Ampere เปิดตัวหน่วยประมวลผลตระกูล AmpereOne จำนวนคอร์สูงสุด 192 คอร์

Ampere เปิดตัวหน่วยประมวลผลตระกูล AmpereOne มาพร้อมจำนวนคอร์สูงสุด 192 คอร์

Credit: Ampere Computing

Ampere Computing ได้ประกาศเปิดตัวหน่วยประมวลผลตระกูลใหม่ AmpereOne มีการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกๆส่วน ทั้งจำนวนคอร์ ขนาดของหน่วยความจำ และประสิทธิภาพการทำงานสำหรับ Cloud โดยจะเป็นรุ่นที่มาเสริมหน่วยประมวลผลวางจำหน่ายไปแล้วก่อนหน้านี้ ได้แก่ Ampere Altra และ Ampere Altra Max

AmpereOne ผลิตด้วยสถาปัตยกรรมขนาด 5 นาโนเมตร ใช้ Instuction Set แบบ Arm สามารถเลือก Custom Core ได้ตั้งแต่ 136 คอร์จนถึง 192 คอร์ มี Private cache ที่ออกแบบมาสำหรับงาน Cloud และฟีเจอร์เสริมอื่นๆที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับ Cloud และ AI เช่น Mesh Congestion Management, Fine Grained Power Management และ Memory Tagging นอกจากนี้ยังรองรับหน่วยความจำ DDR5 จำนวน 8 Channel ขนาดสูงสุด 8TB และ PCIe Gen5 IO จำนวน 128 lanes อ้างอิงจากผลการทดสอบแล้ว มีประสิทธิภาพในการทำ AI inference ดีกว่าคู่แข่งถึง 2 เท่า

ที่ผ่านมา Ampere มีลูกค้าใช้งานแล้วหลายราย ตั้งแต่ผู้ให้บริการ Cloud ขนาดใหญ่ เช่น Google Cloud, Microsoft Azure, Oracle Cloud, Alibaba และ Tencent รวมถึงผู้ผลิตแบบ OEM เช่น HPE และ Supermicro

ที่มา: https://amperecomputing.com/press/ampere-unveils-processor-ampereone-192-cores

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

ปรับกลยุทธ์ Enterprise Infrastructure ที่ Symphony Communication มองว่า Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไป

องค์กรส่วนใหญ่ที่ตัดสินใจย้ายระบบขึ้น Public Cloud หวังผลด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ควบคู่กับความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และความเสี่ยงด้าน Ransomware ที่รุนแรงขึ้น จนทิศทางการขึ้น Public Cloud อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายในการบริหารจัดการองค์กรในยุคนี้ ภายในงาน Enterprise …

Cloudflare จับมือ OpenAI ใช้โมเดล Daybreak ค้นหาและบล็อกช่องโหว่โค้ด

Cloudflare เปิดให้ใช้งานบริการ Vulnerability Discovery and Remediation ในรูปแบบ early access แล้ววันนี้ โดยเป็นบริการที่ใช้โมเดลด้านความมั่นคงปลอดภัยของ OpenAI เพื่อค้นหาจุดบกพร่องในซอฟต์แวร์ของแอปพลิเคชันลูกค้า พร้อมทั้งสกัดกั้นการโจมตีที่ชายขอบของเครือข่าย