5 เหตุผลที่องค์กรควรพิจารณาบริการจาก Managed Service Provider ควบคู่กับการจัดซื้อในแบบปัจจุบัน

ในปี 2016 ที่ผ่านมาถือเป็นปีที่เหล่า IT Vendor ได้เปิดบริการ Managed Service กันค่อนข้างเยอะ และในไทยเองก็เริ่มมี Systems Integrator (SI) ให้บริการในลักษณะของ Managed Service Provider (MSP) กันมากขึ้น ทำให้ปัจจุบันนี้ MSP ได้กลายเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับเหล่าองค์กรที่กำลังต้องการเสริมระบบ IT ต่างๆ ในการทำธุรกิจให้ตอบโจทย์ในปัจจุบันกันไปเป็นที่เรียบร้อย ในบทความนี้จึงจะเป็นการสรุปจุดเด่นของบริการแบบ Managed Service ว่ามีความน่าสนใจอย่างไร เผื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบทางเลือกสำหรับการลงทุนระบบ IT ใหม่ๆ ภายในองค์กรกันได้ดังนี้ครับ

Credit: ShutterStock.com

 

1. สามารถมองการลงทุนเป็นโซลูชันได้อย่างแท้จริง ไม่ได้มองจากผลิตภัณฑ์อีกต่อไป

เนื่องจากบริการแบบ Managed Service นี้เป็นบริการแบบสำเร็จรูปที่รวมเอาทั้งผลิตภัณฑ์, การบริหารจัดการ, การดูแลรักษา และกระบวนการการทำงานทั้งหมดเอาไว้ด้วยกัน ทำให้โดยมากนั้นผู้ให้บริการ Managed Service นั้นจะต้องเลือกและคัดสรรกลุ่มของผลิตภัณฑ์ที่ดีและสามารถตอบโจทย์การให้บริการได้อย่างครอบคลุมและแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่นๆ หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องมีทีมงานที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการให้บริการ Managed Service ด้วยผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเป็นอย่างดี พร้อมมีการออกแบบกระบวนการการทำงานมาแล้วอย่างเป็นระบบ ทำให้การนำเสนอบริการแบบ Managed Service นี้มักจะมาเป็นโซลูชันรวมๆ กันเลย

แนวทางนี้ทำให้บทสนทนาระหว่างฝ่าย IT ขององค์กรและผู้เสนอบริการ Managed Service นี้กลายเป็นการคุยกันถึงเรื่องของผลลัพธ์ของบริการและกระบวนการการทำงานที่นำเสนอ แทนที่จะคุยถึงฟีเจอร์ของผลิตภัณฑ์ รวมถึงคุยในประเด็นของความคุ้มค่าในการลงทุนและการใช้งาน กับความแตกต่างจากการลงทุนในรูปแบบเดิมๆ ที่มักจะคุยถึงเรื่องของผลิตภัณฑ์และความแตกต่างจากคู่แข่งนั่นเอง

ด้วยมุมมองต่อการลงทุนที่เปลี่ยนไปในลักษณะนี้ ทำให้องค์กรสามารถเลือกเปรียบเทียบผลลัพธ์, กระบวนการทำงาน และค่าใช้จ่ายจากผู้ให้บริการ Managed Service ทุกรายได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่าเป็นการเปรียบเทียบที่ผลลัพธ์ของการลงทุนเป็นหลักก็ไม่ผิดนัก

Credit: ShutterStock.com

 

2. หลายผลิตภัณฑ์ทางด้าน IT จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่ออยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญ

การลงทุนระบบหรือเทคโนโลยีทางด้าน IT ใดๆ นั้น การใช้งาน, การบริหารจัดการ และการดูแลรักษาให้มีประสิทธิภาพนั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเทคโนโลยีเหล่านั้นอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรมักใช้วิธีการในการลงทุนซื้อผลิตภัณฑ์ใดๆ พร้อมทั้งให้ผู้เสนอระบบทำการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีเหล่านั้นได้ด้วย แต่ในความเป็นจริงการอบรมเพียงไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมงนั้น ก็ไม่อาจทำให้บุคลากรทางฝ่าย IT ขององค์กรกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ขึ้นมาได้ทันที และต้องอาศัยประสบการณ์และเวลาระยะใหญ่ในการทำความคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ซึ่งหลายครั้งฝ่าย IT ขององค์กรเองที่มีงานล้นอยู่แล้วก็ไม่อาจมีเวลามาเพิ่มพูนความสามารถในส่วนนี้ได้ หรือบางกรณีก็อาจลาออกเพื่อเปลี่ยนงานไปก่อนก็เป็นได้ ซึ่งหากองค์กรมีการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน บุคลากรเหล่านี้ก็ต้องมาเรียนรู้และทำความคุ้นเคยใหม่ทั้งหมดอีก

บริการแบบ Managed Service สามารถช่วยอุดช่องว่างเหล่านี้ให้กับองค์กรได้เป็นอย่างดีด้วยการนำเสนอโซลูชันพร้อมกับบริการในการช่วยบริหารจัดการและใช้งานระบบต่างๆ ในการทำงานให้กับองค์กร เสมือนกับเป็นพนักงานขององค์กรเลย ทำให้องค์กรไม่ต้องกังวลเรื่องของการมีผู้เชี่ยวชาญในเทคโนโลยีทั้งหมดที่องค์กรต้องใช้งาน และหากองค์กรเลือกที่จะเปลี่ยนผู้ให้บริการ Managed Service พร้อมกับเปลี่ยนโซลูชันทั้งหมดเลย องค์กรก็จะมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากผู้ให้บริการรายใหม่มาคอยให้บริการต่อเนื่องไปอีกเช่นกัน

จุดที่ทำให้ Managed Service นี้แตกต่างจากการซื้อขายโซลูชันแบบเดิมๆ นั้น ก็คือเรื่องของการที่บริการ Managed Service ได้รวมเอาบริการในการนำผลิตภัณฑ์และโซลูชันเหล่านั้นมาใช้งานจริงในทุกๆ วันให้กับองค์กรด้วยนั่นเอง ในขณะที่การซื้อขายโซลูชันแบบเดิมๆ บริการมักจะครอบคลุมแค่การติดตั้ง, การฝึกอบรม, การแก้ไขปัญหาเท่านั้น แต่ภาระหน้าที่ในการนำระบบเหล่านั้นไปใช้งานก็ยังคงตกเป็นหน้าที่ของฝ่าย IT ในแต่ละองค์กร

 

3. บรรเทาปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในฝ่าย IT เพื่อรองรับต่อการเติบโตขององค์กร

อีกปัญหาหนึ่งที่หลายๆ องค์กรกำลังประสบในเวลานี้ ก็คือการขาดแคลนของบุคลากรทาง IT ภายในองค์กรนั่นเอง และปัญหานี้ก็ส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรที่กำลังมีแผนที่จะขยายตัวในระยะยาวเป็นอย่างมาก เพราะนับวัน IT นั้นจะยิ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรในแต่ละวันมากขึ้น และทางเลือกขององค์กรนั้นก็มีหลากหลายมากเช่นกัน

ทางเลือกพื้นฐานที่สุดขององค์กรนั้นก็คือการจ้างพนักงานเพิ่ม ซึ่งประเด็นนี้ก็ยังมีส่วนที่ต้องขบคิดดังที่ได้กล่าวไปแล้วในข้อก่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาคนเหล่านั้นไว้, การฝึกอบรมให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และในขณะเดียวกัน หากองค์กรมีการขยายสาขาเพิ่ม ประเด็นทางด้านการเดินทางของพนักงานเหล่านี้ก็จะเป็นอีกปัญหาที่ต้องแก้ไขต่อไป

ทางเลือกถัดมาคือการใช้บริการ Cloud แทนการลงทุนระบบใหม่ๆ ภายในองค์กร แต่ในความเป็นจริงการใช้ Cloud นั้นก็ไม่ได้ช่วยลดงานดูแลระบบพื้นฐานภายในองค์กรแต่อย่างใด แถมยังมีประเด็นทางด้านการย้ายข้อมูลจากภายในองค์กรขึ้นไปยัง Cloud, การดูแลรักษาระบบ Cloud ไปจนถึงเมื่อองค์กรต้องการเปลี่ยนผู้ให้บริการ Cloud นั้น ก็ต้องคิดถึงประเด็นด้านการย้ายข้อมูลและระบบระหว่างบริการ Cloud อีก เรียกได้ว่าไม่ใช่เรื่องง่ายซักเท่าใด

ทางเลือกสุดท้ายก็คือ Managed Service ที่จะพอสามารถช่วยบรรเทาปัญหาด้านการขาดแคลนบุคลากรฝ่าย IT ขององค์กรลงไปได้ระดับหนึ่ง ด้วยการที่มีผู้เชี่ยวชาญจาก MSP มาช่วยฝ่าย IT ขององค์กรในการปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละวัน ทำให้บุคลากรทางด้าน IT ขององค์กรสามารถนำเวลาทั้งหมดไปใช้ในการดูแลรักษาหรือบริหารจัดการเฉพาะงานที่มีความสำคัญสูง, งานฝั่งนโยบายและการวางแผน รวมไปถึงงานเชิงรุกในการทำ Digital Transformation ขององค์กรได้ด้วยนั่นเอง

Credit: CSD IT Services

 

4. ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดระบบอีกต่อไป

ในการจัดซื้อระบบ IT แบบเดิมๆ นั้น องค์กรจะมีความเป็นเจ้าของในลิขสิทธิ์ของ Software หรือเป็นเจ้าของ Hardware ต่างๆ ดังนั้นหากมีการใช้งานไปเป็นระยะเวลา 3 ปีหรือ 5 ปีจนต้องมีการอัปเกรดระบบต่างๆ ให้กลายเป็นรุ่นใหม่ ภาระเหล่านี้จะตกเป็นขององค์กรและค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

ในทางกลับกัน หากองค์กรใช้บริการ Managed Service ที่เหล่าผู้ให้บริการนั้นเป็นเจ้าของทั้งในส่วนของ Software และ Hardware การอัปเกรดระบบเหล่านี้ก็จะตกเป็นภาระของเหล่าผู้ให้บริการ Managed Service แทนทั้งหมด ทำให้องค์กรไม่ต้องคอยพะวงกับแผนการและการใช้จ่ายในการอัปเกรดระบบแต่อย่างใด ซึ่งประเด็นนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการทำงานในแต่ละวันให้กับเหล่าผู้ดูแลระบบ IT ในองค์กรลงไปได้มากทีเดียว

 

5. สามารถวางแผนค่าใช้จ่ายได้เป็นรายเดือนหรือรายปี ประเมินค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้ง่ายกว่าเดิม

ในแง่มุมของการลงทุนนั้น Managed Service มักจะมีการคิดค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนหรือรายปี ซึ่งจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับจำนวนของระบบและบริการต่างๆ ที่ต้องการ และราคาเหล่านี้ก็จะรวมแล้วทั้งสิทธิ์ในการใช้งาน Hardware, Software พร้อมทั้งบริการและกระบวนการการทำงานตามที่ได้ตกลงกันไว้ เรียกได้ว่าทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายที่วางแผนได้ล่วงหน้าสำหรับองค์กร และไม่มีค่าใช้จ่ายแฝงที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่อีกด้วย ทำให้เป็นข้อได้เปรียบจากการจัดซื้อระบบ IT แบบเดิมๆ ที่ประเมินค่าใช้จ่ายแฝงในส่วนของการปฏิบัติการ, การดูแลรักษาระยะยาว และการจัดการเมื่อเกิดปัญหาใดๆ เป็นอย่างมาก

 

 

ใช้บริการ CSD IT Services ผู้ให้บริการ Managed Service ได้ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย

Credit: CSD IT Services

CSD IT Services เป็นหนึ่งใน Business Unit ของ Ricoh ที่ได้นำประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำธุรกิจในประเทศไทย ผสานเข้ากับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทีมงานของ Ricoh ทั่วโลก เพื่อให้บริการแบบ Managed Service ด้วยพนักงานจำนวนกว่า 1,800 คนทั่วประเทศไทยใน 17 สาขาใหญ่ทั่วประเทศและอีก 18 ศูนย์บริการย่อย ให้บริการได้ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศไทยทั้งแบบ 5×8 และ 7×24 ก้าวเข้าสู่รูปแบบใหม่ของบริการที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุดแก่ลูกค้าองค์กรต่าง ๆ ด้วยแนวทางดังนี้

  • การเช่าใช้ลิขสิทธิ์ของ Software ต่าง ๆ แบบ Subscription ได้ ทำให้องค์กรมีทางเลือกใหม่ ๆ สำหรับการใช้งาน Software ชั้นนำในการดำเนินธุรกิจองค์กรเพิ่มเติม ในขณะที่องค์กรเองก็มั่นใจได้ว่าจะได้ใช้งาน Software ที่ใหม่ล่าสุดอยู่เสมอ
  • การเช่าใช้ Hardware และ IT Infrastructure ได้ในแบบ Subscription ทำให้องค์กรสามารถเริ่มต้นใช้งานโซลูชันต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุงดูแลรักษาหรือการอัปเกรดอีกต่อไป
  • การให้บริการเสมือน CSD IT Services เป็นพนักงานภายในองค์กรของลูกค้า ทำให้องค์กรต่าง ๆ สามารถเริ่มต้นใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลถึงการขยายฝ่าย IT เพื่อมารองรับกับการดูแลเทคโนโลยีเหล่านี้อีกต่อไป และทำให้ฝ่าย IT ขององค์กรสามารถทำงานในเชิงรุกได้มากขึ้น

 

ถึงแม้แนวทางเหล่านี้จะถือว่ายังใหม่ในประเทศไทย แต่ในต่างประเทศการให้บริการแบบ Managed Service สำหรับธุรกิจ IT นี้ถือเป็นแนวทางที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะการที่องค์กรต่าง ๆ จะก้าวไปสู่การทำ Digital Transformation ให้สำเร็จได้นั้น ฝ่าย IT ภายในองค์กรเองก็จะต้องถูกผันไปดูแลระบบ IT ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Core Business ขององค์กรให้มากขึ้น ในขณะที่การนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ภายในองค์กรเพื่อให้การทำงานของพนักงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้นนั้นก็ต้องเติบโตตามไปด้วยเช่นกัน และ Managed Service เองก็สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้เป็นอย่างดี

แต่ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะกับตลาดขององค์กรในประเทศไทย ทาง CSD IT Services เองนั้นก็ไม่ได้มีแต่บริการ Managed Service เพียงอย่างเดียวเท่านั้น การขายผลิตภัณฑ์ให้แก่องค์กรและการให้บริการตามสัญญาแบบปกติก็ยังคงเป็นทางเลือกที่ทาง CSD IT Services เตรียมไว้ให้สำหรับองค์กรที่ต้องการการซื้อขายระบบ IT ในแบบที่คุ้นเคยได้อยู่ด้วยเช่นกัน

 

 

สนใจติดต่อ CSD IT Services หรือตรวจสอบราคาได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจโซลูชันของ CSD IT Services และต้องการรายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติม หรือต้องการใบเสนอราคาเพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการลงทุน สามารถติดต่อทีมงานของ CSD IT Services ได้โดยตรงที่โทร 02-088-8000  หรืออีเมล ricoh_callcenter@ricoh.co.th หรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของทาง CSD IT Services ได้ทันทีที่ http://www.csditservices.com/

นอกจากนี้ทาง CSD IT Services ยังมี Brochure ที่รวมราคาของบริการต่าง ๆ เอาไว้อย่างครบถ้วน โดยผู้ที่สนใจสามารถกรอกแบบฟอร์มดังต่อไปนี้เพื่อโหลดเอกสารรายละเอียดของโซลูชันพร้อมราคาได้ทันที



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Intel Inside! รถไร้คนขับของ Audi ประกาศใช้หน่วยประมวลผลจาก Intel

Audi ได้ออกมาเปิดเผยว่ารถยนต์ไร้คนขับรุ่น 2018 Audi A8 จะใช้หน่วยประมวลผลจาก Intel เพื่อสร้างรถยนต์ไร้คนขับในระดับ Level 3 Autonomous Driving

IBM เปิดตัวบริการ IoT Security Testing Service ให้กับ IBM Watson IoT Platform

จากสถิติของ Ponemon Institute ชี้ว่า 58% ของเหล่าองค์กรนั้นทดสอบความปลอดภัยของระบบ Internet of Things (IoT) ในช่วงที่มีการติดตั้งใช้งานจริงเท่านั้น IBM มองว่าประเด็นนี้ยังเป็นช่องโหว่ที่ค่อนข้างใหญ่อยู่ทางด้านความมั่นคงปลอดภัย จึงเปิดตัวบริการ IBM …