อมูลมาใช้งานให้เหมาะสม เพื่อให้สามารถสร้างกระบวนการที่เหมาะสมหรือสร้างโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมาให้ได้ โดยตัวอย่างของโครงการในกลุ่มนี้ก็เช่น

  • การทำ Fleet Management ติดตามยานพาหนะที่ใช้ขนส่งสินค้าต่งๆ และวางแผนการเดินทางให้มีประสิทธิภาพ
  • การทำ Connected Car เพื่อให้ยานยนต์สามารถเชื่อมต่อไปยังยานยนต์คันอื่นๆ หรืออุปกรณ์อื่นๆ และสร้างบริการหรือเพิ่มความชาญฉลาดได้
  • Automotive Maintenance System การให้บริการดูแลรักษายานยนต์เชิงรุก ตรวจสอบการทำงานของเครื่องยนต์และทำนายแนวโน้มความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถทำการซ่อมบำรุงก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริงได้
  • Autonomous Vehicle ยานยนต์ไร้คนขับ โดยรับข้อมูลจาก Sensor รอบรถมาใช้วิเคราะห์ร่วมกับ AI
  • Infotainment & Telematics นำเสนอข้อมูลความบันเทิงภายในยานยนต์ และติดตามการขับขี่ที่เกิดขึ้น เพื่อให้สามารถให้บริการต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น หรือติดตามสภาพการขับขี่และการใช้งาน นำไปต่อยอดสู่การให้บริการของธุรกิจรถเช่า หรือใช้เป็นข้อมูลสำหรับธุรกิจประกัน
  • Machine Learning สำหรับพัฒนาระบบช่วยตัดสินใจ, ระบบให้คำแนะนำ เสริมให้กับกระบวนการส่วนต่างๆ ภายในธุรกิจ
  • Quality Management เสริมการตรวจสอบคุณภาพด้วยการนำข้อมูลจากหลายภาคส่วนมาผสานร่วมกัน รวมถึงใช้ AI ในการตรวจสอบโดยอัตโนมัติ
  • AI Marketing ทำความเข้าใจความรับรู้ของตลาดที่มีต่อผลิตภัณฑ์ด้วย AI และทำนายพฤติกรรมของลูกค้าเดิมต่อความต้องการในการซื้อยานพาหนะคันใหม่ไปใช้งาน

จะเห็นได้ว่าอนาคตของธุรกิจยานยนต์นั้น ประเด็นด้าน Data และ IoT จะมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นการวางระบบ IT Infrastructure พื้นฐานสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ให้พร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น

จัดการการผลิตแบบ KANBAN ในโลกยุค Industry 4.0 ด้วย SAP Digital Core

สำหรับธุรกิจยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่น แนวทางการผลิตแบบ Lean นั้นก็ยังถือเป็นแนวทางหลักที่ถูกใช้งานกันมาอย่างต่อเนื่องและได้ผลดีในปัจจุบันนี้ ทำในหลายโรงงานนั้นยังคงใช้ KANBAN ในการผลิตกันอยู่จนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ดี ในการก้าวสู่การเป็น Intelligent Automotive อย่างเต็มตัวที่จะทำให้การผลิตนั้นมีข้อมูลแบบ Real-time เกิดขึ้นตลอดเวลา ธุรกิจเองก็สามารถนำข้อมูลที่เกิดขึ้นเหล่านี้มาใช้เสริมในการผลิตได้ โดยในมุมของ ISS Consulting และ SAP นั้นจะมีด้วยกัน 4 ส่วนที่สำคัญในการปรับปรุงธุรกิจดังนี้

  1. Intelligent Products เสริมเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง และตอบสนองความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าแต่ละรายในการปรับแต่งผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ที่แตกต่างกันออกไปได้
  2. Intelligent Factories ผลิตสินค้าได้ทั้งแบบปริมาณมากและน้อยเพื่อให้ตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และสามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างรวดเร็ว
  3. Intelligent Assets บริหารจัดการและซ่อมบำรุงเครื่องจักรและวัตถุดิบต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาด ลดโอกาสการเกิด Downtime ในการผลิตจากปัจจัยเหล่านี้
  4. Empowered People ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการทำงาน เพิ่มความสามารถในการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงยิ่งขึ้น

โซลูชันของ SAP S/4HANA และโซลูชันอื่นๆ ของ SAP สำหรับใช้ในธุรกิจยานยนต์นั้น สามารถใช้เพื่อรองรับการทำ KANBAN ในโรงงานแห่งอนาคตได้ในทุกส่วนของการผลิต โดยสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ Handheld เพื่ออ่านข้อมูลเอกสารต่างๆ ผ่าน QR Code ได้ ทำให้การเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลในโลกดิจิทัลและในสายการผลิตหรือคลังสินค้านั้นเป็นไปได้อย่างคล่องตัวยิ่งขึ้น ช่วยให้การทำ KANBAN ถูกเปลี่ยนด้วยการทำ Digitization กลายเป็นกระบวนการแบบดิจิทัลอย่างเต็มตัวได้นั่นเอง

เปลี่ยนมุมมองให้กับธุรกิจยานยนต์ ด้วยการผสานข้อมูลในมุมประสบการณ์

ในการสร้างความแตกต่างให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น เพียงแค่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป แต่การทำความเข้าใจลูกค้าและพนักงานในมุมของประสบการณ์ด้วยนั้น จะทำให้การปรับตัวของธุรกิจเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ในมุมของ SAP นั้น Experience Management หรือ XM จะกลายเป็นอีกหัวใจสำคัญที่ทุกธุรกิจยานยนต์ไม่อาจขาดไปได้อีกต่อไป โดยแนวทางที่แนะนำนั้นก็คือการใช้ X+O Data ด้วยการนำข้อมูล Operations Data (O) ที่ระบุว่าสิ่งที่ต้องการคืออะไร มาใช้ผสานกับ Experience Data (X) ที่ระบุว่าทำไมพนักงานหรือลูกค้าจึงต้องการสิ่งนั้นๆ ก็จะทำให้ธุรกิจสามารถส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงกับสิ่งที่พนักงนหรือลูกค้าต้องการจริงๆ ได้

การบริหารจัดการภายในองค์กรนั้น Employee Experience จะเป็นสิ่งที่ทำให้พนักงานภายในองค์กรสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความสุขมากยิ่งขึ้น และเติบโตร่วมไปกับองค์กรได้อย่างยาวนานมั่นคงยิ่งขึ้น โดยโซลูชันของ SAP นั้นก็มีครอบคลุมทั้งในส่วนของการติดตามและบริหารจัดการ Work-Life ของคนในองค์กร ระบบการเรียนรู้ออนไลน์ ระบบสำหรับวิเคราะห์และวางแผนการเติบโตในอนาคตของพนักงาน และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งโซลูชันเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรตอบโจทย์ของบุคลากรภายในได้ด้วยการนำแนวคิด X+O Data มาใช้อย่างครอบคลุม

สำหรับการทำความเข้าใจลูกค้า SAP ก็มีระบบสำหรับจัดการ Customer Experience โดยเฉพาะตั้งแต่ขั้นตอนของการรวบรวมความคิดเห็นของลูกค้า การวิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า การปรับปรุงกระบวนการและสินค้าให้ตอบโจทย์ของลูกค้า ไปจนถึงการส่งมอบประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ ให้กับลูกค้าอย่างตรงจุด โดยมีโซลูชันจาก Qualtrics เป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่การทำ CustomerXM เพื่อทำความเข้าใจและส่งมอบประสบการณ์สู่ลูกค้า ProductXM สำหรับวิเคราะห์พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการในตลาด EmployeeXM สำหรับทำความเข้าใจพนักงานและปรับปรุงการทำงานภายในองค์กร และ BrandXM สำหรับวิเคราะห์การรับรู้และประสบการณ์ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์อย่างครบวงจร

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

 

ISS Consulting (Thailand) Ltd. เป็นพาร์ทเนอร์กับ SAP ในระดับ Platinum และ SAP Global Partner ที่สามารถให้บริการด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งโซลูชั่นของ SAP อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก/กลาง/ใหญ่ ในหลากหลายอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 21 ปี โดยปัจจุบันนี้มีลูกค้าธุรกิจและองค์กรทั่วประเทศไทยรวมมากกว่า 250 ราย พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทยโดยทีมงานกว่า 300 คน

นอกจากนั้นแล้วในปีนี้ ISS Consulting (Thailand) Ltd.  เป็นบริษัทในกลุ่ม NTT DATA และ itelligence ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ SAP และ Data Center ระดับโลก ทำให้บริษัท มีความสามารถในการนำเสนอ SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทยในขอบเขตที่กว้างยิ่งขึ้นและครบวงจรมากยิ่งขึ้น ทางด้าน SAP Partner นั้น ISS Consulting (Thailand) Ltd.  ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม SAP Global Partner ทำให้บริษัทมีศักยภาพมากขึ้นในการนำเสนอ SAPโซลูชั่นธุรกิจระดับโลก

———————————————————————————————-

ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น ISS Consulting พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) โทร 02 237 05553 หรือ

Website: bit.ly/33kqepj
Facebook: bit.ly/2PjcJOw
Instagram: bit.ly/2Dai5ZS 
YouTube: bit.ly/2PlFytt


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] HPE GreenLake เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายในงาน HPE Discover 2021

ที่งาน HPE Discover 2021 เมื่อวันที่ 23-25  มิถุนายนที่ผ่านมา HPE GreenLake ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากมาย หนึ่งในนั้นคือ HPE GreenLake Lighthouse และ Project Aurora เพื่อเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์และทิศทางของบริษัทที่จะเป็น Edge-to-Cloud Platform as-a-Service

ยอดขาย Chromebook ไตรมาส 2 ปี 2021 เติบโต 75%

ตัวเลขรายงานยอดขาย Chromebook ของไตรมาสที่ 2 ปีนี้เติบโตสูงถึง 75% คิดเป็นยอดจำหน่ายกว่า 11.9 ล้านเครื่อง