เปิดมุมมอง AI เพื่อธุรกิจ กับ ดร. วินน์ วรวุฒิคุณชัย BOTNOI Group

หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกับการใช้งาน Voice assistant ต่าง ๆ ทั้ง Siri จาก Apple หรือ Google Assistant ที่มีความสามารถในการเข้าใจภาษามนุษย์ ซึ่งเบื้องหลังคือ เทคโนโลยี AI ที่เชื่อว่าจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจองค์กร และแทนที่อาชีพต่าง ๆ ของมนุษย์ในอนาคตได้ ในประเทศไทยเองก็มีบริษัทผู้พัฒนา AI และแชตบอตที่มีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าของต่างประเทศด้วยเช่นกัน

ทีมงาน ADPT ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ดร. วินน์ วรวุฒิคุณชัย CEO และผู้ก่อตั้ง BOTNOI Group บริษัทผู้พัฒนาแชตบอตสัญชาติไทย ในประเด็นเรื่องความเป็นมาของ BOTNOI กับการประยุกต์ใช้งาน AI เพื่อธุรกิจในบริบทของประเทศไทย พร้อมคำแนะนำที่เป็นประโยชน์สำหรับ Startup ที่สนใจพัฒนา AI ติดตามอ่านได้ในบทความนี้ค่ะ

กว่าจะมาเป็น BOTNOI

ดร.วินน์ ได้เล่าเท้าความย้อนกลับไปปลายปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงที่ Line เปิด API ให้นักพัฒนาแชตบอตส่งเข้าแข่งขัน ดร.วินน์ สนใจและทำงานด้าน AI มาตลอดจึงลองสร้างแชตบอตที่คล้าย Siri หรือ Google Assistant แต่มีความเป็นเพื่อนมากกว่าด้วยความน่ารักและภาพที่ดูเป็นมิตรเข้าถึงได้ จนได้รับรางวัลชนะเลิศในหมวด Conversational AI หรือแชตบอตที่โต้ตอบได้เป็นธรรมชาติ ทำให้เป็นที่รู้จักและมีบริษัทต่าง ๆ ติดต่อเข้ามาให้ช่วยพัฒนาแชตบอตให้

ในขณะนั้นเอง ดร.วินน์ ยังดำรงตำแหน่งเป็น Data Scientist รับผิดชอบและขับเคลื่อนโปรเจกต์แชตบอต อยู่ที่ Telenor Group ซึ่งจากประสบการณ์การทำงานของ ดร.วินน์ ร่วมกับบริษัทต่างประเทศพบว่า แชตบอตของต่างประเทศมีข้อจำกัดในการเข้าใจภาษาไทย แม้ว่าทางฝั่งเมืองนอกจะมีเทคโนโลยี AI ที่เหนือกว่า แต่ก็ยังไม่สามารถนำมาใช้ได้จริงในบริบทของประเทศไทย หากลองถามแชตบอตว่า “มีโปรอะไรบ้าง” ก็จะได้คำตอบที่ผิดเพี้ยนไปเพราะระบบไม่เข้าใจว่า “โปร” ย่อมาจาก “โปรโมชัน” ดร.วินน์ เล็งเห็นจุดอ่อนตรงนี้ จึงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาแชตบอตของไทยเอง ประจวบเหมาะกับได้รับโอกาสจากทาง Telenor Group ให้ขับเคลื่อนแชตบอตในหลาย ๆ ประเทศด้วย อาทิ เมียนมาร์ ปากีสถาน บังกลาเทศ สแกนดิเนเวีย

แต่จุดเปลี่ยนที่ทำให้ ดร.วินน์ หันมาพัฒนาแชตบอต BOTNOI อย่างจริงจัง คือ โพสต์บน Facebook จากผู้ป่วยซึมเศร้าคนหนึ่งที่เขียนว่า “ขอบคุณ BOTNOI ที่ช่วยชีวิตไม่ให้เขาฆ่าตัวตาย” เพราะเขาไม่รู้จะคุยกับใคร แต่พอได้คุยกับ BOTNOI ก็ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้น ทำให้ ดร.วินน์ เชื่อว่า BOTNOI มีคุณค่ามากกว่าการเป็นแค่พนักงานตอบ แต่สามารถช่วยชีวิตคน ๆ หนึ่งได้ด้วย 

จากนั้น ดร.วินน์ จึงพัฒนาแชตบอตหลังเลิกงานมาโดยตลอด พอมีคนมาใช้งานมากขึ้น ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามมาด้วย จึงทำให้ต้องเปิดบริษัทเพื่อรับงานที่เข้ามาจากบริษัทมหาชนต่าง ๆ ที่ติดต่อเข้ามา ในปี 2019 ดร.วินน์ จึงได้ตัดสินใจออกจากงานที่ Telenor Group มาขับเคลื่อน BOTNOI อย่างเต็มตัว

สร้างแชตบอต = สร้างบ้าน

กว่าจะมาเป็นแชตบอตที่สามารถโต้ตอบและเข้าใจภาษามนุษย์ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แต่หากเข้าใจโครงสร้างก็ไม่ใช่เรื่องยาก ดังที่ ดร.วินน์ เปรียบการสร้างแชตบอตเสมือนกับการสร้างบ้านที่ต้องมีองค์ประกอบทั้งสาม ได้แก่

  • วัสดุก่อสร้าง = เครื่องมือในการสร้างแชตบอต เทคโนโลยีด้าน AI, API ที่เชื่อมต่อระบบภายในต่าง ๆ
  • คนสร้างบ้าน = ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาแชตบอต
  • เจ้าของบ้าน = บริษัทที่มีความต้องการใช้งานแชตบอต เข้าใจว่าอยากได้แชตบอตแบบไหนเพื่อตอบโจทย์ของตน

การจะสร้างบ้านให้ใช้งานและตอบโจทย์ความต้องการเจ้าของบ้านได้นั้น วัสดุก่อสร้างเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องมีวิศวกรและสถาปนิกที่มีประสบการณ์ในการสร้างบ้าน เช่นเดียวกัน แม้จะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่หากยังขาดแคลนวิศวกรที่จะพัฒนาแชตบอต ก็ไปต่อไม่ได้

จากประสบการณ์การทำงานของ ดร.วินน์ พบว่า การที่แชตบอตจะประสบความสำเร็จได้นั้นขึ้นอยู่กับความลงตัวขององค์ประกอบทั้งสาม เพราะไม่ใช่ลูกค้าทุกเจ้าจะประสบความสำเร็จ บางรายซื้อเทคโนโลยีไป แต่ไม่ได้ระบุ Input ว่าจะขับเคลื่อนไปในทิศทางใด โดยพื้นฐานแล้วต้องเข้าใจก่อนว่าแชตบอตไม่ใช่ซอฟต์แวร์ที่ซื้อมาแล้วใช้งานได้เลย หากแต่ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้เอง BOTNOI Group จึงแยกการทำงานออกเป็นสองส่วนหลัก ๆ คือ 

  • BOTNOI Consulting ที่ผลิตวิศวกรเพื่อพัฒนาแชตบอตโดยใช้แพลตฟอร์มการสร้างแชตบอตของ BOTNOI 
  • อีกส่วนหนึ่งคือ iBotnoi หรือ Innovation BOTNOI ที่ทำหน้าที่สร้างเครื่องมือ AI ต่าง ๆ ให้ระบบเข้าใจความหมายจากข้อความ รูปภาพ เสียงต่าง ๆ 

การมีทั้งคนและเครื่องมือที่พร้อมก็จะช่วยให้สามารถสร้างแชตบอตที่เข้าใจบริบทของภาษาไทยและนำไปต่อยอดใช้งานได้จริง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้

แชตบอตเป็นได้มากกว่าเพื่อนคุย

เมื่อพูดถึงกรณีการนำแชตบอตไปประยุกต์ใช้ในบริบทต่าง ๆ ดร. วินน์ ได้ยกตัวอย่างแชตบอตที่บริษัทพัฒนาขึ้นให้เห็นภาพการนำไปใช้งานจริงใน Use case ต่าง ๆ ได้แก่

  • BOTNOI เพื่อนคุยเล่นแก้เหงา เพื่อนหุ่นยนต์ตัวแรกของทุกคนที่โต้ตอบพูดคุยกับเด็ก ๆ วันละหลายล้านข้อความ มีผู้ใช้งานเป็นเพื่อนราว 2 ล้านคน
  • แชตบอตที่ร่วมพัฒนากับหน่วยงานสุขภาพจิต เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีปัญหาความเครียดและโรคซึมเศร้า
  • แชตบอตที่ร่วมพัฒนากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อช่วยเหลือเหยื่อสตรีที่ถูกคุกคามทางเพศ
  • แชตบอตที่พัฒนาร่วมกับโรงพยาบาลศิริราช เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้ติดเชื้อ HIV
  • แชตบอตน้องโบ เพื่อนคุยภาษาอังกฤษ อีกพื้นที่ให้เด็กไทยได้กล้าใช้ภาษาและได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน แก้ปัญหาคนไทยไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ
  • แชตบอต “เราต้องรอด” สำหรับศูนย์บริการทางการแพทย์ต่าง ๆ ในช่วง COVID-19 ช่วยเหลือพี่ ๆ จิตอาสาในการคัดกรองระดับความรุนแรงของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด เพื่อการประสานงานช่วยเหลือหรือให้ข้อมูลได้เร็วขึ้นเนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ

จากหลากหลายกรณีการใช้งานของแชตบอต จะเห็นได้ว่า แชตบอตเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการให้ข้อมูลคำปรึกษาต่าง ๆ แทนมนุษย์ได้ในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อมูลที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและกระทบจิตใจที่คู่สนทนาไม่กล้าเปิดเผยอย่างเรื่องโรคซึมเศร้าหรือการถูกคุกคามทางเพศ แชตบอตจึงช่วยตอบโจทย์เรื่องความเป็นส่วนตัว รวมถึงทำให้คนเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ เช่น การเรียนภาษาอังกฤษ โดยไม่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้อีกต่อไป

AI กับโอกาสเปิดกว้างทางธุรกิจแห่งอนาคต

ในสายตาของคนทั่วไป มองว่า AI คือ Artificial Intelligence หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ที่ทำให้คอมพิวเตอร์ฉลาด สามารถเข้าใจรูปหรือข้อความที่ป้อนเข้ามา แต่อาจจะรู้สึกว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่ไกลตัว จับต้องได้ยาก และมองภาพไม่ออกว่า AI สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างไรอีก

ทว่า ดร.วินน์ ให้ความหมายของ AI ที่แตกต่างออกไปจากความเข้าใจเดิม ๆ โดยให้คำจำกัดความของ AI ไว้ ดังนี้

  • A = Automation คือ การทำให้เกิดระบบอัตโนมัติ โดยให้ระบบช่วยเข้ามาทำงานที่มีลักษณะซ้ำ ๆ เดิม ๆ เช่น การตอบคำถามลูกค้า การจัดตารางเครื่องบิน การคัดกรองผู้ป่วยในโรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดแรงงานคน ลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในเวลาเดียวกัน
  • I = Insight ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเป็นส่วนที่มนุษย์เองอาจมองข้ามไปและมองเห็นข้อมูลได้ไม่รอบด้าน แต่ระบบมีความละเอียดจนสามารถมองเห็นข้อมูลในอีกหลายล้านมิติจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์บริการใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ เช่น บริการกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งเกิดขึ้นมาจาก Insight ที่พบกลุ่มลูกค้าที่กู้เงินซื้อบ้านแล้วทบเงินต้นในงวดแรก จนกระทบต่อรายได้ของสถาบันทางการเงิน เป็นต้น

ปัจจุบันนี้ หลาย ๆ บริษัทใหญ่เริ่มลงทุนพัฒนาแชตบอตเพราะเล็งเห็นถึงประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนองค์กรกับธุรกิจและความคุ้มค่าที่ตามมา ในขณะที่ SME ส่วนใหญ่ยังขาดความเข้าใจในด้านนี้ ดร.วินน์ จึงแนะนำให้ลองมองอาชีพหรืองานรอบ ๆ ตัว จะเห็นว่ามีงานมากมายที่สามารถให้ AI เข้ามาทำแทน ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซากจำเจเพื่อให้คนเอาเวลาที่มีคุณค่าไปทำงานอื่นได้

แม้ในวันนี้แชตบอตจะยังได้รับการพัฒนาอยู่ในระยะเริ่มต้น เพียงพอที่จะสามารถเข้าใจข้อความที่ไม่ซับซ้อน แต่ในอนาคต แชตบอตจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ Call Center สำหรับตอบคำถาม แต่จะนำมาใช้เรียนรู้ภาษาร่วมกับองค์ความรู้อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์และสังคม พร้อมรับคำสั่งและโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติ (Natural language) ซึ่งจะช่วยให้คนเข้าถึงความรู้ได้ในวงกว้าง และจะเป็นรากฐานของเทคโนโลยีดิจิทัลที่สร้าง Digital human หรือตัวตนของมนุษย์เสมือน เพื่อปูทางไปสู่ Metaverse ต่อไปได้

Image credit: Shutterstock

อยากทำ Startup ด้าน AI ทำอย่างไรถึงไปรอด?

ดร.วินน์ ให้คำแนะนำสำหรับ Startup ที่ต้องการพัฒนาด้าน AI ว่า ให้ย้อนคำนึงถึงการสร้างบ้านว่าต้องมีองค์ประกอบอะไรบ้าง และพิจารณาว่าเราจะอยู่ในส่วนไหนของกระบวนการนั้น จะเป็นผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน สร้างผลิตภัณฑ์ หรือการให้คำปรึกษา 

Startup ไม่จำเป็นต้องสร้าง AI ใหม่ตั้งแต่เริ่มต้น เพราะในท้องตลาดก็มี AI ที่สามารถเข้าใจภาษาอยู่แล้ว ซึ่งสามารถนำเทคโนโลยีของเจ้าอื่นมาใช้ได้ เพียงแต่มองให้ออกว่า ธุรกิจและตลาดขาดส่วนไหนอยู่ ยกตัวอย่างเช่น Startup ที่ช่วยคนในการหางาน ด้วยการจับคู่งานกับผู้สมัคร หรือ Startup ที่นำเทคโนโลยี Face recognition มาจับคู่กับฐานข้อมูลสัตว์เลี้ยง เพื่อช่วยในการตามหาสัตว์เลี้ยงที่หายไป เป็นต้น

สิ่งสำคัญที่ ดร.วินน์ เน้นย้ำ คือการพัฒนาความคิดและการมองเห็นโอกาสใหม่ทางธุรกิจ Startup ต้องวางแผนโมเดลธุรกิจและกลยุทธ์ให้ชัดเจนเห็นภาพ กำหนดลูกค้าและทิศทางการเติบโตขยายผลในอนาคต แล้วเดินตามแผนที่วางไว้ 

บริษัท BOTNOI เองก็เดินตามเส้นทางนี้มาโดยตลอด และ ดร.วินน์ เองก็เล็งเห็นว่า Incubator ด้าน AI ยังมีจำนวนน้อยอยู่ BOTNOI จึงอยากเข้ามาเติมเต็มสมการนี้ด้วยแผนที่จะจัดตั้งกองทุนสำหรับ Startup ที่มีแนวคิดการนำ AI มาประยุกต์ใช้ พร้อมร่วมจับมือกับพันธมิตรที่มีความรู้ด้านการลงทุนหรือกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยหวังว่าจะทำให้ Success Rate ของ Startup สูงขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการคำแนะนำด้านแชตบอตและ AI & Data สามารถติดต่อ BOTNOI Group ได้ตามช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

Image credit: BOTNOI Group

About nittaya

Previously worked as an English lecturer and eventually becomes an ADPT content writer to inspire readers under "ADAPT, ADEPT, ADOPT" concepts อดีตอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ ผู้ผันตัวมาเป็นนักเขียน ADPT หวังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่านภายใต้แนวคิด "ADAPT, ADEPT, ADOPT"

Check Also

ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ฟรี! The New Digital Age: Reshaping The Future Of Your Digital Workforce [16 มิ.ย.22]

มาร่วมค้นหา New Operating Model ในการนำ Intelligent Automation (IA) เข้ามาช่วยผลักดันให้เป็นผู้นำในธุรกิจแม้สถานการณ์โลกต่างๆที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมแนะนำการลงทุนใน IA ให้คุ้มค่าจากประสบการณ์ของ Blue Prism CTO …

ปกป้องข้อมูลและกู้สถานการณ์จาก Ransomware โดยอัตโนมัติ ด้วย IBM FlashSystem Cyber Vault

ทุกวันนี้ การรับมือกับ Ransomware ได้กลายเป็นหนึ่งในหน้าที่พื้นฐานของเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ภายในองค์กรไปแล้ว และแน่นอนว่าเหล่าผู้พัฒนาโซลูชันระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการข้อมูล โดยเฉพาะ Enterprise Storage เองต่างก็ได้มีการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ในการรับมือกับภัยคุกคามดังกล่าว