6 เทรนด์โลจิสติกส์ที่น่าจับตามองในปี 2023

โควิด-19 ทั่วโลก ทิ้งความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ และภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ณ ปัจจุบันที่ยังส่งผลต่อเนื่องในปีถัดไป 6 เทรนด์ที่จะถูกกล่าวถึงคือสิ่งที่ถูกคาดว่าจะได้เห็นในปี 2023
 
Image Credit : cargologik.com
  • เทรนด์ที่ 1 : การควบรวมและการซื้อกิจการจะดำเนินในปี 2023

 
ตามรายงานเมื่อกลางปี 2022 ของ PwC การควบรวมกิจการในธุรกิจภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ในระดับสูงคาดว่าจะดำเนินธุรกรรมเช่นนี้ต่อในปี 2023 อย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทต่างๆ ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายอย่าง อาทิเช่น ความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ สงครามในยูเครน การขาดแคลนวัสดุและอุปกรณ์ และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน โดยรวมที่กล่าวมาทำให้หลายบริษัทกำลังพิจารณาโอกาสและความพยายามที่จะควบคุมห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรของตนเองได้มากขึ้น โดยบริษัทขนาดใหญ่จะมีกำลังเข้าซื้อบริษัทที่มีขนาดเล็กกว่าเพื่อโอกาสสร้างลูกค้าหรือข้อเสนอบริการใหม่ได้
 
  • เทรนด์ที่ 2 : บริษัทด้านโลจิสติกส์กำลังขยายข้อเสนอและลงทุนในการปรับใช้งานอย่างชาญฉลาด

 
จากผลสำรวจวิจัยของผู้บริหารด้านโลจิสติกส์ของ Accenture ปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม ณ ปัจจุบัน คือ การพัฒนาความคาดหวังของลูกค้า รายงานระบุว่าบริษัทด้านโลจิสติกส์เชื่อว่าลูกค้าของพวกเขาต้องการให้นำเสนอชุดบริการด้านโลจิสติกส์ที่ควบคุมได้ทุกมิติมากขึ้น เพื่อรวมโซลูชันตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ หรือขยายบริการที่มีอยู่ทั่วทั้งภูมิภาค อุตสาหกรรม หรือรูปแบบการขนส่งมากยิ่งขึ้น
 
บริษัทจำนวนมากที่ต้องการขยายบริการเพื่อสนับสนุนลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นและเป็นช่องทางใหม่ในการเติบโต ซึ่งอาจรวมถึงการจ้างแรงงานจากภายนอกเพื่อลดการลงทุนสำหรับบริการใหม่ๆ การลดต้นทุนและลดความเสี่ยงด้านเงินทุน องค์กรต่างๆ มีวิสัยทัศน์กว้างไกลมากขึ้น ผนวกกับการใช้บริการที่ปรึกษาเฉพาะทางเพื่อให้แน่ใจว่าแนวทางการนำไปปฏิบัตินั้นมีประสิทธิภาพสูงสุดจริง
 
  • เทรนด์ที่ 3 : การปรับปรุงมาตรฐานการให้บริการกลับสู่รูปแบบปกติ

 
“การหาผู้จำหน่ายและลูกค้าเพื่อให้ธุรกิจมีความสอดคล้องกัน คือ กุญแจสำคัญ”
 
ในช่วงที่เกิดโรคระบาด บ่อยครั้งที่มีการแย่งชิงอย่างบ้าคลั่งเพื่อจัดหาผู้ให้บริการขนส่ง ในระบบการให้บริการขนส่งสินค้าจะมีรูปแบบการดำเนินการตามระบบและกำหนดการที่ถูกกำหนดเอาไว้ การเผชิญกับการจัดการตารางขนส่งที่ยากเกินจะคาดเดาจากการแพร่ระบาดหนักที่กำลังจะกลับสู่ภาวะปกติในไม่ช้าและคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจที่ตกต่ำในปัจจุบันจะกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ในไม่ช้าเช่นกัน
 
การขาดแคลนผู้ให้บริการขนส่งนั้นทำให้มีผู้เล่นรายใหม่และรายเล็กไหลเข้ามาในระบบการให้บริการขนส่งจำนวนมาก การควบคุมคุณภาพในภาคการขนส่งสินค้าจึงยากที่จะคาดการณ์ได้ เนื่องจากความไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้งในธุรกิจนี้ การจัดหาผู้ให้บริการขนส่งให้เหมาะสมกับความต้องการของสินค้าจึงเป็นความสำคัญอันดับต้นๆ ในการพิจารณาใช้บริการ
 
  • เทรนด์ที่ 4 : บริษัทต่างๆ จะยังคงยอมรับตัวเลือกการทำงานในรูปแบบ Hybrid Working

 
“โรคระบาดเปลี่ยนวิธีการทำงานของผู้คน”
 
ความต้องการบุคลากรด้านโลจิสติกส์และการขนส่งอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นปัญหาก่อนที่จะเกิดโรคระบาดหรือการลาออกครั้งใหญ่ และมีแต่จะแย่ลงไปอีก บริษัทต่างๆ กำลังปรับใช้กลยุทธ์หลายอย่าง รวมถึงการปรับปรุงผลประโยชน์และวัฒนธรรมในที่ทำงาน เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีความสามารถไว้ การทำงานจากระยะไกลเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่สำคัญที่สุดในช่วงที่เกิดโรคระบาด และยังเป็นการดึงดูดพนักงานที่คาดหวังเช่นเดียวกันนี้เช่นกัน
 
  • เทรนด์ที่ 5 : ที่ปรึกษาจากภายนอกและบุคลากรด้านไอทีจะเติบโตขึ้นเพื่อนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาปรับใช้

 
อุตสาหกรรมภาคขนส่ง กำลังเล็งเห็นประโยชน์จากการจ้างบริษัทที่ปรึกษามากขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในกลยุทธ์การนำไปปรับใช้งาน และการปรับใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สืบเนื่องมาจากการขาดแคลนผู้มีความสามารถด้านการพัฒนาด้านไอทีระดับวิกฤติในสหรัฐฯ การมีส่วนร่วมดังกล่าวจึงมักรวมถึงการดึงเอาผู้มีความสามารถด้านไอทีจากภายนอกเข้ามาใช้งานร่วมกับระบบอัตโนมัติ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้นำบริษัทในปัจจุบัน แต่ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องดึงดูดแรงงานที่มีทักษะจำนวนมากขึ้น เพื่อปรับใช้ความเชี่ยวชาญเหล่านี้ในการดึงศักยภาพจากเทคโนโลยีเข้ามาใช้ใหม่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุด เพราะท้ายที่สุดแล้ว ระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถสนทนาอย่างมีนัยสำคัญกับลูกค้าได้อย่างครบถ้วน
 
  • เทรนด์ที่ 6 : บริษัทต่างๆ จะนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาปรับใช้เพื่อการฝึกอบรมพนักงานมากขึ้น

 
บริษัทจำนวนมากกำลังมองหาเทคโนโลยีไมโครเทรนนิ่ง ซึ่งสร้างประสิทธิภาพที่สำคัญและลดเวลาการเตรียมความพร้อม ยกระดับทักษะให้กับพนักงานสามารถเริ่มงานได้เร็วขึ้น ระบบปัญญาประดิษฐ์เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่เติบโตเร็วที่สุดซึ่งจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องตามรายงานของ NewVantage ธุรกิจ 9 ใน 10 แห่งมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในระบบ AI
 
ธุรกิจหนึ่งที่เห็นการปรับกระบวนการให้เหมาะสมคือการฝึกอบรมและพัฒนาพนักงาน ระบบ AI มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกระบวนการจ้างงาน การเริ่มงาน และการพัฒนาทักษะวิชาชีพขององค์กร ตามรายงานของ Gartner กว่า 20% ของเนื้อหาทางธุรกิจ รวมถึงเนื้อหาการฝึกอบรม จะถูกเขียนโดยระบบ AI มากขึ้นภายในปี 2025
 

บทสรุป

 
อุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการขนส่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2023 ก็จะยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ถึงแม้จะต้องเผชิญต่อภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและภัยคุกคามจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยก็ตาม “ความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ ความเร็ว และคุณภาพ” ที่กล่าวมานี้เป็นเป้าหมายที่สำคัญต่อวงจรการขนส่งที่ถูกทดสอบความท้าทายจากโควิด-19 ซึ่งถูกบังคับให้ใช้เทคโนโลยีและรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ในการปรับปรุงระบบการดำเนินการ เหนือสิ่งใดก็ตาม ระบบเทคโนโลยีที่ทันสมัยจะขับเคลื่อนศักยภาพสูงสุดออกมาไม่ได้ถ้าปราศจากบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจระบบเป็นอย่างดี ซึ่งนำไปสู่การสร้างทีมงานที่เหมาะสมที่จะเป็นภารกิจสำคัญที่สุดในการนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายของธุรกิจในปี 2023
 

About Pawarit Sornin

- จบการศึกษา ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต - เคยทำงานด้าน Business Development / Project Manager / Product Sales ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Wireless Networking และ Mobility Enterprise ในประเทศ - ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

รายงาน Global Digtial 2023 ที่คนไทยเป็นอันดับต้น ๆ ในหลายด้าน แล้วเราควรวางแผนลงทุนไอทีอย่างไร

ทุก ๆ ปี We are social ซึ่งเป็นเอเจนซีทางด้านโซเชียลมีเดีย จะทำรายงานประจำเกี่ยวกับสรุปสถิติการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลทั่วโลก โดยรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ ทั้งอัตราการใช้อินเทอร์เน็ต อุปกรณ์ที่ผู้ใช้ใช้เพื่อเข้าถึงเนื้อหาและบริการดิจิทัล พฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต การใช้สื่อสังคมออนไลน์ การใช้แอพพลิเคชันต่าง …

สหรัฐฯ เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ร่วมหารือเพื่อจำกัดการส่งออกชิปของจีน

สหรัฐฯ กล่าวว่า ได้บรรลุข้อตกลงกับเนเธอร์แลนด์และญี่ปุ่นเพื่อจำกัดการส่งออกเครื่องจักรผลิตชิปขั้นสูงบางรายการไปยังจีน แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดถึงข้อตกลงทั้งหมดอย่างเป็นทางการ