การติดต่อสื่อสารเชิงธุรกิจ กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปี 2020

เทคโนโลยีสมัยใหม่ การทำงานแบบ New Normal และพฤติกรรมส่วนบุคคลของลูกค้าต่างส่งผลกระทบต่อการติดต่อสื่อสารเชิงธุรกิจในยุคดิจิทัลทั้งสิ้น Nextiva ร่วมกับ Poly และ AA-ISP จึงได้จัดทำรายงาน 2020 State of Business Communications Report เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนในวงการจากอุตสาหกรรมต่างๆ รวมแล้วกว่า 1,000 คนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ซึ่งสามารถสรุปเป็นหัวข้อที่น่าสนใจได้ดังนี้

เครื่องมือสำหรับการติดต่อสื่อสารเชิงธุรกิจที่ทันสมัยและเชื่อถือได้เป็นตัวแปรสำคัญขององค์กร

ปัจจุบันนี้เรามีสื่อกลางที่ใช้ในการติดต่อสื่อการกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพบเจอซึ่งหน้า การส่งอีเมล การโทรศัพท์ การคุยผ่านระบบ Video Conference หรือการแชต ซึ่งสื่อกลางที่เราใช้แต่ละอย่างนี้ต่างให้เป้าประสงค์ในการติดต่อสื่อสารที่แตกต่างกันไป บางโอกาสการใช้สื่อกลางแบบหนึ่งอาจเหมาะสมและให้คุณภาพที่ดีกว่าสื่อกลางอีกแบบหนึ่ง

แม้เราจะมีสื่อกลางให้เลือกใช้หลากหลาย แต่จากการสำรวจพบว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเลือกที่จะใช้วิธีการติดต่อสื่อสารแบบดั้งเดิมอย่างการพบเจอกัน การโทรศัพท์ หรือการส่งอีเมล ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะการสื่อสารด้วยเสียงนั้นถือเป็นสื่อกลางพื้นฐานสำหรับการสื่อสารที่มีความซับซ้อนและต้องใส่ใจในรายละเอียด อย่างไรก็ตาม พบว่าการคุยผ่านระบบ Video Conference เริ่มเป็นที่นิยมขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ในฐานะ “วิธีการที่ดีที่สุดรองจาก” การพูดคุยต่อหน้า เนื่องจากการทำงานจากภายนอกสถานที่หรือ Work from Home กลายเป็นวิถีการทำงานใหม่ (New Normal) ในการดำเนินธุรกิจ

ดังนั้นแล้ว การมีระบบ Voice และ Video Conference ที่ทันสมัยย่อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารทั้งระหว่างพนักงานภายในองค์กรด้วยกันเองและระหว่างพนักงานกับลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ที่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงการพบปะซึ่งหน้าอย่างในปัจจุบัน ในทางตรงกันข้าม การสื่อสารที่ไร้ประสิทธิภาพอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อองค์กร เช่น ผิดนัดลูกค้าลูกค้า ส่งมอบงานผิดหรือไม่ทันเดดไลน์ เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องกับรายงานที่ราว 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า ปัญหาของการติดต่อสื่อสารเชิงธุรกิจนี้ทำให้พวกเขาต้องสูญเสียลูกค้าหรือพลาดเดดไลน์ที่สำคัญมาแล้ว

ใช้ให้เหมาะกับสไตล์การทำงาน สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ต่างๆ

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการติดต่อสื่อสารเชิงธุรกิจ คือ การมีเครื่องมือที่ครอบคลุมทุกสไตล์การทำงาน ทุกสภาพแวดล้อม และตอบโจทย์ทุกสถานการณ์ จากการสำรวจพบว่า ร้อยละ 59 ของผู้ตอบแบบสำรวจใช้อุปกรณ์ในการติดต่อสื่อสารถึง 3 เครื่องในที่ทำงาน คำถามคือ ทำไมถึงต้องใช้มากกว่า 1 เครื่องล่ะ? นั่นก็เพราะอุปกรณ์แต่ละเครื่องตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันไป หรือใช้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เช่น สมาร์ตโฟนเหมาะสำหรับใช้งานขณะเคลื่อนที่ ในขณะที่โทรศัพท์ตั้งโต๊ะเหมาะสำหรับการสื่อสารกับภายนอกองค์กรภายใต้สถานที่ที่ถูกกำหนดไว้ ส่วนซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์ก็เหมาะที่สุดสำหรับการโทรหากันภายในหรือประชุมออนไลน์ผ่าน Video Conference เป็นต้น

โทรศัพท์ตั้งโต๊ะยังมีประโยชน์แม้จะต้อง Work form Home

ถึงแม้ว่าการติดต่อสื่อสารผ่านกล้องวิดีโอและหูฟังจะเริ่มเป็นที่นิยมในบางสถานการณ์ แต่โทรศัพท์ตั้งโต๊ะก็ยังคงมีความสำคัญในช่วงสถานการณ์ Work from Home นี้ด้วย รายงานระบุว่า มีผู้ตอบแบบสำรวจที่ใช้โทรศัพท์ตั้งโต๊ะเป็นประจำทุกวันมากถึง 59% และราว 70% ต้องใช้โทรศัพท์ตั้งโต๊ะอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับโทรศัพท์มือถือและซอฟต์แวร์สำหรับติดต่อสื่อสารบนคอมพิวเตอร์ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ให้บริการหลายรายยังระบุอีกว่า ผู้ที่ใช้โทรศัพท์ตั้งโต๊ะเป็นประจำทุกวันได้นำโทรศัพท์ของตนกลับบ้าน เพื่อให้สามารถทำงานภายใต้ช่วง COVID-19 นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

นอกจากตอบโจทย์สไตล์การทำงานแล้ว โทรศัพท์ตั้งโต๊ะยังมีจุดได้เปรียบ คือ ความสามารถในการบริหารจัดการจากศูนย์กลาง ผู้ให้บริการหลายรายใช้ฟีเจอร์นี้ในการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อโทรศัพท์ของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ในแบบที่โทรศัพท์มือถือหรือแอปพลิเคชันสำหรับติดต่อสื่อสารไม่สามารถทำได้

Poly โซลูชันการติดต่อสื่อสารคุณภาพสูง ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ผลพวงของ COVID-19 ทำให้เรากำลังเดินทางเข้าสู่ยุคที่ทุกองค์กรจำเป็นต้องแสวงหาวิธีทำงานใหม่ๆ ให้พร้อมรองรับกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ (อย่างไม่คาดฝัน) แน่นอนว่าการติดต่อสื่อสารยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ และเพื่อให้การติดต่อสื่อสารเชิงธุรกิจทั้งระหว่างพนักงานด้วยกันเองและลูกค้ามีประสิทธิภาพสูงสุด รับส่งสารได้อย่างถูกต้อง Poly จึงได้นำเสนอโซลูชันที่ผสานรวมความเชี่ยวชาญทั้งด้านระบบเสียงและระบบวิดีโอไว้ด้วยกัน ตอบโจทย์การสื่อสารผ่านระบบ Video Conference ที่เป็นสื่อกลางที่ดีที่สุดรองจากการคุยกันต่อหน้า ซึ่งกระทำได้ยากในช่วงที่จำเป็นต้องเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างเคร่งครัด โซลูชันของ Poly ถูกออกแบบมาให้พร้อมใช้งานกับทุกสไตล์การทำงาน และทุกสภาพแวดล้อม ทั้งการใช้งานในออฟฟิศ ที่บ้าน หรือระหว่างเดินทาง ที่สำคัญคือเลือกใช้ภายใต้ทุกสถานการณ์ในอุปกรณ์เดียวได้ เพิ่มความสะดวกสบายไปอีกขั้น นอกจากนี้ยังสามารถบริหารจัดการอุปกรณ์ทั้งหมดจากศูนย์กลางได้อีกด้วย

อ่านรายงาน 2020 State of Business Communications Report ฉบับเต็มได้ที่นี่

โปรโมชันพิเศษจาก Exclusive Networks

สำหรับผู้ที่สั่งซื้อ Poly Studio USB Video Bar ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2020 รับฟรี Limited Lifetime Warranty *

Poly Studio USB Video Bar เป็นระบบ Video Conference ที่ถูกออกแบบมาสำหรับห้องประชุมขนาดเล็กโดยเฉพาะ มีขนาดกระทัดรัด (70 x 7 x 10.5 ซม.) น้ำหนักเบาเพียง 2.34 กิโลกรัม สามารถเคลื่อนย้ายและเชื่อมต่อกับหน้าจอเพื่อใช้งานได้ง่ายผ่าน USB ด้วยคุณสมบัติ Plug-and-play มาพร้อมกับกล้องวิดีโอระดับ UHD 2160p (4K) ไมโครโฟนและลำโพงแบบ Stereo รองรับการใช้งานร่วมกับ Microsoft Teams, Zoom, Cisco Webex, GoToMeeting และแพลตฟอร์ม Video Conference อื่นๆ

คุณสมบัติเด่นของ Poly Studio USB Video Bar ประกอบด้วย

  • Presenter Tracking: แพนกล้องตามผู้พูดแม้ในขณะเคลื่อนไหวโดยอัตโนมัติ
  • Automatic Speaker Tracking: จับภาพผู้พูดโดยอัตโนมัติ
  • Group Framing: จับภาพรวมของผู้ที่อยู่ในห้องประชุมให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุด
  • Conversation Mode: แสดงภาพคู่สนทนา 2 ท่านพร้อมกันบนหน้าจอเดียวกัน
  • NoiceBlockAI และ Acoustic Fence: เทคโนโลยีป้องกันและตัดเสียงรถบกวนอัจฉริยะ
  • ใช้งานร่วมกับทุกแพลตฟอร์มโดยไม่ต้องติดตั้งไดรฟ์เวอร์ (Plug-and-play)

* เงื่อนไขของ Limited Lifetime Warranty

  • ลูกค้าสามารถเคลมอุปกรณ์ได้ตลอดอายุการใช้งานจนกว่าทาง Poly จะประกาศ End Of Sales
  • รับประกันเฉพาะกรณีที่เป็นปัญหาจากตัวฮาร์ดแวร์เองเท่านั้น
  • ลูกค้าจะได้รับอุปกรณ์ S/N ใหม่ (Refurbish) ภายใน 7 วันทำการ นับถัดจากวันที่ส่งอุปกรณ์มาซ่อมที่ศูนย์ซ่อม Exclusive Networks (Thailand)
  • การรับประกันไม่รวมกรณีที่เกิดจากไฟกระชาก การใช้งานที่ไม่ถูกวิธี การทำอุปกรณ์เสียหายโดยปัจจัยภายนอก เช่น ตกหรือกระแทก การดัดแปลงอุปกรณ์ และอื่นๆ ตามนโยบายการรับประกันของ Poly
  • Poly และ Exclusive Networks (Thailand) ขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อ Exclusive Networks ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Poly อย่างเป็นทางการในประเทศไทยได้ที่

Product Manager – คุณสิริพรรณ ประวัติพัฒนากูล
Tel: 02 694 1421-3 ext. 2302
Email: SPrawatphathanakul@exclusive-networks.com

Inside Sales Representative – คุณชุติเดช จักรรุ่งโรจน์
Tel: 02 694 1421-3 ext. 2104
Email: CJukrungrog@exclusive-networks.com

เกี่ยวกับ Exclusive Networks

Exclusive Networks เป็นผู้เชี่ยวชาญ VAD ระดับโลกทางด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และโซลูชันระบบคลาวด์ ซึ่งเป็น 2 เทคโนโลยีหลักที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในยุคดิจิทัล ศักยภาพอันเด่นชัดนี้ได้รับการสนับสนุนโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศ ทักษะอันหาที่เปรียบไม่ได้ และการเป็นเจ้าของบริการอันแสนประทับใจตั้งแต่การสนับสนุนเชิงเทคนิกก่อนและหลังการขาย ไปจนถึงการใช้เช่า การอบรม การให้บริการอย่างมืออาชีพ และการบริหารจัดการโปรเจ็กต์ระดับโลก ด้วยการมีสำนักงานกระจายอยู่ใน 5 ภูมิภาค กว่า 100 ประเทศทั่วโลก Exclusive Networks มีโมเดล “การขายแบบภายในท้องถิ่น ในสเกลระดับโลก” อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งช่วยให้เหล่าพันธมิตรสามารถประสบความสำเร็จในการก้าวสู่ระดับโลกได้ ในขณะที่สามารถส่งมอบผู้จัดจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญและมุ่งมั่นในการให้บริการภายท้องถิ่นซึ่งพร้อมเพิ่มมูลค่าการให้บริการได้ในเวลาเดียวกัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.exclusive-networks.com



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] Detecting Ransomware with Veeam by CSL

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Detecting Ransomware with Veeam” เพื่อเรียนรู้การปกป้องข้อมูลจาก Ransomware และการปรับปรุงแผน Business Continuity ให้รองรับกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น และสอดคล้องกับ …

Qlik เข้าซื้อกิจการ Blendr.io เสริมการทำ iPaaS ช่วยดึงข้อมูลโดยอัตโนมัติมาทำการวิเคราะห์ได้ง่ายขึ้น

Qlik ได้ประกาศถึงการเข้าซื้อกิจการของ Belndr.io ผู้พัฒนาโซลูชัน Embedded Integration and Automation Platform (iPaaS) สำหรับใช้ในการผสานดึงข้อมูลจากบริการ SaaS และ Cloud มาใช้ในการวิเคราะห์ได้ในอัตโนมัติและ Real-Time ยิ่งขึ้น