Deep Analytics: เทคโนโลยีจับคนโกงของธนาคาร ด้วยการทำ Fraud Detection จากข้อมูลและการทำธุรกรรม

Credit: ShutterStock.com
Credit: ShutterStock.com

การป้องกันการทำทุจริตหรือ Fraud Detection/Fraud Protection นั้น ถือเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากจากการเติบโตของเทคโนโลยีทางด้าน Big Data Analytics ที่จะช่วยให้ธนาคารต่างๆ สามารถมีหูมีตาเสมือนในการคอยสอดส่องการกระทำพิรุธต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำทุจริต หรือการส่อเจตนาที่อาจมีความเสี่ยงในการทำทุจริตในอนาคตได้ และจากผลสำรวจของ ABA Banking Journal นั้นก็ระบุว่า 1 ใน 5 ของธนาคารที่ทำการสำรวจนั้นต้องการที่จะลงทุนพัฒนาระบบ Predictive Analytics ที่ต่อยอดจากระบบ Deep Anaytics เพื่อทำการตรวจจับการทำทุจริตอย่างต่อเนื่องในอีกหลายปีถัดจากนี้เลยทีเดียว

IBM ได้ให้เหตุผลที่ค่อนข้างชัดเจนและเข้าใจง่ายเกี่ยวกับสาเหตุที่ระบบ Deep Analytics จะกลายไปเป็นหัวใจสำคัญของการทำ Fraud Detection และ Fraud Prevention เอาไว้ด้วยกัน 3 xระเด็น ซึ่งทางทีมงาน TechTalkThai ก็ขอสรุปเอาไว้ดังนี้ครับ

 

Behavioral Analytics ช่วยให้ตรวจพบการทำทุจริตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และลดความเสียหายให้น้อยลง

Information Age ได้รายงานถึงการนำระบบ Behavioral Analytics หรือระบบวิเคราะห์พฤติกรรมไปใช้งานกับลูกค้าของธนาคาร ทำให้ผู้บริหารความเสี่ยงภายในธนาคารแต่ละแห่งสามารถตรวจจับและกระทำการโต้ตอบต่อพฤติกรรมที่เข้าข่ายการทำทุจริตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งถ้าหากเกิดเหตุการณ์ผิดปกติกับบัญชีของลูกค้า เช่น มีการโอนเงินจำนวนมหาศาลผิดปกติ หรือมีการโอนเงินทีละเล็กน้อยเป็นจำนวนมาก ทางธนาคารก็จะช่วยเตือนลูกค้าได้

นอกจากนี้ด้วยการตรวจสอบ Pattern ในการเข้าใช้ Mobile Application หรือ Web Application ของผู้ใช้งาน ก็ทำให้ธนาคารสามารถเฝ้าระวังกรณีที่ผู้ใช้งานหลายๆ คนเข้าใช้งานด้วย Pattern แบบเดียวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสัญญาณว่าอาจมีการโจมตีผู้ใช้งานเป็นหมู่คณะผ่าน Malware หรือช่องทางใดๆ ก็ตาม และการตรวจจับในลักษณะนี้ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลยหากไม่มีระบบ Behavioral Analytics

 

การทำ Log Analytics สำหรับข้อมูล Log ขนาดใหญ่ ช่วยลดการทำทุจริตและภัยคุกคามที่เกิดขึ้นเอาไว้ได้

อ้างอิงจาก BankInfoSecurity การตรวจสอบข้อมูล Log ของระบบเพื่อค้นหาพฤติกรรมการทุจริตและภัยคุกคามนั้นจะช่วยให้ธนาคารสามารถพบร่องรอยต่างๆ ที่น่าสนใจได้มากขึ้น ในขณะที่ Gartner นั้นได้ให้ข้อมูลว่าในองค์กรบางแห่งอาจมีปริมาณของ Alert ที่เกิดขึ้นต่อวันมากถึง 500,000 ครั้ง และทำให้องค์กรไม่สามารถรับมือกับข้อมูลจำนวนมหาศาลเหล่านั้นได้ ซึ่งระบบ Analytics นี้เองที่จะช่วยทำการจัดกลุ่ม Alert เหล่านั้นไปพร้อมๆ กับการเรียนรู้ผู้ใช้งานและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อช่วยยับยั้งหรือบรรเทาภัยคุกคามต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้

ในขณะที่ Aite Group Analyst ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมอีกว่าการตรวจสอบข้อมูล Log โดยไม่มีระบบ Analytics นั้นถือเป็นการกระทำที่เปล่าประโยชน์ เพราะภายใน Log Monitoring นั้นเต็มไปด้วยการแจ้งเตือนที่เป็น False Positive นั่นเอง

 

Graph Analytics จะช่วยให้สาวถึงความสัมพันธ์ในกระบวนการทำทุจริตได้

Datanami ได้ให้ความเห็นถึงการแสดงผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของแต่ละข้อมูลที่รับเข้ามาทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรในรูปแบบของกราฟ ก็ทำให้ธนาคาร, ผู้ให้บริการบัตรเครดิต และผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถทำความเข้าใจกับความสัมพันธ์ต่างๆ ที่อาจชี้ไปถึงการทำทุจริตได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ Computerworld เองก็เคยรายงานถึงการที่ธนาคาร HSBC สาขา Swiss สามารถเปิดโปงการทำทุจริตได้จากการค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้กระทำความผิด, พ่อค้ายาเสพย์ติด และผู้หลีกเลี่ยงภาษีเข้าด้วยกัน

 

เทคโนโลยีด้าน Fraud Analytics นี้จะยังคงเติบโตต่อไปอย่างต่อเนื่องและจะกลายเป็นหนึ่งในอาวุธที่สถาบันการเงินทั้งหลายใช้เพื่อตอบโต้ต่อการทำทุจริตและการโจมตีต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ

 

ที่มา: http://www.ibmbigdatahub.com/blog/effective-fraud-protection-relies-deep-analytics



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

รู้จัก Zero-Touch และ One-Touch Provisioning สองสิ่งที่ทำให้ Aruba SD-Branch ติดตั้งใช้งานได้ง่าย

จุดเด่นหนึ่งของโซลูชัน SD-WAN ที่เป็นสากลนั้นก็คือความง่ายดายในการติดตั้งใช้งาน เพื่อให้การขึ้นระบบ SD-WAN ที่มักกระจายอยู่หลายสาขาในพื้นที่ที่ห่างไกลกันและกันนั้นเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้เชิงเทคนิคในการติดตั้งอุปกรณ์ที่แต่ละสาขา ซึ่ง Aruba SD-Branch ที่ครอบคลุมความสามารถ SD-WAN เองก็สามารถตอบโจทย์เรื่องความง่ายดายนี้ได้ด้วยสองเทคนิคที่มีชื่อว่า Zero-Touch Provisioning (ZTP) และ One-Touch Provisioning (OTP) นั่นเอง

Facebook เผยเริ่มใช้ QUIC และ HTTP/3 กับผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 75% แล้ว

Facebook ได้ออกมาเขียน Technical Blog ถึงการเปลี่ยนการเชื่อมต่อจากผู้ใช้งาน Facebook ให้กลายเป็น QUIC และ HTTP/3 สำเร็จไปแล้วกว่า 75% ของทราฟฟิกที่เชื่อมต่อเข้ามายัง Facebook ทั้งหมดในเวลานี้ และพบว่า QUIC สามารถช่วยให้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานดีขึ้นได้เป็นอย่างมาก