บริหารจัดการโรงงานด้วย Kaizen ในแบบ Digital ด้วย Lumada Manufacturing Insights (MfI) จาก Hitachi Asia (Thailand) Co., Ltd.

หนึ่งในธุรกิจที่ต้องเร่งปรับตัวกันมากที่สุดในปี 2020 ที่ผ่านมานี้ก็คือธุรกิจโรงงานและการผลิต ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดโดยตรงต่อทั้งสายการผลิต, Supply Chain ไปจนถึงพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล การนำเทคโนโลยี Digital เข้ามาใช้ในการผลิตจึงกลายเป็นประเด็นสำคัญ และในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ Hitachi Lumada Manufacturing Insights (MfI) ที่จะช่วยให้การผลิตนั้นสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพและคุณภาพได้อย่างต่อเนื่องตามหลักการของ Kaizen

ปัญหาของการบริหารจัดการโรงงานที่ยังไม่มีการใช้งานเทคโนโลยี Digital

ธุรกิจโรงงานและการผลิตทั่วโลกนั้นมักมีแนวโน้มหนึ่งที่คล้ายคลึงกัน คือการที่ธุรกิจโรงงานและการผลิตขนาดใหญ่หลายแห่งนั้นยังคงไม่ก้าวสู่การนำเทคโนโลยี Digital มาปรับใช้ในการผลิต เพราะคุ้นชินกับการทำงานแบบเดิม อีกทั้งธุรกิจเองนั้นก็มีขนาดใหญ่ และขาดผู้เชี่ยวชาญที่จะมาช่วยปรับปรุงในส่วนนี้จนยากที่จะปรับนำเทคโนโลยี Digital มาใช้งาน

อย่างไรก็ดี ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าความท้าทายของธุรกิจโรงงานและการผลิตเองนั้นมีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางกระแสการทำ Digital Transformation และ Industry 4.0 ในทุกวันนี้ รวมถึงการมาของภัยโรคระบาดในปี 2020 นี้ที่ได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ทุกธุรกิจต้องเร่งปรับตัวให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของลูกค้าและการทำงานที่ต้องคำนึงถึงนโยบายการทำ Social Distancing

ปัจจัยเหล่านี้เองได้สร้างความท้าทาย 3 ประการต่อธุรกิจโรงงานและการผลิต ได้แก่

  1. การที่ความต้องการของลูกค้ามีหลากหลายและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตต้องปรับสายการผลิตให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้ได้
  2. การแข่งขันในระดับโลกที่สร้างความกดดันอย่างมหาศาล ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย ทำให้ประเด็นด้านคุณภาพและราคานั้นส่งผลเป็นอย่างมากต่อการตัดสินใจของลูกค้า
  3. การเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ที่กำลังค่อยๆ เกษียณไปทีละราย ในขณะที่คนรุ่นใหม่เองก็ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจโรงงานและการผลิตน้อยลงเรื่อยๆ

ความท้าทายเหล่านี้ได้ส่งผลให้การผลิตในโรงงานนั้นมีความซับซ้อนและยุ่งเหยิงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งการที่เอกสารหรือกระบวนการต่างๆ ซึ่งยังคงเป็นแบบกระดาษนั้นทำให้เกิดความผิดพลาดในการทำงานสูง และทำให้กระบวนการทำงานนั้นมีความเชื่องช้า, การที่ไม่มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาหรือวางแผนปรับปรุงสายการผลิตอย่างชัดเจน ไปจนถึงการขาดผู้เชี่ยวชาญที่ค่อยๆ เกษียณอายุไป ทำให้สายการผลิตนั้นขาดความมั่นคง

ด้วยเหตุเหล่านี้ การตัดสินใจนำเทคโนโลยี Digital เข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อให้ทุกกระบวนการขั้นตอนนั้นมีข้อมูลอย่างครบถ้วน ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงได้กลายเป็น Priority หลักของหลายธุรกิจโรงงานทั่วโลก และถือโอกาสในช่วงที่สายการผลิตต้องหยุดชะงักจากวิกฤตโรคระบาดนี้ในการปรับนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยในการผลิตกันมากขึ้นนั่นเอง

เพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของการผลิต ด้วย Lumada Manufacturing Insights (MfI)

Lumada Manufacturing Insights หรือ MfI นี้ เป็นโซลูชัน Digital สำหรับช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของการผลิตโดยเฉพาะ เพื่อเปลี่ยนให้การผลิตนั้นกลายเป็นแบบ Digital ซึ่งมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจและช่วยปรับปรุงแก้ไขปัญหาเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องตามหลัก Kaizen ในสายการผลิต โดยมีกระบวนการ 3 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  1. Collect Data รวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นในสายการผลิตโดยอัตโนมัติจากเครื่องจักรและระบบควบคุมต่างๆ ผ่านทาง PLC และ IoT Gateway โดยครอบคลุมข้อมูล 4M ได้แก่ huMan, Machine, Material และ Method
  2. Visualize นำข้อมูลสถานะการผลิตที่กำลังเกิดขึ้นมาแสดงผลแบบ Real-Time เพื่อให้สามารถตรวจสอบ ติดตาม และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที รวมถึงมีข้อมูลย้อนหลังเพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงสายการผลิตได้อย่างแม่นยำตรงจุด
  3. Kaizen in the Shop Floor ทำการวัดคุณภาพและปรับปรุงแก้ไขประเด็นปัญหาต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมวัดผลหลังจากการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ติดตามผลลัพธ์ได้อยู่ตลอด

ทั้ง 3 กระบวนการที่เกิดขึ้นนี้ถูกนำมาออกแบบเป็นระบบย่อยภายใน MfI เพื่อให้ผู้ที่ทำงานในสายการผลิตตั้งแต่ระดับของผู้บริหารไปจนถึงปฏิบัติการนั้นสามารถทำงานด้วยข้อมูลแบบ Data-Driven ได้อย่างครบถ้วน ด้วยความสามารถในการบริหารจัดการ 4 ส่วน ได้แก่

  1. Factory KPI สำหรับให้ Factory Manager ทำการติดตามสถานะการผลิตและติดตามค่า KPI ของการทำงานในแง่มุมต่างๆ เช่น การผลิตสินค้าได้ทันเวลา ไปจนถึงการที่สายการผลิตสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดชะงัก
  2. Equipment สำหรับผู้ดูแลเครื่องจักรใช้ในการติดตามสถานะการทำงานของเครื่องจักรแต่ละเครื่อง และสัญญาณผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน เพื่อให้สามารถวางแผนปรับเปลี่ยนชิ้นส่วนหรือตรวจสอบแนวโน้มการเกิดปัญหาได้ ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายให้กับสายการผลิต
  3. Process สำหรับ Production Manager ใช้ในการติดตามการผลิตและตรวจสอบปัจจัยที่เป็นต้นเหตุให้เกิดคอขวดในการผลิต รวมถึงติดตามสถานะจากข้อมูล 4M เพื่อให้สามารถระบุถึงสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นในสายการผลิตได้อย่างแม่นยำ
  4. Quality สำหรับ Quality Assurance Manager ใช้ในการติดตามสถิติการเกิดของเสียในสายการผลิต และตรวจสอบหาสาเหตุเพื่อแก้ไขสายการผลิตให้มีคุณภาพในการผลิตมากขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

จะเห็นได้ว่า MfI นี้จะช่วยให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตสามารถตรวจสอบสถานะของการผลิต, เครื่องจักร และพนักงานได้อยู่เสมอ รวมถึงถ้าหากมีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นในการผลิต MfI ก็จะสามารถนำเสนอข้อมูลสำหรับการแก้ไขปัญหาและวางแผนป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ ทั้งหมดนี้สามารถนำมาสะท้อนเป็น KPI ของสายการผลิตเพื่อวัดผลการทำงานได้อย่างครอบคลุม นำไปสู่การควบคุมคุณภาพ, การลดค่าใช้จ่าย และสร้างความมั่นใจในการส่งมอบสินค้าจากสายการผลิตให้แก่ธุรกิจโรงงานได้

จุดเด่นที่ทำให้ MfI ได้รับความนิยมในธุรกิจโรงงานและการผลิตนั้น ก็คือความง่ายดายในการติดตั้งใช้งานที่สามารถผสานระบบให้ทำงานร่วมกับเครื่องจักรรูปแบบต่างๆ, ระบบ ERP/MES ที่มีอยู่, ระบบ RFID/Barcode/QR Code และกระบวนการในการผลิตที่หลากหลายได้ และการเลือกเริ่มต้นใช้งานเฉพาะบางส่วนและค่อยๆ เพิ่มขยายในอนาคตได้ ในขณะที่ CFO ของโรงงานเองนั้นก็จะให้ความสำคัญกับการที่ MfI คิดค่าใช้จ่ายในแบบ Subscription-based ทำให้ไม่ต้องเกิดการลงทุนเป็นงบประมาณก้อนใหญ่ไปแต่แรก และเห็นค่าใช้จ่ายรายเดือนที่ชัดเจน

พร้อมให้บริการในประเทศไทย ด้วย Lumada Center ที่เปิดให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตเข้าไปสัมผัสเทคโนโลยีจริงได้ด้วยตนเอง

Hitachi Asia  (Thailand) Co., Ltd. นั้นตั้งใจขยายตลาด MfI ในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีโรงงานอุตสาหกรรมสำคัญอยู่มากมายอย่างเต็มที่ จึงได้มีการเปิด Lumada Center ด้วยกันถึง 2 แห่งในกรุงเทพมหานครและชลบุรี เพื่อให้ธุรกิจโรงงานและการผลิตนั้นสามารถเข้ามาสัมผัสกับเทคโนโลยี Digital สำหรับการผลิตโดยเฉพาะได้ด้วยตนเอง เพื่อให้ผู้บริหารและผู้จัดการของโรงงานนั้นเข้าใจในเทคโนโลยีมากขึ้น และมองเห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปปรับใช้ในโรงงานของตนเองได้แจ่มชัดมากยิ่งขึ้น

สนใจติดต่อ Hitachi Asia (Thailand) Co., Ltd. ได้ทันที

ผู้ที่สนใจโซลูชัน MfI สามารถติดต่อทีมงาน Hitachi Asia  (Thailand) Co., Ltd. ในประเทศไทยได้ทันทีที่อีเมล์ hasth.dx-sales.yq@hitachi.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ https://www.hitachi.co.th/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ