Canonical เปิดตัว Ubuntu Pro for Google Cloud

Canonical ได้ประกาศเปิดตัว Ubuntu Pro บน Google Cloud ซึ่งเหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยเข้มข้น

credit : google cloud

Ubuntu Pro ได้ถูกออกแบบมาสำหรับองค์กร ที่ต้องการใช้งานบน Google Cloud โดยชูเรื่อง Security ที่รองรับกับโปรเจ็คโอเพ่นซอร์สนับพันตัวและยาวนานถึง 10 ปี สำหรับฟีเจอร์มีดังนี้

  • มีให้เลือกหลายเวอร์ชันคือ Ubuntu 16.04 LTS, 18.04 LTS และ 20.04 LTS โดยการันตีความช่วยเหลืออย่างน้อย 10 ปี (16.04 LTS ตัว Pro จะอยู่ที่ 8 ปี) 
  • Live Kernel patching ทำการแพตช์ Kernel โดยไม่ต้องรีบูต (https://wiki.ubuntu.com/Kernel/Livepatch?_ga=2.43814693.104890817.1623733615-1577181805.1623733615)
  • รองรับ Compliance อย่าง FedRAMP, HIPAA, PCI, GDPR และ ISO
  • รองรับการแพตช์ครอบคลุมช่องโหว่รุนแรงสูงและร้ายแรงในแพ็กเก็ตกว่า 30,000 รายการเช่น Node.js, MongoDB, Redis และ Apache Kafka เป็นต้น
  • มีโปรไฟล์ให้เลือกเริ่มต้นได้ตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมเช่น CIS และ DISA STIG
  • ค่าใช้จ่ายคิดแบบ Cloud-based ตามชนิดของ Instance ซึ่งจะอยู่ระหว่าง 3.5 – 5% ของราคา Compute ที่ใช้งาน

ที่มา : https://ubuntu.com//blog/introducing-ubuntu-pro-for-google-cloud และ https://cloud.google.com/blog/products/compute/ubuntu-pro-available-on-google-cloud

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Huawei เปิดตัวสถาปัตยกรรมชิปใหม่ แก้ปัญหาคว่ำบาตรและข้อจำกัด Moore’s Law

Huawei Technologies ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากจีนได้เปิดตัวเฟรมเวิร์กการออกแบบชิปใหม่ ซึ่งบริษัทระบุว่าจะช่วยลดช่องว่างในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์กับผู้นำระดับโลกอย่าง TSMC และ Nvidia ได้