ทางการจีนจัดตั้งกองทุน 52,500 ล้านบาท ผลักดัน FinTech Startup สู่สังคมไร้เงินสด

หลังจากที่ Alibaba ได้นำตลาดจีนสู่ทางเลือกของโลกที่ไร้เงินสด (Cashless) ที่มีมุลค่ากว่า 60,000 ล้านเหรียญหรือราวๆ 2.1 ล้านล้านบาทสำเร็จไปแล้วด้วย Alipay คราวนี้ทางการของจีนก็เริ่มผลักดันตลาดนี้ต่อด้วยการให้บริษัทของรัฐเปิดกองทุนมูลค่า 1,500 ล้านเหรียญหรือราวๆ 52,500 ล้านบาทสนับสนุน Startup สาย FinTech และเทคโนโลยีทางการเงินโดยเฉพาะ

Credit: ShutterStock.com

 

กลุ่มของบริษัทของรัฐในจีนที่มารวมตัวกันในครั้งนี้ได้แก่ Credit China FinTech Holdings, Shanghai Xinhua Distribution Group, China Huarong International และองค์กรอื่นๆ อีก 8 แห่งจะมาร่วมกันก่อตั้งกองทุน Asia FinTech Merger and Acquisition Fund of Funds เพื่อให้ทุกภาคส่วนของ FinTech ในประเทศจีนนั้นเดินหน้าต่อไปได้ด้วยเงินทุนที่เพียงพอต่อความต้องการ และเกิดผู้นำใน FinTech สาขาต่างๆ ขึ้นมาช่วยกันผลักดันวงการให้เติบโต

เทคโนโลยีสาขาต่างๆ ที่จะได้รับการสนับสนุนภายในกองทุนนี้ได้แก่ Big Data, Artificial Intelligence (AI), Mobile Payment, Supply Chain Financing และ Blockchain ซึ่งแน่นอนว่าจะจำกัดเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเงินเป็นหลัก แต่ไม่จำกัดในอุตสาหกรรมที่เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกพัฒนาขึ้นมาตอบโจทย์

ทั้งนี้เหล่านักวิเคราะห์จากประเทศจีนเองก็ได้ออกมากล่าวถึงความรวดเร็วในการพัฒนาของวงการ FinTech ในประเทศจีน ที่ปัจจุบันนี้เติบโตไปถึงขั้นที่หาประชากรซึ่งยังใช้ระบบของธนาคารอย่างเช่นบัตรเครดิตหรือการโอนเงินระหว่างธนาคารได้ยากแล้ว

ถือว่าปี 2017 นี้ การจับตามองเทคโนโลยีทางการเงินของจีนก็ถือเป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้เลยครับ

 

ที่มา: https://cointelegraph.com/news/china-launches-a-15-bln-fintech-fund-and-adopts-to-consumers-going-cashless

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

โครงการเสริมศักยภาพ SMEs ไทย ก้าวไวด้วยปัญญาประดิษฐ์ (SMEs AI-Boost) 19-21 ตุลาคม 2569

AI ไม่ได้มีไว้สำหรับคนเก่งเทคโนโลยีเท่านั้น…แต่เป็นเครื่องมือที่ SMEs และทุกคนเริ่มใช้ได้!

งานวิจัยใหม่เผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน AI ท่ามกลางปริมาณข้อมูลที่ถูกจัดเก็บและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง [PR]

ที่ผ่านมาบทสนทนาเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน AI มักให้ความสำคัญกับพลังการประมวลผล (Compute) เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทั่วโลกล่าสุดจาก IDC เผยให้เห็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่องค์กรจำเป็นต้องให้ความสำคัญเมื่อขยายการใช้งาน AI นั่นคือข้อมูลที่ยังคงถูกจัดเก็บและสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารอบการประมวลผลแต่ละรอบจะเสร็จสิ้นไปนานแล้วก็ตาม