Breaking News

AIS กับการปรับองค์กรในยุคดิจิทัล – เปิดรับนวัตกรรม สนับสนุนสตาร์ทอัพภายใน สร้างวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลงใน DNA ของทุกฝ่าย

องค์กรทั้งหลายในปัจจุบันต่างก็ตระหนักดีถึงความสำคัญของการปรับตัวไปตามเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โจทย์ที่พวกเขาต้องตอบให้ได้เพื่อการเข้าร่วมแข่งขันในตลาด ณ ตอนนี้ คือการปรับตัวอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ใช้เทคโนโลยีช่วยสร้างคุณค่าและลดต้นทุน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจให้ทันสมัย และสอดคล้องกับความเป็นไปมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากสมาชิกภายในองค์กรทุกคนไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ทีมงาน ADPT มีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับ AIS ถึงแนวทางที่พวกเขาได้เริ่มต้นใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองในยุคของ Digital Transformation ตั้งแต่แนวคิด การกำหนดแผนการ การสร้างวัฒนธรรม ไปจนถึงผลงานเป็นรูปธรรมที่สำเร็จออกมา จึงจะขอแชร์ความรู้ให้ทุกท่านได้อ่านเป็นไอเดียในการสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อไป 

เทคโนโลยีรอบตัว เลือกโฟกัสให้ถูกและพร้อมเปลี่ยนอยู่เสมอ 

ทุกวันนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรมนั้นมีให้เลือกจนละลานตาอยู่รอบตัวเรา ทุกสิ่งดูสำคัญ น่าสนใจ และสดใหม่น่าใช้งานทั้งสิ้น คำถามก็คือเราจะเลือกโฟกัสกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมชิ้นไหนบ้าง จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร 

AIS เองก็เป็นหนึ่งในองค์กรที่ต้องเผชิญกับความท้าทายนี้ และพวกเขาก็เลือกใช้ขั้นตอนที่เรียกว่า Strategic Exploration ที่เริ่มจากการสอดส่องหาเทรนด์ที่กำลังมาแรงและน่าสนใจในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ก่อนจะค่อยๆ พิจารณาถึง Scenario ในการนำนวัตกรรมเหล่านั้นไปใช้หรือให้บริการว่ามีความเหมาะสม สร้างคุณค่า และมีโอกาสทางธุรกิจมากแค่ไหน จากนั้น AISก็จะสรุปสิ่งที่พวกเขาเลือกและวาดภาพกลยุทธ์ที่ธุรกิจจะก้าวไปได้พร้อมกับนวัตกรรมที่พวกเขาหยิบยกขึ้นมา โดยขั้นตอนเหล่านี้จะเกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นประจำทุกปี เพื่อปรับให้โฟกัสและกลยุทธ์ของพวกเขาทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่เสมอ 

Framework ในการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กรของ AIS ซึ่งเริ่มจาก Strategic Exploration ก่อนจะพัฒนาไปตามขั้นตอนและโครงการต่างๆด้านขวามือ

เปลี่ยนสมาชิกในองค์กรให้เป็น Innovator

การสร้างองค์กรที่สนับสนุนนวัตกรรมนั้นอาจจะมีวิธีที่หลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่หลายๆ องค์กรเห็นพ้องต้องกัน คือการสร้างวัฒนธรรมที่พร้อมเปิดรับความคิดใหม่ๆ และเสี่ยงไปกับมัน AIS จึงได้จัดตั้งทีม Novel Engine Execution Team (NEXT) ขึ้นเมื่อช่วงกลางปี 2018เพื่อเป็นหน่วยงานที่ช่วยกระตุ้นการเกิดของนวัตกรรม สร้างวัฒนธรรมการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ และช่วยสนับสนุนโครงการด้านนวัตกรรมที่จะเกิดขึ้นในองค์กรในโครงการต่างๆ

สำหรับAIS แล้ว พวกเขาคิดว่านวัตกรรมและการปรับตัวนั้นสอดคล้องกับแนวความคิดของการสร้างธุรกิจ (New Business) ใหม่จึงวางแผนการสร้างแนวคิดแบบเจ้าของกิจการหรือStart up เพิ่มขึ้นในองค์กร โดยแบ่งภารกิจออกเป็นสามส่วน 1. การเสาะหาความคิดและผู้ประกอบการจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นเอกชน หรือแวดวงวิชาการ 2. การ Recruit พนักงานที่มีลักษณะ เจ้าของกิจการจากสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วโลก และ 3. การสร้างเจ้าของกิจการและ Innovator จากสมาชิกภายในองค์กรเอง

โดยหนึ่งในการสร้างนวัตกรจากสมาชิกภายในองค์กร AIS ได้จัดตั้งโครงการที่ชื่อว่า InnoJump Bootcamp ที่เปิดโอกาสให้สมาชิกในองค์กรส่งไอเดียการใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหาสิ่งต่างๆ รอบตัว และหากไอเดียที่ได้รับนั้นน่าสนใจ มีตลาดรองรับ ก็จะสนับสนุนให้เริ่มพัฒนาไอเดียนั้นขึ้นมาเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการจริงในขั้น InnoJump Experience Lab โดยมีงบประมาณและทรัพยากรไว้อำนวยความสะดวกพนักงาน และหากทดลองแล้วว่านวัตกรรมที่สร้างมานั้นตอบโจทย์ผู้ใช้งาน สามารถเติบโต สร้างรายได้ และพึ่งพาตัวเองได้จนถึงจุดหนึ่ง AIS ก็จะผลักดันให้โครงการดังกล่าวเข้ามาเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของ AIS ที่พร้อมให้บริการผู้คนทั่วประเทศ 

School Van Clever เผยโฉมโปรเจกต์แรกจาก InnoJump 

School Van Clever นับเป็นโปรเจกต์แรกสุดของโครงการ InnoJump ที่มีจุดเริ่มต้นจากคำถามที่ว่า “หากได้เป็น CEO 24 ชั่วโมง คุณจะทำอะไร?” ไอเดียนี้ค่อยๆ เติบโตขึ้นด้วยการรวบรวมทีมงานที่เป็นพนักงาน AIS จากหลายจังหวัดในภาคใต้ ก่อนจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นด้วยการสนับสนุนด้านทรัพยากรและการวางแผนร่วมกับหลายฝ่ายในองค์กร

นวัตกรรมของ School Van Clever คือระบบเฝ้าระวังให้กับนักเรียนที่โดยสารรถตู้ไปและกลับจากโรงเรียน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สลดใจอย่างการที่เด็กติดอยู่ในรถตู้จนเสียชีวิตอีก ทีมงานออกไอเดียที่เรียบง่ายและได้ผลในการติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์ เพื่อตรวจสอบภาพภายในรถ ความเคลื่อนไหว ตำแหน่ง และความเร็วในการเคลื่อนที่ของรถ โดยที่ผู้ปกครองและอาจารย์สามารถเข้ามาตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชันได้แบบ Real-time โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรถดับเครื่อง หากเซ็นเซอร์สามารถจับความเคลื่อนไหวภายในรถได้ ก็จะแจ้งเตือนไปยังคนขับทันทีอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเข้ามาตรวจสอบในตัวรถ

แอปพลิเคชัน School Van Clever ที่ผู้ปกครองสามารถเข้ามาตรวจสอบการโดยสารรถรับส่งของบุตรหลานได้
หน้าตา Prototype ของกล่องเซ็นเซอร์ที่จะนำไปติดในรถตู้รับส่งนักเรียน

หลังการทดลองนำไปใช้ พบว่าระบบ School Van Clever สร้างความประทับใจให้กับครู ผู้ปกครอง และคนขับรถตู้โดยสารได้เป็นอย่างดี ช่วยขจัดความกังวลต่อความปลอดภัยของนักเรียนของทุกฝ่าย นอกจากนี้ ระบบยังได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการรถตู้โดยสารประจำทางที่ต้องการตรวจสอบพฤติกรรมของคนขับรถ ซึ่งก็ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งตลาดที่ทางทีมกำลังพิจารณาที่จะขยับขยายไปสู่ 

ปัจจุบัน School Van กำลังเริ่มทดสอบระบบกับรถรับส่งนักเรียนชั้นอนุบาลและประถมในภาคใต้ ซึ่งในช่วงแรกจะเน้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชสุราษฎร์ธานี และในเมืองหาดใหญ่ โดยภายในปีนี้พวกเขาตั้งเป้าหมายว่าจะติดตั้งระบบดังกล่าวในรถรับส่งให้ได้ทั้งสิ้น250คัน 

เมื่อมีแผนการและตลาดที่ชัดเจน AIS ก็ได้สนับสนุนการเติบโตของ School Van Clever ไปอีกขั้น ด้วยการเปลี่ยนตำแหน่งหัวหน้าทีม School Van Clever จากเดิมที่เป็นวิศวกรเข้ามาดูแลโปรเจกต์นี้อย่างเต็มตัวในฐานะ Headรวมไปถึงการเตรียมตั้ง Business Unit แยกออกมาโดยเฉพาะในลักษณะของ Internal VC เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจของ School Van Clever ให้ก้าวไปข้างหน้า และบรรลุเป้าหมายในการเข้ามาเป็นอีกหนึ่งบริการของ AISในที่สุด 

เราได้เรียนรู้อะไรจากการสร้างนวัตกรรมของ AIS?

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวของ AIS ในครั้งนี้แล้ว ทีมงาน ADPT เห็นว่ามีประเด็นที่น่าสนใจที่ผู้อ่านอาจนำไปปรับใช้กับองค์กรของตัวเองได้ จึงขอสรุปมาสั้นๆ ณ ที่นี้ 

1. ตั้ง Scopeที่ดี 

การสร้างนวัตกรรมนั้นเป็นเรื่องที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าสำหรับธุรกิจในระยะยาวแล้วนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาจะต้องช่วยสร้างคุณค่าและส่งเสริมการดำเนินการของธุรกิจได้เป็นอย่างดี AIS เริ่มต้นด้วยการเปิดกว้างต่อไอเดียที่หลากหลายทุกประเภทเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ จากนั้นจึงค่อยๆพิจารณาถึงความเป็นไปได้ทางการตลาด การดำเนินการ คุณค่าที่โครงการจะสร้าง และเป้าหมายที่องค์กรมีอยู่แล้วจึงคัดเลือกไอเดียมาบ่มเพาะต่อในโครงการ Innojump 

การทำเช่นนี้ช่วยให้พวกเขาได้ไอเดียที่สดใหม่ไม่ติดกรอบอยู่เสมอ และในขณะเดียวกันขั้นตอนการคัดเลือกก็ช่วยให้พวกเขาไม่หลุดไปจากเป้าหมายที่มีอยู่

2. จริงจังกับนวัตกรรม 

จากกรณีของ School Van และโปรเจกต์อื่นๆ ที่กำลังจะตามมา เราจะเห็นได้ว่า AIS นั้นมีขั้นตอนการเปลี่ยนจากไอเดียในจินตนาการเป็นธุรกิจในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างเป็นระบบ พวกเขามีการสนับสนุนเชิงโครงสร้างต่างๆ มีการวางแผนการเงินและการตลาด มีเป้าหมาย และมีความตั้งใจในการเปลี่ยนนวัตกรรมให้เป็นธุรกิจอย่างแท้จริง 

เมื่อองค์กรแสดงออกว่าพวกเขาให้คุณค่ากับไอเดียใหม่ๆ และมีความตั้งใจจริงในการสร้างธุรกิจจากนวัตกรรมที่เปิดรับจากทุกคน สมาชิกในองค์กรก็ย่อมรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง และมีความกระตือรือร้นในการสร้างนวัตกรรมมากขึ้น สิ่งที่จะตามมาคือวัฒนธรรมในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และความกล้าเผชิญหน้ากับความเสี่ยง ซึ่งมีความสำคัญมากในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต 

3. โครงสร้างที่สนับสนุนนวัตกรรม

การเปลี่ยนแปลงนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากโครงสร้างที่สนับสนุนการเกิดและเติบโตของนวัตกรรม AIS มีการจัดตั้งงบประมาณและทรัพยากรที่รองรับการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือการเปิดโอกาสและสร้างพื้นที่ให้พนักงานได้คิดค้นและร่วมมือกัน ตั้งแต่การตั้งโครงการเปิดรับไอเดีย การจัดเทรนนิ่งให้ความรู้ การเปิดรับการสร้างนวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน และการจัดโครงสร้างองค์กรให้ง่ายต่อความร่วมมือ การให้แรงจูงใจอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รวมไปถึงการมีโครงสร้างองค์กรที่ยืดหยุ่นเพียงพอในการจัดตั้ง Business Unit และตำแหน่งงานสำหรับทีมนวัตกรรมแต่ละโปรเจกต์ 
การสร้างนวัตกรรมนั้นต้องการทั้งเวลา เงินทุน และการวางแผนที่รอบคอบ และดูเหมือนว่า AIS จะเตรียมความพร้อมในจุดนี้ได้เป็นอย่างดี


หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของธุรกิจในปัจจุบัน คือการเปลี่ยนแปลงให้องค์กรสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งนี้นั้นไม่ใช่เพียงการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ หรือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงให้ทั้งองค์กรเตรียมพร้อมที่จะเสี่ยง ล้มเหลว เปลี่ยน ประสบความสำเร็จ และวนกลับไปเปลี่ยนแปลงอีก เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องเพื่อความเป็นต่อในการแข่งขัน 

การเคลื่อนไหวเช่นนี้ต้องอาศัยทั้งวิสัยทัศน์​ของธุรกิจ การจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ และความร่วมมือจากสมาชิกภายในองค์กรทั้งหมด จึงจะสำเร็จขึ้นมาเป็นองค์กรที่อยู่รอดและทันยุคอยู่เสมอ เป็นงานที่ใหญ่ และต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบให้สอดคล้องกับธรรมชาติขององค์กรที่เป็นอยู่ ทางทีมงาน ADPT หวังว่า เมื่อท่านได้อ่านเรื่องราวของ AIS ในวันนี้แล้วจะได้แนวคิดกลับไปประยุกต์ใช้บ้างไม่มากก็น้อย


Check Also

Salesforce ประกาศใช้ Azure ขยายฐานการให้บริการ Marketing Cloud

เมื่อวานนี้ Salesforce ผู้นำตลาด Cloud CRM ได้ประกาศว่ากำลังจะใช้ Azure เพื่อให้บริการ Marketing Cloud

Fortinet เปิดตัว FortiGate 60F พร้อมชิปประมวลผล SOC4 เพิ่มสมรรถนะ SD-WAN ให้ถึงขีดสุด

Fortinet ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยประสิทธิภาพสูง ประกาศเปิดตัว FortiGate 60F ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล SOC4 สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อ SD-WAN ไปอีกขั้น ในขณะที่ Throughput การใช้งานสูงกว่าคู่แข่งอื่นในท้องตลาดถึง 17 เท่า