[รีวิว] Dell Latitude 7320 Detachable: Laptop รุ่นพรีเมี่ยมที่เป็นได้ทั้ง Notebook และ Tablet พร้อมปากกาในตัว

เครื่อง Notebook ในแบบ Detachable ที่สามารถใช้งานเป็น Notebook หรือถอดมาใช้เฉพาะจอเป็นแบบ Tablet นั้น ถือเป็นหนึ่งใน Form Factor ที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จากตลาดในระดับของผู้บริหารและพนักงานฝ่ายขาย เนื่องจากการมีทั้ง Notebook และ Tablet เอาไว้ใช้งานได้ในหลากหลายอิริยาบถ โดยที่อุปกรณ์ยังคงมีทั้ง Software และ Data ที่จำเป็นต่อการทำงานอย่างครบถ้วนไม่ต้องกังวลเรื่องการย้ายข้อมูลไปมานั้นก็ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้การทำงานเป็นไปได้อย่างคล่องตัว

ในครั้งนี้ทีมงาน TechTalkThai ได้รับเครื่อง Dell Latitude 7320 Detachable มาทดลองใช้งาน ซึ่งก็ต้องใช้เวลาทดสอบกันนานพอสมควรเพราะตัวเครื่องมีประสบการณ์การใช้งานให้ได้ทดลองใช้หลายแง่มุม ทั้งการใช้แบบ Notebook, การใช้แบบ Tablet และการใช้งานด้วยปากกาบน Windows 10 ทางทีมงานเราจึงขอสรุปประสบการณ์การใช้ Dell Latitude 7320 Detachable ในครั้งนี้เอาไว้ในบทความนี้เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านกันนะครับ

Dell Latitude 7320 Detachable: ข้อมูลเชิงเทคนิค

Latitude 7320 Detachable นี้ถือเป็น Laptop รุ่นพรีเมี่ยมรุ่นหนึ่งในตระกูล Dell Latitude ที่มีครบถ้วนทั้งประสิทธิภาพ, รูปลักษณ์ที่เรียบหรู, ความยืดหยุ่นในการใช้งานได้หลากหลาย ไปจนถึงการรองรับเทคโนโลยีชั้นนำมากมายไม่ว่าจะเป็น AI อย่าง Dell Optimizer เอง หรือการที่ Dell รับประกันว่าตัวเครื่องรุ่นนี้ที่ปัจจุบันติดตั้งมาพร้อมกับ Windows 10 Pro จะสามารถรองรับ Windows 11 ได้ในอนาคต

แน่นอนว่าจุดเด่นของ Latitude รุ่นนี้ก็เหมือนดังที่ระบุในชื่อรุ่น ซึ่งก็คือการที่เครื่องรุ่นนี้เป็น Laptop แบบ Detachable ที่สามารถถอดจอออกจาก Keyboard และใช้งานในแบบ Tablet ได้นั่นเอง ซึ่งถึงแม้แนวคิดนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ Dell ก็พัฒนาเครื่องในรุ่น Detachable นี้ให้ดีขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง

Credit: Dell Technologies

Latitude 7320 Detachable รุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมกับน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 0.789 กรัมเท่านั้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างเบาสำหรับ Notebook และหนักเล็กน้อยสำหรับ Tablet แต่หากพิจารณาว่าเครื่องนี้มีหน้าจอขนาด 13 นิ้วแบบ FHD+ 1920 x 1280 ให้ใช้งานแล้ว น้ำหนักเท่านี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผล

หน่วยประมวลผลของเครื่องรุ่นนี้จะใช้ 11th Generation Intel® Core™ i9 processor เป็นหลัก โดยสามารถเลือกได้ทั้ง i3/i5/i7 ให้มีประสิทธิภาพรองรับต่อความต้องการได้ โดยหากใช้รุ่น i3 จะได้ Intel® UHD Graphics มาใช้งาน แต่หากใช้รุ่นที่เหลือจะได้ Intel® Iris® Xe Graphics มาใช้งานแทน ส่วน Memory นั้นสามารถเลือกได้ระหว่าง 4/8/16GB และ PCIe NVMe SSD สามารถเลือกได้ที่ 128/256/512GB หรือ 1TB

ทางด้านการเชื่อมต่อ ตัวเครื่องมาพร้อมกับ WiFi 6, Bluetooth 5.1 โดยมีออปชันเสริมสำหรับติดตั้ง microSIM เพื่อเชื่อมต่อ 4G พร้อมพอร์ต 2x Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™) และ 1x Universal audio jack ให้ใช้งาน พร้อมกล้อง 1080p @ 30 fps และลำโพงให้ใช้ประชุมงานได้ในตัว

Credit: Dell Technologies

1. Wedge-shaped Lock Slot | 2. Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™) | 3. Speaker | 4. Volume control | 5. Universal Audio jack | 6. Rear camera | 7. Micro SIM Card Slot (optional) | 8. Thunderbolt™ 4 with Power Delivery and DisplayPort (USB Type-C™)

ตัวเครื่องจะมาพร้อมกับ Keyboard ที่ทำหน้าที่เป็นฝาปิดหน้าจอเครื่องไปด้วยในตัว และปากกา Active Pen สำหรับใช้สัมผัสหน้าจอ ที่สามารถเก็บเอาไว้ใน Keyboard ได้ ทำให้ในการใช้งานจริงปากกาจะไม่หลุดร่วงหายไปง่ายๆ อย่างแน่นอน

การซื้อประกันของเครื่องนี้สามารถทำได้ที่ 3-5 ปีตามมาตรฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับธุรกิจ

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dell Latitude 7320 Detachable สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.dell.com/th/business/p/latitude-13-7320-detachable-laptop/pd

Credit: Dell Technologies

แกะกล่องลองใช้ของจริง

ความรู้สึกแรกที่ได้แกะ Dell Latitude 7320 Detachable เครื่องนี้มาใช้คือค่อนข้างตื่นเต้นพอสมควร เพราะภายในกล่องมีทั้ง Keyboard และปากกา Active Pen ให้มาลองประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งแค่ตอนที่ลองประกอบก็รู้สึกสนุกแล้ว

สัมผัสของเครื่องนี้ที่รู้สึกได้จากการจับครั้งแรกคือเรียบหรูทนทาน ด้วยการใช้ Aluminium แบบที่เป็นลายเส้นขนแปรงให้รู้สึกมีสัมผัสเล็กๆ น้อยๆ แต่ยังคงมีความเย็นและลื่นอยู่ ในขณะที่การประกอบเองก็แข็งแรงดี ซึ่งตัวเครื่องนี้ก็ผ่านการทดสอบความทนทานตามมาตรฐาน MIL-STD เหมือน Latitude รุ่นอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

บริเวณด้านหลังของเครื่องสามารถเปิดออกมาเป็นขาตั้งได้ ทำให้ไม่ว่าจะใช้งานในแบบ Laptop หรือแบบ Tablet ก็สามารถวางกับโต๊ะได้เหมือนกัน ส่วน Keyboard นั้นก็สามารถประกอบเข้ากับตัวจอได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่ช่องใส่ปากกาตรงด้านบนของ Keyboard นั้นก็ถูกออกแบบมาให้พอดีกับตัวปากกา และยึดกันด้วยแรงแม่เหล็กทำให้ชาร์จได้สะดวกมากๆ

บริเวณด้านข้างของเครื่องนอกจากจะเป็นพอร์ตต่างๆ แล้ว ก็ยังมีปุ่มเปิดปิดเครื่อง และปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงเหมือน Tablet ในขณะที่ด้านหน้าเครื่องนั้นก็จะมีกล้องหน้าสำหรับใช้ประชุมงาน และด้านหลังเครื่องก็จะมีกล้องอีกชุดสำหรับเอาไว้ถ่ายภาพหรือวิดีโอได้

ในการใช้งานช่วงแรกเริ่ม ทางทีมงานทดสอบการใช้งานด้วย Keyboard ก่อน ซึ่งก็ไม่ต่างจากการใช้งาน Notebook ทั่วๆ ไปนัก แต่จะสะดวกขึ้นเล็กน้อยเพราะเราสามารถเลือกใช้ Touch Pad หรือการสัมผัสหน้าจอก็ได้ ทำให้ในบางกรณีการสัมผัสหน้าจอก็อาจจะเร็วกว่า และในบางกรณีการใช้ Touch Pad ก็จะสะดวกกว่า

ส่วนการใช้งานในแบบ Tablet เองนั้นก็ถือว่าน่าสนใจเช่นกัน เพราะการใช้ Windows 10 จะทำให้เราสามารถใช้ Tablet โดยเปิดหลายๆ Application มาทำงานพร้อมๆ กันได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Tablet อื่นๆ มักจะทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดีนัก ส่วนการสัมผัสหน้าจอด้วยนิ้วนั้นตัว Latitude เองก็ตอบสนองได้แบบทันทีไม่มีหน่วงแต่อย่างใด

จุดที่เป็นปัญหาในช่วงแรกเล็กน้อยก็คือเรื่องของการใช้ Soft Keyboard เพื่อพิมพ์ตัวอักษรต่างๆ ในระหว่างใช้งาน ซึ่งต้องมีการไปปรับแต่งค่าใน Settings ก่อนเล็กน้อยเพื่อให้ Soft Keyboard ปรากฎออกมาเสมอๆ ในเวลาที่เราใช้งานเครื่องในแบบ Tablet แต่เมื่อตั้งค่าเสร็จเรียบร้อยก็สามารถใช้งานได้ราบรื่นดี

สุดท้ายคือการทดลองใช้งานด้วยปากกา ซึ่งก็ช่วยได้ค่อนข้างมากทีเดียวเพราะการสัมผัสจะแม่นยำขึ้น ใช้แรงน้อยลง และเหมาะกับการใช้งานแบบวาง Tablet บนโต๊ะหรือขาตั้งได้ทั้งคู่ ตรงนี้ก็เป็นประสบการณ์ที่สนุกดีครับ

ทั้งนี้ด้วยขนาดและน้ำหนักของตัวเครื่อง หากจะใช้ในแบบ Tablet เวลาถือการถือใช้แบบแนวตั้งจะสะดวกกว่า และสนุกกว่า Tablet ทั่วไปเล็กน้อยเพราะจอที่มีความสูงนี้ทำให้เราเห็นข้อมูลได้เยอะมากกว่าปกติ ในขณะที่หากตั้งกับโต๊ะ ด้วยขาตั้งที่อยู่หลังเครื่องนั้นก็จะบังคับให้เราใช้งานแบบแนวนอนอยู่แล้ว ซึ่งก็เหมาะสมกับการใช้งานจริงดี

ในแง่ของประสิทธิภาพ Dell Latitude 7320 Detachable เครื่องนี้มาพร้อมกับสเป็คที่แรงเกือบจะสุดแล้ว ด้วยสเป็คของเครื่องทดสอบดังนี้

  • CPU: 11th Generation Intel® Core™ i7-1180G7 (12 MB Cache, 4 Core, 8 Threads, 1.30 GHz to 4.60 GHz, 12 W)
  • RAM: 16GB
  • Disk: PCIe NVMe 512GB
  • Graphics: Intel® Iris® Xe Graphics
  • OS: Windows 10 Pro

เรียกได้ว่าตอนใช้งานจริงไม่มีจังหวะหน่วงเกิดขึ้นเลย แต่อาจมีบางครั้งบ้างที่ CPU ทำงานหนักจนเครื่องมีเสียงระบายความร้อนบ้าง ซึ่งก็เป็นปกติของ Laptop แต่เป็นสิ่งที่ไม่เจอใน Tablet ทั่วๆ ไป ส่วนการดูคลิปความละเอียดสูงระดับ 4K นั้นก็สามารถทำได้สบายๆ และในการทำงานแบบ Multitasking นี้ ประสบการณ์ก็ไม่ต่างจาก PC แรงๆ เลยด้วยสเป็คระดับนี้

ส่วนการอัปเดต Windows ก็สามารถทำได้ปกติ ใช้เวลาน้อยเพราะเครื่องค่อนข้างเร็วครับ

จุดที่คิดว่าเป็นประเด็นใหญ่ของการใช้ Dell Latitude 7320 Detachable นี้ก็คือการเรียนรู้และปรับพฤติกรรมความคุ้นชินครับ เพราะพอเราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเครื่องได้หลายวิธี และแต่ละ Application เองนั้นก็เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ กันไป บางครั้งการสัมผัสหน้าจอโดยตรงซึ่งเป็นสิ่งที่เรามักไม่ได้ทำในการใช้ Windows ก็อาจทำให้ทำงานเร็วขึ้นได้ ในขณะที่การใช้ปากกาเองนั้นก็ต้องฝึกใช้ให้คล่องมือและเขียนได้ลายมือสวยๆ อยู่เหมือนกันครับ

ในการใช้งานเชิงธุรกิจ Dell Latitude 7320 Detachable นี้จะเหมาะกับกรณีดังต่อไปนี้

  • ผู้บริหาร สามารถใช้ Dell Latitude 7320 Detachable นี้เป็นได้ทั้ง Laptop และ Tablet ที่มีข้อมูลธุรกิจครบถ้วนในตัว ไม่ต้องโอนย้ายข้อมูลไปมา
  • พนักงานฝ่ายขาย ที่ต้องใช้หน้าจอพูดคุยกับลูกค้าและป้อนข้อมูลร่วมกันอย่างเช่นตัวแทนประกัน ก็จะสามารถลดจำนวนอุปกรณ์ที่ต้องพกพาไปในการปิดการขายได้มากทีเดียว

สรุปข้อดีข้อเสีย

ข้อดี

  • ใช้งานได้ทั้งแบบ Notebook และ Tablet ในเครื่องเดียวบนระบบปฏิบัติการ Windows 10 ถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกดี
  • สเป็คเครื่องค่อนข้างแรง ทำงานได้เร็ว รองรับการใช้งานได้หลาย Workload มากๆ และทำงานแบบ Multitasking ได้ค่อนข้างดี
  • หน้าจอขนาด 13 นิ้วทำให้เป็น Notebook ที่มีขนาดเล็กและ Tablet ที่มีขนาดใหญ่ในเครื่องเดียวกัน
  • Keyboard ที่เป็นฝาปิดให้ประสบการณ์การพิมพ์ที่ค่อนข้างดี ในขณะที่การเก็บปากกาได้บน Keyboard พร้อมกับชาร์จไฟไปได้ในตัวด้วยนี้ก็ถือว่าสะดวกไม่น้อยเลย
  • ตัวปากกาใช้งานได้ค่อนข้างดี ลดความเมื่อยในหลายอิริยาบถตอนใช้งานแบบ Tablet ได้มากทีเดียว
  • วัสดุค่อนข้างดีทั้งตัวเครื่องและฝาปิดเครื่อง ไม่ว่าจะใช้งานในรูปแบบไหนก็รู้สึกพรีเมี่ยม

ข้อเสีย

  • น้ำหนักถือว่าเบาสำหรับการเป็น Notebook แต่ยังหนักอยู่สำหรับการเป็น Tablet ซึ่งหากมองที่ประสิทธิภาพของเครื่องที่ให้มาก็ถือว่ารับได้ และการใช้งานร่วมกับปากกาส่วนใหญ่ก็ใช้แบบตั้งโต๊ะเป็นหลักมากกว่า
  • การใช้งานในแบบ Tablet นั้นยังมีส่วนที่แตกต่างจากค่ายอื่นๆ พอสมควร ทำให้ต้องปรับพฤติกรรมและความคุ้นเคยอยู่บ้าง
  • ต้องปรับแต่ง Windows 10 ให้ใช้งานด้วยปากกาได้คล่องๆ อยู่ระยะหนึ่ง เพราะยังไม่คุ้นชินกับการใช้ปากกาและการเปลี่ยนภาษาในระหว่างใช้ปากกาเท่าไหร่ แต่พอใช้จนเข้าใจแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร ประมาณ 1-2 วันก็สามารถคุ้นเคยได้

สนใจติดต่อ Dell Technologies ได้ทันที

ผู้ที่สนใจ Dell Latitude หรืออุปกรณ์ PC, Laptop รุ่นอื่นๆ สำหรับทำงาน สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันทีที่อีเมล DellTechnologies@kkudos.com หรือโทร 090-949-0823 (วศิน)


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ดาวน์โหลด WHITEPAPER ฟรี: การสร้างรากฐานที่จำเป็นสำหรับ SMART HEALTHCARE

สิ่งหนึ่งที่เราได้เห็นกันบ่อยครั้งในหน้าสื่อเกี่ยวกับธุรกิจคือการที่โรคระบาดโควิด 19 ได้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญและความเร่งด่วนของการปฏิรูปทางดิจิทัลสำหรับองค์กรในทุกภาคส่วน คำพูดเหล่านี้จริง ทว่าแม้ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ขึ้น อาจกล่าวได้ว่าหน่วยงานด้านการดูแลสุขภาพนั้นตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดีกว่าองค์กรประเภทอื่นๆ

IBM เข้าซื้อกิจการ Dialexa เสริมศักยภาพให้กับ Digital Innovation

IBM ประกาศการซื้อกิจการ Dialexa ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการด้านวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ดิจิทัลชั้นนำของสหรัฐฯ เพื่อช่วยบริษัทต่างๆ ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและบรรลุวาระการเติบโตทางดิจิทัล การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเสริมศักยภาพความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ของไอบีเอ็มและให้บริการการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลแบบครบวงจรสำหรับลูกค้า