Claude 3 Opus ของ Anthropic พร้อมให้บริการแล้วบน Amazon Bedrock

หลังจาก Anthropic ประกาศเปิดตัว Claude 3 ออกมาราวเดือนเศษ ๆ ล่าสุด Claude 3 Opus เวอร์ชันเรือธงได้เข้าสู่สถานะ Generally Available และพร้อมให้บริการบน Amazon Bedrock ครบแล้วทั้ง 3 โมเดลของ Claude 3

โดย Anthropic ได้ประกาศเปิดตัว Claude 3 ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งจะมีอยู่ 3 เวอร์ชันด้วยกันได้แก่ Opus, Sonnet และ Haiku โดย Opus นั้นถือได้ว่าเป็นโมเดลที่ทรงพลังที่สุดใน 3 เวอร์ชันนี้ ซึ่ง ณ เวลานั้นบริษัทยังเคลมด้วยว่ามีประสิทธิภาพเหนือกว่า GPT-4 อีกด้วย

และก่อนหน้านี้ Amazon Bedrock ได้เปิดให้บริการ Claude 3 Sonnet อย่างรวดเร็วหลังจาก Anthropic เปิดตัว Claude 3 ไม่นานนัก ซึ่งล่าสุด โมเดล Claude 3 Opus ก็พร้อมให้บริการแล้วบน Amazon Bedrock ด้วยเช่นกัน

Claude 3 Opus สามารถพูดคุยได้ทั้งภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น สเปน ฯลฯ อีกหลายภาษาด้วยกัน ซึ่งนักพัฒนาระบบจะสามารถใช้ประโยชน์จาก Claude 3 Opus เพื่อสร้างแอปพลิเคชัน Generative AI ต่าง ๆ เพื่อช่วยทำงานให้เกิดกระบวนการอัตโนมัติได้มากขึ้น คาดการณ์ในด้านการเงินที่ซับซ้อน หรืองานวิจัยและพัฒนาต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายรูปแบบ

เริ่มต้นแล้ววันนี้ กับ Claude 3 Opus จาก Anthropic บน Amazon Bedrock ซึ่งราคาโมเดลอยู่ที่ 0.015 ดอลลาร์ (ราว 55 สตางค์ ณ เวลานี้) ต่อ 1,000 Input Token และ 0.075 ดอลลาร์ (ราว 2.76 บาท ณ เวลานี้) ต่อ 1,000 Output Token

ที่มา: https://venturebeat.com/ai/anthropics-claude-3-opus-now-generally-available-on-amazon-bedrock/

About chatchai

Tech Writer แห่ง TechTalk Thai ที่สนใจในทุกนวัตกรรมและเทคโนโลยี

Check Also

Sonar เข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัป AI Code Review ยกระดับระบบตรวจสอบโค้ดด้วย Agentic Reasoning

Sonar ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยของโค้ด ประกาศเข้าซื้อกิจการ Gitar สตาร์ตอัปผู้เชี่ยวชาญด้านระบบ AI-native Code Review การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อผสานความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ของ Gitar เข้ากับเอนจินตรวจสอบโค้ดของ Sonar เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยที่รัดกุมยิ่งขึ้นสำหรับทีม DevOps ในยุคที่ …

Stripe ยกระดับระบบชำระเงินสู่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ Machine-to-Machine รับยุค Agentic AI

Stripe เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 288 รายการ พร้อมส่งแผนพลิกโฉมระบบชำระเงินจากเดิมที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการทำธุรกรรมสำหรับมนุษย์ ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถตั้งโปรแกรมได้และทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับธุรกกรรมแบบ Machine-to-Machine ถือเป็นการปูทางเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบ Agentic AI อย่างเต็มรูปแบบ