[Guest Post] ‘บิทคับ และ SCBS’ ตกลงร่วมกันไม่ไปต่อ แจงการสอบทานธุรกิจไม่มีปัญหา

ยังคงเป็นผู้นำตลาดและดำเนินงานได้ตามปกติ

ประกาศจาก บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2565

สืบเนื่องจากประกาศของบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBS ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ได้มีมติอนุมัติให้ SCBS เข้าทำสัญญาธุรกรรมซื้อหุ้นในบริษัทบิทคับ ออนไลน์ จำกัด จาก บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ในสัดส่วน 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด นั้น

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ทางบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) ได้ดำเนินการสอบทานธุรกิจ (due diligence) ร่วมกันอย่างรอบคอบ โดยบริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมืออย่างดีกับบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด และได้ทำการเปิดเผยข้อมูลที่แสดงถึงความสามารถในการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพ และแสดงผลประกอบการอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ตลอดจนนำเสนอแผนกลยุทธ์การดำเนินงานและพัฒนาธุรกิจในอนาคต

จากการสอบทานธุรกิจ ทางบริษัทผู้ซื้อ (SCBS) “ไม่พบข้อบ่งชี้ถึงความผิดปกติอันเป็นนัยสำคัญที่ไม่สามารถแก้ไขได้” อย่างไรก็ดี เนื่องจากบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ยังคงมีประเด็นคงค้างกับสำนักงานกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่อาจส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการธุรกรรมดังกล่าว บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และบริษัทผู้ซื้อ (SCBS) จึงได้ตกลงร่วมกันที่จะระงับธุรกรรมการซื้อขายหุ้นในครั้งนี้ เพื่อให้บริษัทดำเนินการหาข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ตามคำชี้แนะและสั่งการโดยคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป

บริษัทขอเรียนว่าการดำเนินงานและการประกอบธุรกิจของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด บริษัทยังคงเป็นผู้นำในตลาดศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยพร้อมมีทรัพยากรสำหรับการดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องตามแผนงานและยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ และยังคงเดินหน้าต่อไปตามวิสัยทัศน์พันธกิจเพื่อสร้างระบบนิเวศของตลาดการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีคุณภาพและประกอบธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล เพื่อให้บริการผู้ลงทุนอย่างโปร่งใสและสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมแก่ผู้คนในสังคมต่อไป

ขอแสดงความนับถือ
บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด

นอกจากนี้แล้วยังมีประกาศจาก บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ใจความว่า

ประกาศ ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2565

สืบเนื่องจากประกาศของบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBS ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ ได้มีมติอนุมัติให้ SCBS เข้าทำสัญญาธุรกรรมซื้อหุ้นในบริษัทบิทคับ ออนไลน์ จำกัด หรือ Bitkub Exchange จาก บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ในสัดส่วน 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดนั้น

บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ขอชี้แจงว่า บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด เป็นหนึ่งในบริษัทในเครือบิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป ที่มีการดำเนินงานเป็นเอกเทศจากทั้งบริษัทแม่และบริษัทอื่นๆในเครือร่วมกัน ได้แก่

บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด
บริษัท บิทคับ แล็บส์ จำกัด
บริษัท บิทคับ เวนเจอร์ส จำกัด
บริษัท บิทคับ อินฟินิตี้ จำกัด
บริษัท บิทคับ เอ็ม จำกัด
บริษัท บิทคับ เวิลด์เทค จำกัด

โดยทุกบริษัทยังคงดำเนินงานตามปกติและไม่ได้รับผลกระทบจากการระงับธุรกรรมการซื้อขายหุ้นระหว่างบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBS และ บริษัทบิทคับ ออนไลน์ จำกัด หรือ Bitkub Exchange แต่อย่างใด

บริษัทในเครือ บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป ยังคงมีความมั่นคงทางทรัพยากรและยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อผู้บริโภคตลอดจนเดินหน้าต่อไปตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัลเพื่อสร้างโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมต่อไป

ขอแสดงความนับถือ
บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เจาะลึก VMware vSphere Foundation 9.1 ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐาน สู้ภัยไซเบอร์ยุค AI โดยไม่ต้องรื้อระบบใหม่

ยุค AI ได้พลิกโฉมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับโครงสร้างพื้นฐานไอที การเปลี่ยนแปลงที่เร่งด่วนที่สุดไม่ใช่เพียง Workload แต่เป็นวิธีที่ผู้ไม่ประสงค์ดีนำ AI มาใช้โจมตีองค์กร ในปัจจุบัน โมเดล AI ด้านความปลอดถัยระดับ Frontier สามารถทำสิ่งที่นักวิจัยเรียกว่า “Vulnerability …

ยกระดับ Cyber Resilience สู้ภัย Ransomware ยุค AI ด้วย Veeam Data Platform

ภัยคุกคามทางไซเบอร์และ Ransomware ทวีความรุนแรงและรวดเร็วขึ้นอย่างมากจากการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ สถิติชี้ให้เห็นว่าองค์กรต้องใช้เวลาเฉลี่ยถึง 22 วันในการกู้คืนระบบกลับมาใช้งานได้จริงหลังถูกโจมตี ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจและชื่อเสียง การมีเพียงระบบรักษาความปลอดภัยพื้นฐานจึงไม่เพียงพอ ดังนั้นการสร้าง Cyber Resilience จึงเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ทุกองค์กรต้องมี โดย …