Cloudflare ออกโซลูชัน Cloudflare ONE รวบรวมบริการไว้ในหนึ่งเดียว

Cloudflare ONE คือบริการใหม่จาก Cloudflare ที่รวบรวมเอาโซลูชันต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เนื่องจากปัจจุบันแอปพลิเคชันถูกย้ายออกไปนอกองค์กรเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น Cloudflare จึงอาสาเป็นตัวกลางที่เชื่อมต่อผู้ใช้งานผ่านเครือข่ายของตน พร้อมกันนั้นยังสามารถรักษาความมั่นคงปลอดภัยไว้ได้

credit : Cloudflare

ต้องเข้าใจก่อนว่าปัจจุบันนี้เราไม่ได้อยู่ในยุคของการขุดคลองล้อมปราสาทอีกต่อไป เพราะบริบทของการใช้งานแอปพลิเคชันได้ย้ายไปสู่ Cloud, Multi/Hybrid Cloud แถมผู้ใช้เองก็ยัง Work Anywhere อีกด้วย

credit : Cloudflare

ก่อนที่เข้าใจไอเดียของ Cloudflare ONE ได้ลองมาพิจารณาถึงคอนเซปต์ SASE กันเสียก่อน ซึ่งก็คือคำที่ Gartner ให้ความหมายว่าเป็นโมเดลความมั่นคงปลอดภัยในรูปแบบของคลาวด์ที่รวบเอาฟังก์ชัน SDN และ Network Security ไว้ด้วยให้โดยให้บริการด้วยผู้ให้บริการเดียว อีกนัยหนึ่งก็คือ Vendor รายเดียวสามารถนำเสนอชุดของโซลูชัน Cloud ด้าน Network&Security ต่างๆ นาๆเข้าไว้ด้วยกัน 

credit : Cloudflare
credit : Cloudflare

ด้วยเหตุนี้เอง Cloudflare จึงได้ผนวกโซลูชันเดิมๆ มาประดิษฐ์เป็นโซลูชันใหม่ๆ ภายใต้ชื่อของ Cloudflare ONE (ตามรูปด้านบน) อาทิเช่น WARP, Magic Transit, Magic WAN, CNI ,Gateway, Magic Firewall, Access, Browser, Log, Analytics, IDS และ EPP ทั้งหมดนี้ตอบโจทย์ใน 2 เรื่องคือให้บริการเชื่อมต่อการใช้งานไปยังปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Network) และมั่นคงปลอดภัย (Security) ตอบโจทย์ Zero-trust ตามบริบทของ User และ Device ซึ่งในคำว่ามั่นคงปลอดภัยก็มีการช่วยคัดกรองภัยคุกคามเช่น DDoS, Attack & Threat ออกด้วยนั่นเอง นอกจากนี้ Cloudflare ยังคุยถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะทยอยออกมาในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย (ตามภาพด้านล่าง)

credit : Cloudflare

อย่างไรก็ดี Cloudflare ยังได้เติมเต็มการให้บริการบางส่วนด้วยการเป็นพันธมิตรกับบริการอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้ประโยชน์อย่างสูงสุดเช่น

  • identity management – จับมือกับ Okta, onelogin, Google Workspace, Microsoft AD, LinkedIn, Facebook และ GitHub ซึ่ง Cloudflare ขอเป็นตัวกลางให้บริการ Identity Service แก่ผู้ใช้งาน ซึ่งแบรนด์เหล่านี้ได้รับความนิยมอยู่แล้ว ดังนั้นผู้ใช้ก็ไม่มีต้องการปรับเปลี่ยนใหม่
  • Device Integrity – ในบริบทของการตรวจสอบอุปกรณ์ Cloudflare ได้สร้างพันธมิตรกับ VMware Carbon Black, CrowdStrike, SentinelOne และ TANIUM เพื่อให้สามารถคัดกรองอุปกรณ์ได้ว่าปลอดภัยเป็นไปตามเกณฑ์ที่ต้องการหรือไม่

ประโยชน์ของ Cloudflare ONE คือเรื่อง จ่ายตามจริง นำเสนอบริการได้ครบสมบูรณ์จบที่เดียว เพิ่ม ROI ได้อย่างมีนัยสำคัญ และสุดท้าย Cloudflare ชี้ว่าตนเป็นผู้นำในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว ซึ่งมีบริการต่างๆ มากมาย ดังนั้นสิ่งที่ลูกค้าจะได้ไม่ใช่แค่ Security

ที่มา : https://blog.cloudflare.com/introducing-cloudflare-one/ และ https://blog.cloudflare.com/cloudflare-one/ 


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

[Guest Post] บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก

“บทบาทของ Digital CFO เพื่อก้าวข้ามกระแสพลวัตโลก” How Digital Transformation Enables CFOs to Achieve Organizational Agility and Resilience …

นักวิจัยสาธิตการแฮ็กเซิร์ฟเวอร์ Oracle เพื่อแสดงให้เห็นถึงช่องโหว่ที่ร้ายแรง

สืบเนื่องมาจากความล่าช้าในการแก้ไขข้อพร่องพกนานถึง 6 เดือน กับช่องโหว่ที่นักวิจัยเรียกว่า “mega 0-day” ช่องโหว่นี้สามารถถูกใช้ได้จากทางไกลโดยไม่ต้องผ่านการพิสูจน์ตัวตน ถูกค้นพบโดย Jang และ Peterjson นักวิจัยด้านความปลอดภัย พวกเขาตั้งชื่อมันว่า The Miracle …