ARS Chemical ธุรกิจกำจัดแมลงยอดขายพันล้าน กับประสบการณ์ดูแลระบบ IT ด้วยพนักงานเพียงแค่ 6 คน

 

 

ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณกุลชาติ สกุลจิตจินดา ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งบริษัท ARS Chemical (Thailand) ที่มาถ่ายทอดประสบการณ์การดูแลระบบ IT ให้กับธุรกิจด้านการกำจัดแมลงที่มียอดขายกว่าพันล้าน แต่มีพนักงานแผนก IT เพียงแค่ 6 คน ดูแลระบบ IT ทั้งหมดสำหรับออฟฟิศ 7 สาขาและโรงงานอีก 2 แห่งในไทย ซึ่งก็มีแง่มุมน่าสนใจไม่น้อยมาแบ่งปันให้กับผู้ที่ทำงานในสาย IT กันดังนี้ครับ

 

 

รู้จัก ARS Chemical (Thailand) ธุรกิจที่มีชื่อเสียงด้านการกำจัดแมลงคู่สังคมไทยมากว่า 30 ปี

คุณกุลชาติได้เริ่มต้นเล่าถึงภาพรวมของธุรกิจ ARS Chemical ให้เราได้รู้จักกันก่อนว่าเป็นบริษัทที่เปิดตัวในไทยมาตั้งแต่ปี 1980 จนปัจจุบันมีอายุมากกว่า 30 ปีแล้ว โดยปัจจุบันได้ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรที่เป็นทั้งผู้ผลิต, ผู้นำเข้า, ผู้จัดจำหน่าย และผู้ส่งออกสินค้าด้วยกัน 4 ประเภท ดังนี้

 

Credit: ARS

 

  • อาท – สินค้ากลุ่มกำจัดแมลงในบ้านเรือน
  • เดลี่เฟรช – ผลิตภัณฑ์น้ำหอมปรับอากาศ
  • อาทเพ็ท – ผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง
  • มอนดามิน – ผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปาก

นอกจาก 4 ธุรกิจดังกล่าวนี้แล้ว ARS เองก็ยังมีธุรกิจบริการด้านการกำจัดแมลงตามอาคาร เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจอีกด้วย

สำหรับในประเทศไทย นอกจาก ARS สาขาหลักแล้ว ก็ยังมีสาขาย่อยกระจายอยู่ 6 จังหวัดทั่วประเทศเพื่อกระจายสินค้าในภูมิภาคต่างๆ อย่างทั่วถึง และยังมีโรงงานอีก 2 แห่งที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าในระดับ Premium เจาะกลุ่มตลาดส่งออกที่่ต้องการมาตรฐานการผลิตและการรับรองในระดับสูงโดยเฉพาะ ทั้งหมดนี้เองที่ทำให้ ARS มียอดขายต่อปีสูงถึงหลักพันล้านบาท

หากใครนึกไม่ออกว่าผลิตภัณฑ์ของ ARS มีอะไรบ้าง ลองดูโฆษณาได้ดังนี้เลยครับ

 

อาท โนแมท เครื่องไฟฟ้าไล่ยุง

 

อาทควัน โฆษณาเก่าที่เพลงติดหูมาก

 

น้ำหอมปรับอากาศเดลี่เฟรช

 

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ARS Chemical (Thailand) ได้ที่ http://www.ars.co.th

 

9 สาขาทั่วไทย มีพนักงานทั้งหมด 600 คน เป็นผู้ใช้งานระบบ IT 300 คน และมีเจ้าหน้าที่ฝ่าย IT เพียงแค่ 6 คน

หลังจากจบการแนะนำบริษัทกันคร่าวๆ แล้ว คุณกุลชาติก็ได้เริ่มเข้าถึงประเด็นท้าทายของฝ่าย IT ที่หลายๆ บริษัทน่าจะประสบปัญหาที่คล้ายคลึงกัน คือมีทีมงาน IT ขนาดเล็กเพื่อดูแลธุรกิจขนาดใหญ่และต้องสนับสนุนผู้ใช้งานจำนวนมาก คุณกุลชาติได้แจกแจกโครงสร้างของฝ่าย IT ภายใน ARS ที่มีกันอยู่เพียง 6 คนให้เราได้เห็นภาพกันดังนี้

  • 1 คน รับผิดชอบด้าน IT Support
  • 1 คน รับผิดชอบระบบ Sales & Distribution เพื่อให้เซลส์ทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลการขายและคลังสินค้าได้ผ่าน Tablet
  • 3 คน รับหน้าที่เป็น Developer พัฒนาส่วนเสริมและปรับแต่ง SAP ที่มีการใช้งานอยู่
  • ส่วนงานด้าน Network และ Security นั้นถือว่าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน

ทั้งนี้ทาง ARS ในอดีตนั้นก็ไม่เคยมีการใช้งานบริการ IT Outsource ใดๆ เลย ยกเว้นส่วนที่เกี่ยวกับระบบ SAP เพราะเป็นส่วนงานที่สำคัญและมีรายละเอียดค่อนข้างเยอะ เรียกได้ว่างานของฝ่าย IT ในอดีตนั้นถือว่าหนักไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะต้องคอยแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองแทบทั้งหมดที่เกิดขึ้น

 

บทเรียนจากปัญหาต่างๆ ทำให้พบว่าการลงทุนสร้าง Data Center ด้วยตัวเองนั้นไม่ใช่ทางออกอีกต่อไป

อย่างไรก็ดีงานหนักนั้นก็ไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้ ARS ต้องมองหาทางเลือกใหม่ๆ แต่ประสบการณ์ในการผ่านวิกฤติต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นภายในบริษัทต่างหากที่ทำให้ทีมงาน ARS ต้องหันกลับมามองระบบ IT ที่มีอยู่ในแง่มุมใหม่ๆ กัน

 

 

คุณกุลชาติได้เล่าถึงภัยพิบัติ 3 ครั้งใหญ่ๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับระบบ IT ของ ARS ดังนี้

 

1. เกิดเพลิงไหม้ในห้อง Data Center

ในอดีตนั้น ARS เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้เล็กๆ ภายในห้อง Data Center ที่ได้ลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่โตทันทีเมื่อระบบดับเพลิงเกิดทำงานอัตโนมัติขึ้นมา ซึ่งถึงแม้อุปกรณ์ Server และข้อมูลนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่ตัวห้องเองนั้นก็เจิ่งนองไปด้วยน้ำ ทำให้งานใหญ่นั้นตกอยู่ที่การกู้คืนห้อง Data Center ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้นั่นเอง

การกู้คืนห้อง Data Center ในครั้งนี้เสียเวลาค่อนข้างมาก และเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ก็ได้ทำให้ ARS ได้รับบทเรียนเรื่องการลงทุนเทคโนโลยีต่างๆ ในห้อง Data Center ให้ดีมีมาตรฐานมากขึ้น รวมถึงมีการเปลี่ยนระบบดับเพลิงที่ใช้งานทั้งหมด และทำให้ ARS ได้ตัดสินใจลงทุนในระบบ Disaster Recovery (DR) จากสาขาแม่ไปยังโรงงานเพิ่มเติม เพื่อเพื่อความทนทานให้กับระบบสำคัญของธุรกิจ ลดความเสี่ยงที่ระบบและข้อมูลจะเสียหายอีกในอนาคต

 

2. เหตุผู้ชุมนุมปิดถนนสีลมและสาทร

ในเหตุการณ์ทางด้านการเมืองครั้งใหญ่ที่มีเหล่าผู้ชุมนุมออกมาปิดถนน ทาง ARS ที่สาขาหลักตั้งอยู่บนถนนสาทรเองก็ได้รับผลกระทบจนพนักงานไม่สามารถเข้ามาทำงานได้ ถึงแม้จะโชคดีที่ไม่มีการตัดระบบไฟฟ้าของอาคาร ทำให้ระบบ IT ทั้งหมดยังคงทำงานอยู่ได้ แต่หากเกิดปัญหาอะไรในระหว่างช่วงที่มีผู้ชุมนุมปิดถนนขึ้นมานี้ ทีมงานก็จะไม่สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาใดๆ ได้เลย

เหตุการณ์นี้เป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ตอกย้ำถึงความสำคัญของระบบสำรอง และความสำคัญของระบบ Remote Access ที่่จะยังคงทำให้พนักงานทุกคนสามารถทำงานกันได้จากทุกที่ทุกเวลา ให้ธุรกิจไม่หยุดชะงัก

 

3. เกิดเหตุอุทกภัย น้ำท่วมโรงงาน

โรงงานของ ARS นั้นเคยประสบอุทกภัย น้ำท่วมทั้งโรงงาน และโชคร้ายที่โรงงานแห่งนั้นเป็นโรงงานที่ ARS ได้เลือกใช้เป็นสาขาสำรองสำหรับระบบ DR พอดี ทำให้เกิดความเสียหายกับระบบ DR และทำให้ ARS ได้บทเรียนว่าการเลือกสาขาสำหรับทำ DR นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และความเสี่ยงก็เป็นสิ่งที่จัดการยากมากทีเดียว

ทั้ง 3 เหตุการณ์นี้ทำให้ทีมงานฝ่าย IT ของ ARS เริ่มมองหาทางเลือกอื่นๆ นอกจากการลงทุนสร้าง Data Center เองที่นอกจากจะมีค่าใช้จ่ายสูงแล้ว ก็ยังมีความเสี่ยงและปัญหาต่างๆ ให้ต้องจัดการดูแลรักษาอีกมากมาย และแน่นอนว่าในช่วงเวลานั้น Cloud ก็เป็นเทคโนโลยีที่กำลังมาแรงพอดี ทำให้ทีมงาน ARS นั้นสนใจที่จะลองศึกษาและทำความเข้าใจกับ Cloud ไม่น้อยเลย

 

เมื่อเห็นความคุ้มค่าชัดเจน ผู้บริหารก็อนุมัติให้มุ่งสู่ Cloud

คุณกุลชาติเล่าต่อว่าในช่วงแรกๆ นั้นทีมงาน ARS เองก็เริ่มลองศึกษาเทคโนโลยี Cloud และไปเข้าร่วมงานสัมมนาต่างๆ เพื่อติดตามทิศทางของเทคโนโลยี Cloud ในประเทศไทย ซึ่งในสมัยนั้นก็ยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับด้าน Bandwidth ที่ต้องใช้เชื่อมต่อไปยัง Cloud และ Security ของระบบ Cloud กันอยู่ จนกระทั่งมีโอกาสได้มาฟังงานสัมมนาที่จัดร่วมกันโดย INET และ SAP ทำให้เริ่มเห็นภาพมากขึ้นว่าการนำ Core Business Application ขึ้นไปยัง Cloud นั้นจะส่งผลดีและความคุ้มค่าให้กับธุรกิจได้อย่างไรบ้าง

ก่อนหน้านั้น ARS มีการใช้ SAP ในธุรกิจอยู่แล้วมาเกือบ 2 ปี และพบว่าในแต่ละครั้งที่ Server ภายในระบบ SAP มีปัญหา ก็ต้องเรียกทีมงานที่ดูแล Hardware และระบบปฏิบัติการเข้ามาแก้ไขปัญหา ซึ่งในแต่ละครั้งก็มีความวุ่นวายไม่น้อยเลย ทำให้ทาง ARS เองสบโอกาสว่าอยากจะลองเปลี่ยนไปใช้ Cloud เพื่อรองรับระบบ SAP แทนเพื่อลดความวุ่นวายตรงนี้ลง

 

“จะนำเทคโนโลยีอะไรมาใช้ เราต้องแสดงให้ผู้บริหารเข้าใจถึงความคุ้มค่าให้ได้”

 

ในขั้นตอนนี้คุณกุลชาติเน้นว่าสิ่งสำคัญที่คนทำงานแผนก IT ต้องทำให้ได้นั้นคือการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าในการเลือกลงทุนในเทคโนโลยีต่างๆ และนำเสนอให้ผู้บริหารได้เข้าใจถึงข้อดีข้อเสีย และสามารถรับฟังคำแนะนำจากฝ่าย IT ในการลงทุนได้ เพราะระบบ IT และข้อมูลนั้นก็เปรียบเสมือนหัวใจของธุรกิจ การเลือกลงทุนในแต่ละครั้งจึงต้องมีทั้งความสมเหตุสมผล ความคุ้มค่า และเห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจได้อย่างชัดเจน

ARS ได้เปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในการ MA ระบบ Server ภายใน Data Center กับค่าใช้จ่ายในการเช่าใช้บริการ Cloud จาก INET และพบว่าทั้งสองทางเลือกนั้นมีค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกัน แต่การเช่าใช้ Cloud นั้นจะได้รับบริการในการดูแลรักษาระบบจาก INET แบบ 24×7 แถมมาด้วย ซึ่งนั่นก็คือการมีเจ้าหน้าที่คอยจัดการปัญหาให้กับระบบ SAP ของบริษัทอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังทำให้พนักงานในฝ่าย IT ของ ARS เองที่มีกันอยู่ 6 คนเท่านั้นสามารถมุ่งเน้นไปที่การรับผิดชอบงานของตนเองที่มีอยู่เดิมได้ ไม่ต้องไปพะวงกับการแก้ไขปัญหาภายใน Data Center อีก ทำให้การเช่าใช้ Cloud นั้นมีความคุ้มค่าที่เหนือกว่าการลงทุนใน Data Center เองอย่างชัดเจน และทำให้บอร์ดบริหารอนุมัติให้เริ่มนำ Cloud มาใช้ได้

ในส่วนนี้ผู้ให้บริการ Cloud เองก็ถือว่าต้องเข้ามามีบทบาทในการช่วยให้ข้อมูลเพื่อให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งคุณกุลชาติก็ได้เล่าเสริมว่าทีมเซลส์ของ INET ได้ช่วยทำการบ้านในส่วนนี้มาอย่างละเอียด ทำให้การนำเสนอข้อมูลแก่ผู้บริหารลุล่วงไปได้ด้วยดีในครั้งนั้น

 

ทดสอบ Cloud ของ INET จนมั่นใจในทีมบริการ ก่อนย้าย SAP ขึ้นไปเป็นระบบ Production บน Cloud

อย่างไรก็ดี การเปรียบเทียบราคาเฉยๆ นั้นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทีมงาน IT ของ ARS มั่นใจได้ว่าบริการ Cloud นั้นจะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ ARS พบอยู่ได้จริง และยังไม่มั่นใจในบริการที่จะได้รับด้วยว่าทีมสนับสนุนหลังการขายนั้นจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่างๆ ได้ด้วยคุณภาพระดับใด ทำให้ทาง ARS พูดคุยกับ INET เพื่อขอทดสอบระบบจริงก่อน

การทดสอบที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นถือว่าเข้มข้นมาก ซึ่งก็ทำให้ทีมงาน ARS ได้เข้าใจถึงศักยภาพของทีมงาน INET ในการสนับสนุนและให้บริการแก่ลูกค้าที่เช่าใช้ Cloud โดยทาง ARS ได้นำระบบ SAP บางส่วนขึ้นไปทำงานบน INET Cloud ก่อน และเมื่อพบกับปัญหาทั้งในระหว่างย้ายระบบหรือพบปัญหาในระหว่างการใช้งานจริง ก็ทำการติดต่อแจ้งให้ทีมงาน INET ช่วยตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ซึ่งความเป็นมืออาชีพในการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว รวมถึงการประสานงานติดต่อพูดคุยให้เข้าใจสถานการณ์กันอยู่ตลอดเสมือนเป็นทีมงานเดียวกัน ก็ทำให้ทีมบริการของ INET สามารถชนะใจทีมงาน ARS ได้เป็นอย่างดี

หลังจากได้ทดสอบกันจนวางใจในฝีมือของทีมงาน INET แล้ว คุณกุลชาติก็เล่าต่อว่าทาง ARS ได้ตัดสินใจย้ายระบบ SAP ทั้งหมดออกจาก Data Center ขึ้นไปบน INET Cloud ทำให้ภายใน Data Center ของ ARS นั้นเหลือแต่ส่วนของระบบเครือข่ายและ IT Infrastructure ที่จำเป็นเท่านั้น แต่ไม่มี Server สำหรับ SAP เหลืออยู่อีกแล้ว พร้อมทั้งเช่าใช้สัญญาณ Internet จาก INET เพื่อเชื่อมต่อทุกๆ สาขาเข้ากับ Data Center ของ INET ทำให้ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง

 

 

อีกจุดหนึ่งที่คุณกุลชาติได้พูดถึงข้อดีของ INET Cloud ก็คือการที่มีระบบสำรองข้อมูลให้พร้อมใช้งานได้ทันที รวมถึงยังมีเทคโนโลยี Snapshot บน Cloud ที่ทำให้การปกป้องข้อมูลสามารถทำได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น และด้วยการที่ INET เองก็มี Data Center กระจายอยู่หลายแห่ง เชื่อมต่อกันด้วยระบบเครือข่ายความเร็วสูง การทำ DR เพิ่มเติมก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ต้องมีค่าใช้จ่ายมากมายเหมือนการลงทุน Data Center เองอีกต่อไป และยังทำให้ ARS สามารถคลายกังวลในประเด็นเรื่อง Ransomware ที่เป็นข่าวใหญ่โตหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้

คุณกุลชาติได้เล่าถึงประสบการณ์จริงว่าที่ผ่านมายังไม่เคยพบปัญหาว่า INET Cloud ล่มในระบบ SAP ที่เป็น Production เลย อาจจะมีบ้างที่ผู้ใช้งานรายงานมาว่าระบบช้า ซึ่งเมื่อทีมงาน IT ของ ARS แจ้งไปยัง INET การแก้ไขปัญหาก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทันใจ และเมื่อระบบ SAP เองมีปัญหา ทางทีมงาน INET ก็สามารถช่วยเหลือในส่วนของ SAP Basis ได้ทั้งหมด ทำให้ ARS แทบจะหมดห่วงเรื่องการดูแลรักษาระบบ SAP ไปเลย

 

Cloud ที่ทำให้ระบบมี Downtime ต่ำลง ช่วยให้ ARS สามารถประหยัคค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก

คุณกุลชาติขยายความเพิ่มเติมต่อว่าหลังจากที่ย้ายไปใช้ Cloud แล้ว นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายในแง่ของการดูแลรักษาระบบแล้ว Cloud ที่ช่วยให้ระบบ Application เสถียรทนทานยิ่งขึ้นนั้นก็ทำให้ธุรกิจสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้เป็นอย่างมากอีกด้วย

 

Credit: ARS

 

ธุรกิจของ ARS นั้นมีด้วยกันหลากหลายส่วน และการที่ระบบ SAP ไม่สามารถใช้งานได้นั้นก็จะทำให้การทำงานล่าช้า และต้องเสียค่าปรับให้กับลูกค่าของตนหากไม่สามารถส่งสินค้าได้ตามเวลาที่กำหนด ซึ่งก่อนที่จะย้ายไปใช้ Cloud นั้นทางทีมงาน IT ของ ARS เองก็ต้องคอยแก้ปัญหาเร่งด่วนนี้ด้วยความกดดันอยู่เสมอ เพราะเมื่อระบบ IT ล่มจนทำให้งานล่าช้า ค่าปรับที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้งก็อาจทำให้กำไรในการขายแต่ละงานนั้นหดหายลงไปได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว

แต่หลังจากย้ายมาใช้ INET Cloud แล้วระบบมีความเสถียรสูงขึ้นด้วยการสนับสนุนของทีมงาน INET นั้น ก็ทำให้ประเด็นปัญหาเหล่านี้จบลงไป ARS นั้นไม่ต้องเผชิญกับการจ่ายค่าปรับอันเป็นเหตุที่เกิดมาจากระบบ IT ล่มหรือ SAP มีปัญหาอีกเลย

 

ทนทานและประสิทธิภาพสูงด้วยระบบ Cloud ที่มี IT Infrastructure จาก HPE เป็นหลัก

โดยปกติแล้วการเช่าใช้ Cloud นั้น ผู้เช่าใช้มักไม่มีโอกาสได้รู้ว่า Hardware ที่นำมาให้บริการตนเองนั้นคือระบบใด ซึ่งทาง INET ก็ได้ชูจุดนี้ว่าบริการ INET Cloud นั้นเลือกใช้ Hardware ในระดับองค์กรเป็นหลัก โดยทางระบบ Cloud ที่ให้บริการ SAP ของ ARS นั้นก็ได้เลือกใช้ Server และ Storage จาก HPE เพื่อให้บริการในครั้งนี้ ซึ่งระบบนี้ก็สามารถรองรับ SAP ได้เป็นอย่างดี และมีความทนทานกับความมั่นคงปลอดภัยในระดับที่ยอมรับได้จากองค์กร โดยประกอบไปด้วยระบบต่างๆ ดังนี้

  • HPE Server หลากหลายรุ่น พร้อม CPU Intel Xeon สำหรับรองรับงานประมวลผลใน Data Center โดยเฉพาะ
    • HPE ProLiant Server สำหรับให้บริการ Enterprise Cloud
    • HPE Synergy สำหรับให้บริการ  SAP Hana Node และ Bare Metal Service
    • HPE Simplivity Hyper-Converged สำหรับให้บริการระบบ Private Cloud
  • HPE 3PAR Storage สำหรับทำหน้าที่เป็นระบบ Storage ให้กับบริการภายใน Cloud ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพ, การดูแลรักษาข้อมูล และความทนทานในการทำงาน

HPE เองนั้นถือเป็นผู้ผลิต Hardware ที่ได้รั บการยอมรับจากเหล่าผู้ให้บริการ Cloud ทั่วโลกเป็นอย่างสูง และมีส่วนแบ่งตลาดในอันดับต้นๆ อีกทั้งด้วยความที่ Hardware ของ HPE นั้นถูกพัฒนาขึ้นมาด้วยมาตรฐานที่ดี และออกแบบมาให้ตอบโจทย์การใช้งานได้ถึงในระดับองค์กรแต่แรกอยู่แล้ว หากไปสำรวจเหล่าผู้ให้บริการ Cloud ที่เน้นตลาดองค์กรที่ต้องการทั้งความทนทานและความปลอดภัย ก็มักจะพบเห็น Hardware จาก HPE ถูกเลือกใช้อยู่เสมอ และ INET เองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

 

Credit: INET

 

บริการ INET HPE Cloud นี้เป็นบริการ Cloud แบบครบวงจรที่เกิดจากความร่วมมือด้านการบริการในระดับมืออาชีพจาก INET ผสานเข้ากับโซลูชันทางด้าน Server และ Storage จาก HPE ออกแบบมาเป็นบริการ Cloud หลากหลายสำหรับตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรได้หลากหลาย รวมถึงยังมีโซลูชันที่โดดเด่นเหนือกว่าบริการ Cloud อื่นๆ อย่างเช่นบริการ Desktop-as-a-Service ให้เช่าใช้บริการ VDI บน Cloud ได้ รวมถึงยังมีบริการ HANA-as-a-Service เพื่อให้องค์กรสามารถเช่าใช้ SAP HANA เพื่อรองรับระบบ ERP ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลงทุน Hardware ด้วยตนเอง พร้อมทั้งยังมีทีมงานมากประสบการณ์ด้าน SAP จาก INET คอยดูแลให้อีกด้วย

Data Center ของ INET นั้นได้รับมาตรฐานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ISO/IEC 20000‑1:2011 (Cloud Service Management), ISO/IEC 27001:2013 และ CSA‑STAR Certification จึงมั่นใจได้ทั้งในแง่ของความทนทานและความปลอดภัย พร้อมทีมงานสนับสนุนการใช้งานและแก้ไขปัญหาต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน รองรับการใช้งานในระดับองค์กรได้โดยไม่ต้องกังวล

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ INET HPE Cloud สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://inet.co.th/hpecloud/

 

เทคโนโลยีที่ทำให้ธุรกิจและชีวิตดีขึ้น ย่อมเป็นที่ต้องการของตลาด และบทบาทของแผนก IT ในองค์กรที่จะต้องเปลี่ยนไปเพราะ Cloud

 

“เทคโนโลยี ถ้าแพงแล้วดี ลูกค้าก็จ่าย”

 

มาถึงกับช่วงสุดท้ายของการพูดคุย ที่คุณกุลชาติได้ให้ข้อคิดจากประสบการณ์ของตนในวงการ IT หลายสิบปีจนได้ขึ้นสู่การเป็นผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศแห่ง ARS ว่า สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่มูลค่าสูงที่มีแผนก IT ขนาดไม่ใหญ่นั้น การเลือกใช้ Cloud และ Outsource ร่วมกันนั้นจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามากในระยะยาว และจะทำให้แผนก IT ภายในองค์กรเปลี่ยนไปทำงานเชิงบริหารและกลยุทธ์ทางด้าน IT แทนได้ เพราะมีเวลาเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองเยอะมาก ส่งผลให้มีเวลาสามารถไปศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ และเลือกใช้แต่สิ่งที่ดีและเหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กรได้อยู่ตลอด

ทั้งนี้การทำงานร่วมกับผู้ใช้งานทั่วๆ ไปและการคิดเผื่อแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรานั้นก็ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับคนในแผนก IT ตัวอย่างเช่นการจัดการปัญหา Ransomware ในบริษัทที่ผู้ใช้งานทั่วไปหลงเชื่อการหลอกลงและการโจมตีในรูปแบบที่ซับซ้อนหลากหลายนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากคน IT ไม่เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานทั่วไป การทำความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้และออกแบบระบบการทำงานให้เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหา โดยที่ผู้ใช้งานไม่ต้องมาสับสนกับเรื่องราวของเทคโนโลยีมากนักก็เป็นหัวใจสำคัญ

อีกหนึ่งหน้าที่สำคัญสำหรับคน IT ในยามนี้คือการช่วยภาคธุรกิจในการเลือกเทคโนโลยีให้ดี การเลือกใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องและเหมาะสมนั้นจะทำให้ธุรกิจเติบโตไปได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันนี้ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทจนกลายเป็นหัวใจของธุรกิจไปแล้ว

 

สนใจบริการ Cloud สำหรับองค์กร ติดต่อทีมงาน INET ได้ทันที

 

 

สำหรับผู้ที่สนใจในบริการ INET Cloud และอยากติดต่อเพื่อให้มานำเสนอเทคโนโลยี, เสนอราคา หรือทดลองใช้งานจริง สามารถติดต่อทีมงาน INET ได้ทันทีที่โทร 089-799-8234 Email inet-hpcloud@inet.co.th หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ INET HPE Cloud https://inet.co.th/hpecloud/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

เตือน Z-wave Downgrade Attack อุปกรณ์ IoT กว่า 100 ล้านชิ้นเสี่ยงถูกแฮ็ก

นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยจาก Pen Test Partners ค้นพบวิธีการโจมตีแบบ Downgrade Attack บนอุปกรณ์ IoT ที่ใช้โปรโตคอล Z-wave ซึ่งช่วยให้แฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ได้โดยไม่ได้รับอนุญาตแม้ว่าจะใช้กลไกการเข้ารหัสข้อมูลก็ตาม อุปกรณ์ IoT กว่าร้อยล้านชิ้นจากหลายพันยี่ห้อตกอยู่ในความเสี่ยง

Microsoft เพิ่ม Container Images สำเร็จรูปบน Azure Marketplace แล้ว

Microsoft เพิ่ม Container Images สำเร็จรูปลงใน Azure Marketplace เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เริ่มต้นใช้งานได้ทันที