OpenAI Group ได้เปิดตัวชุดฟีเจอร์ใหม่ในวันนี้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่ไม่มีทักษะทางเทคนิคสามารถใช้งานเครื่องมืออัตโนมัติอย่าง Codex ได้ง่ายยิ่งขึ้น การอัปเดตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ Anthropic เพิ่งเพิ่มขีดความสามารถในลักษณะเดียวกันให้กับ Claude Cowork ไปเมื่อ 5 เดือนก่อน

Codex เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วในฐานะผู้ช่วยเขียนโปรแกรมที่ฝังอยู่ในอินเทอร์เฟซของ ChatGPT โดยขับเคลื่อนด้วยโมเดล codex-1 ซึ่งเป็นเวอร์ชันหนึ่งของโมเดลการใช้เหตุผลตระกูล o3 ของ OpenAI ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับงานเขียนโค้ดโดยเฉพาะ ทั้งนี้บริษัทได้ติดตั้งฟีเจอร์ที่ช่วยบล็อกความพยายามในการสร้างมัลแวร์และลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการเขียนโปรแกรมมาตั้งแต่ต้น
เครื่องมือนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางหลังจาก OpenAI ปล่อยแอปพลิเคชันเวอร์ชันเดสก์ท็อปแยกเฉพาะเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ฐานผู้ใช้งานเติบโตขึ้นถึง 6 เท่า จนมีผู้ใช้งานมากกว่า 5 ล้านรายต่อสัปดาห์ในปัจจุบัน โดยกลุ่มผู้ใช้งานที่ไม่ใช่นักพัฒนาซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของการอัปเดตในครั้งนี้ คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของฐานผู้ใช้ทั้งหมดและถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุด
ไฮไลต์สำคัญของการอัปเดตครั้งนี้คือปลั๊กอินของ Codex ใหม่ 6 ตัว ซึ่งแต่ละตัวถูกออกแบบมาเพื่อจัดการงานอัตโนมัติในรูปแบบที่แตกต่างกัน โดยปลั๊กอินของ Codex จะประกอบด้วยการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบุคคลที่สาม ชุดคำสั่ง และทรัพยากรอื่น ๆ ที่จะช่วยขยายขีดความสามารถเริ่มต้นของเครื่องมือ
สำหรับปลั๊กอินด้านการออกแบบสองตัวแรก จะมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการทำงานในโครงการออกแบบให้มีความคล่องตัว โดยตัวแรกจะช่วยเร่งความเร็วในการสร้างอินเทอร์เฟซสำหรับเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ซึ่งผู้ใช้สามารถสร้างอินเทอร์เฟซผ่านคำสั่งข้อความ หรืออัปโหลดภาพหน้าจอของแอปที่มีอยู่แล้วเพื่อเปลี่ยนเป็นต้นแบบเชิงโต้ตอบได้ทันที ส่วนปลั๊กอินตัวที่สองจะช่วยสร้างชิ้นงานทางการตลาดโดยอัตโนมัติ เช่น รายการสินค้าอีคอมเมิร์ซและโฆษณา
ปลั๊กอินสองตัวถัดมาได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้เชี่ยวชาญทางการเงินโดยเฉพาะ โดยตัวหนึ่งจะช่วยจัดการงานอัตโนมัติในกระบวนการตรวจสอบสถานะธุรกิจ ส่วนอีกตัวจะช่วยประเมินผลประกอบการของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง Codex จะดึงข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูลทางการเงินชั้นนำหกรายการ รวมถึง S&P และ PitchBook มาใช้วิเคราะห์
ปลั๊กอินชุดนี้ปิดท้ายด้วยสองส่วนขยายสำหรับพนักงานขายและทีมวิทยาศาสตร์ข้อมูล ซึ่งทั้งสองตัวสามารถจัดการงานวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ เช่น การวิเคราะห์บันทึกข้อมูลลูกค้าเพื่อหาแนวโน้มหรือสัญญาณในการปิดการขาย โดยในส่วนของปลั๊กอินด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะมาพร้อมกับการเชื่อมต่อที่ครอบคลุมเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลจากบุคคลที่สามที่หลากหลายขึ้น เช่น Tableau
นอกจากนี้ ปลั๊กอินดังกล่าวยังเปิดตัวควบคู่ไปกับฟีเจอร์ใหม่อีก 2 รายการ
รายการแรกคือ Sites ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างเว็บไซต์หน้าเดียวและแชร์ต่อให้เพื่อนร่วมงานผ่าน URL ได้ทันที รองรับการใช้งานที่หลากหลาย เช่น ทีมออกแบบสามารถสร้างหน้าเว็บเพื่อใช้เป็นคลังแชร์ไฟล์และติดตามงานที่ค้างอยู่ หรือนักวิเคราะห์การเงินสามารถสร้างแดชบอร์ดเพื่อคาดการณ์ความต้องการสินค้าได้
OpenAI ยังได้ยกระดับฟีเจอร์เดิมที่มีอยู่แล้วอย่าง Annotations ซึ่งแต่เดิมช่วยให้นักพัฒนาสามารถไฮไลต์ส่วนอินเทอร์เฟซของแอปพลิเคชัน แล้วพิมพ์คำสั่งเพื่ออธิบายวิธีปรับเปลี่ยนเพื่อให้ Codex แก้ไขโค้ดในจุดนั้นได้โดยตรง โดยปัจจุบันฟีเจอร์นี้ได้รับการอัปเดตให้รองรับการทำงานกับสินทรัพย์ที่ไม่ใช่เชิงเทคนิคอย่างเอกสารทางธุรกิจได้แล้ว
ปัจจุบันเครื่องมือ Sites เปิดให้ทดสอบในรูปแบบพรีวิวสำหรับลูกค้า ChatGPT ระดับ Business และ Enterprise ส่วนปลั๊กอินใหม่ได้เปิดใช้งานเป็นการทั่วไปแล้วในบางประเทศ ทั้งนี้ในอนาคต OpenAI วางแผนที่จะเพิ่มปลั๊กอินอื่น ๆ ที่มุ่งเน้นในด้านการเงินองค์กร กลยุทธ์การตลาด การลงทุนในหุ้นนอกตลาด การปรึกษาเชิงกลยุทธ์ และด้านกฎหมายเพิ่มเติม
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/06/02/openai-extends-codex-productivity-tools-non-technical-users/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







