Breaking News

Seagate เปิดตัวฮาร์ดดิสก์ SkyHawk ความจุระดับ 14TB ตอบโจทย์ระบบเฝ้าระวังด้านความปลอดภัย

Seagate ประกาศเปิดตัวฮาร์ดดิสก์ SkyHawk ความเสถียรสูง ล้ำหน้าด้วยความจุสูงสุดระดับ 14TB สามารถจัดเก็บวิดีโอระดับ HD ได้นานถึง 9,000 ชั่วโมง รองรับการใช้งานตลอดเวลาแบบ 7/24 และมาพร้อมกับฟีเจอร์สำหรับสนับสนุนด้านความมั่นคงปลอดภัยและการเฝ้าระวังที่เหนือชั้น

อุตสาหกรรมวิดีโอสำหรับเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ความต้องการด้านวิดีโอที่มีความละเอียดสูง รองรับการทำ Analytics และการเก็บรักษาข้อมูลที่ยาวนานยิ่งขึ้นทำให้ต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลมากขึ้นตาม Seagate SkyHawk จึงถูกออกแบบมาเพื่อผสานรวม 3 คุณสมบัติสำคัญที่จำเป็นต่อการเฝ้าระวังด้านความปลอดภัย ดังนี้

1. ประสิทธิภาพการทำงานอันแสนยอดเยี่ยม

โดยพื้นฐานแล้ว ลูกค้าต้องการฮาร์ดดิสก์สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพและความเสถียรสูง ที่ถูกปรับแต่งให้พร้อมใช้งานร่วมกับระบบวิดีโอเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งอาจรวมถึงการทำ Metadata Tagging เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ด้าน AI และทำ Deep Learning ในอนาคต ส่งผลให้ลูกค้าต้องการฮาร์ดดิสก์ที่มีคุณสมบัติสูงกว่ามาตรฐานทั่วไปที่ใช้กันตามเครื่อง PC ฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เก็บวิดีโอเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยจำเป็นต้องรองรับการใช้งานตลอด 7/24 และไม่มีปัญหาเรื่องเฟรมวิดีโอสูญหาย

2. ความจุสูง รองรับการเก็บข้อมูลระดับ HD ได้อย่างยาวนาน

ด้วยความจุขนาด 14TB ทำให้ Seagate SkyHawk สามารถเชื่อมต่อกับกล้องวิดีโอระดับ HD ได้สูงสุดถึง 64 เครื่องและจัดเก็บวิดีโอได้นานกว่า 9,000 ชั่วโมง ที่สำคัญคือ Seagate SkyHawk ถูกปรับแต่งให้รองรับการใช้งานทั้งแบบ DVR และ NVR โดยติดตั้งเฟิร์มแวร์ ImagePerfect ซึ่งช่วยลดอัตราการสูญหายของเฟรมวิดีโอและการที่ระบบหยุดทำงานให้เหลือน้อยที่สุด

3. ความเสถียรที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ

การที่กล้องฟีดภาพคุณภาพต่ำ การเชื่อมต่อที่ไม่เสถียร หรือการจับภาพพลาดบางจังหวะ เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้สำหรับเทคโนโลยีระบบเฝ้าระวังด้านความปลอดภัย เนื่องจากระบบเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อป้องกันและรักษาสินทรัพย์ที่มีค่ามากที่สุด นั่นก็คือชีวิตคน Seagate SkyHawk จึงถูกออกแบบมาให้มีความเสถียรสูง และด้วยเทคโนโลยี SkyHawk Health Management ที่คอยเฝ้าระวังและวิเคราะห์สภาพของฮาร์ดดิสก์ตลอดเวลา ช่วยให้สามารถป้องกันและฟื้นฟูความเสียหายจากความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

ปัจจุบันนี้ เทคโนโลยีวิดีโอเฝ้าระวังไม่ได้ถูกใช้เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ยังสามารถนำไปใช้เพื่อสนับสนุนและเก็บข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกระบวนการทำงานของธุรกิจ การปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้า และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อีกด้วย นอกจากนี้ การมาถึงของยุค Artificial Intelligent (AI), การทำ Video Analytics และ Computer Vision Applications ก่อให้เกิดความต้องการด้านข้อมูลปริมาณมหาศาล ซึ่งวิดีโอเฝ้าระวังก็ถือเป็นหนึ่งในแหล่งข้อมูลชั้นยอด การที่วิดีโอมีคุณภาพย่อมทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีตามไปด้วย ซึ่ง Seagate SkyHawk พร้อมตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพ ความจุ หรือความเสถียรในการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลวิดีโอจะถูกจัดเก็บอย่างครบถ้วน ไม่เกิดการสูญหาย และพร้อมผสานการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI เช่น

มอบประสบการณ์อันแสนยอดเยี่ยมในการช็อปปิ้งให้แก่ลูกค้า

Seagate SkyHawk นอกจากจะถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานร่วมกับระบบเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยแล้ว ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีการบันทึกภาพความละเอียดสูงและสนับสนุนระบบ AI ซึ่งช่วยให้ร้านค้าสามารถเข้าใจถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าเพื่อลดระยะเวลาในการต่อคิวซื้อของหรือชำระเงิน ปรับปรุงผังร้านค้าให้เหมาะสมกับการช็อปปิ้ง หรือเพิ่มผลิตภัณฑ์ให้เพียงพอเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า เป็นต้น เหล่านี้ช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ตนเองต้องการได้อย่างรวดเร็ว ยกระดับความพึงพอใจ และช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ร้านค้า

ตรวจจับการทุจริตในองค์กร

สำหรับสถาบันการเงิน เทคโนโลยี AI สามารถนำมาใช้เพื่อตรวจจับการกระทำที่ต้องสงสัยหรือผิดปกติ รวมไปถึงลดความเสี่ยงด้านการทุจริต และทำให้มั่นใจว่าพนักงานทุกคนปฏิบัติตามนโยบายและข้อกำหนดขององค์กร

สนับสนุนการวินิจฉัยของแพทย์

แพทย์สามารถนำข้อมูลที่ได้จากระบบวิดีโอมาทำ Deep Learning เพื่อช่วยในการวินิจฉัยอาการของผู้ป่วยได้ ทำให้สามารถระบุชื่อโรคและตำแหน่งที่เกิดได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และเสียค่าใช้จ่ายน้อยลงกว่าเดิม

เพิ่มความอัจฉริยะให้แก่ระบบ Smart City

Seagate SkyHawk และเทคโนโลยี AI สามารถสนับสนุนระบบ Smart City ได้ด้วยเช่นกัน เช่น จับเก็บข้อมูลการจราจรแล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อระบุตำแหน่งที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น หรือมีการจราจรหนาแน่น แล้วแจ้งเตือนผู้ขับขี่บนท้องถนนผ่านป้ายจราจรอัจฉริยะ รวมไปถึงปรับเปลี่ยนระบบจราจรให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง ประหยัดพลังงาน และลดการเกิดมลพิษลงได้อีกด้วย

ทีมนักพัฒนาระบบวิดีโอเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยชั้นนำเลือกใช้ Seagate SkyHawk

ทีมนักพัฒนาด้านความปลอดภัยชั้นนำต่างทราบดีถึงความสำคัญของการมีฮาร์ดดิสก์ที่มีประสิทธิภาพและความเสถียรสูงในการบันทึกข้อมูลจากระบบวิดีโอเฝ้าระวัง ฮาร์ดดิสก์ที่ดีจะต้องถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกข้อมูลได้อย่างถูกต้องและไม่มีการทำเฟรมหรือแพกเก็ตข้อมูลสูญหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฮาร์ดดิสก์นั้นต้องถูกนำไปใช้ในการพิสูจน์หลักฐานหรือการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่ต้องการความแม่นยำ สมบูรณ์ และรูปภาพที่มีความละเอียดสูง

นอกจากนี้ ระบบวิดีโอเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยในปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนจากการเป็นแอปพลิเคชันแบบ Write-only ไปเป็นระบบที่ต้องคอยติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง รองรับการวิเคราะห์ข้อมูลและทำ Deep Learning ส่งผลให้ SkyHawk AI ของ Seagate เข้ามามีบทบาทในการทำให้การอ่านและเขียนข้อมูลลงฮาร์ดดิสก์สามารถทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อรองรับแอปพลิเคชันประเภท Deep Learning

ดังนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบการเฝ้าระวัง ความมั่นคงปลอดภัย หรือระบบวิดีโออัจฉริยะ Seagate SkyHawk สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้ทุกรูปแบบ ด้วยประสิทธิภาพ ความจุ และความเสถียรที่เหนือล้ำ ช่วยให้สามารถบันทึกภาพวิดีโอระดับ HD ได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีข้อมูลสูญหาย และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับแอปพลิเคชันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี AI ได้อย่างลงตัว

ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Seagate SkyHawk สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านทาง Call Center ของ Seagate โทร 1-800-294-289 (โทรฟรี มีคนไทยรับสาย) หรือถ้ามีปัญหาางด้านผลิตภัณฑ์ สามารถติดต่อศูนย์บริการ Seagate Seacare ได้ที่อาคาร Fortune Town ชั้น 4 ถนนพระรามเก้า (MRT พระรามเก้า)


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Guest Post] ธุรกิจส่วนใหญ่ในตอนนี้พร้อมกับกฎหมาย GDPR แล้วหรือยัง?

กฎหมาย General Data Protection Regulation (GDPR) เริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2018 ที่ผ่านมา องค์กรที่อยู่ในพื้นที่สหราชอาณาจักรมีความพร้อมในการปฏิบัติตามกฎหมายใหม่นี้มากกว่าที่อื่นๆ ทั้งในยุโรปและสหรัฐฯ

ปกป้องข้อมูลสำคัญด้วย Backup on Cloud จาก CS LOXINFO

ข้อมูลถือเป็นหัวใจสำหรับของการทำธุรกิจในยุคดิจิทัล หากข้อมูลสูญหายหรือถูก Ransomware โจมตีอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อการดำเนินธุรกิจได้ CS LOXINFO จึงเปิดให้บริการ Backup on Cloud สำหรับปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรจากเหตุภัยพิบัติหรือการโจมตีไซเบอร์ ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะมีข้อมูลพร้อมให้เรียกใช้งานได้ตลอดเวลา