Yahoo! ยอมจ่ายเงินชดเชย 2,560 ล้านบาทให้นักลงทุน จากเหตุข้อมูลลูกค้านับพันล้านคนรั่วไหล

Yahoo! ได้ตกลงที่จะทำการจ่ายเงินค่าเสียหายเป็นมูลค่า 80 ล้านเหรียญหรือราวๆ 2,560 ล้านบาทแก่เหล่านักลงทุนที่ร่วมกันฟ้อง Yahoo! ในเหตุข้อมูลลูกค้านับพันล้านคนรั่วไหลแล้ว

 

Credit: Yahoo!

 

การฟ้องร้องกลุ่มครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อมกราคม 2017 ด้วยข้อกล่าวหาว่า Yahoo! นั่นทำการทุจริตผิดไปจากกฎข้อบังคับด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ระบุให้ทำการเปิดเผยข้อมูลแก่ลูกค้าและผู้เกี่ยวข้องเมื่อตรวจพบเหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหล ซึ่งเมื่อเรื่องราวเหล่านี้ถูกเปิดเผยมาในภายหลังก็ทำให้หุ้นของ Yahoo! ตกลงอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี การตกลงของ Yahoo! ในครั้งนี้อาจยังมีการเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากมีผู้ฟ้องร้องบางคนยังคงไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ แต่หากศาลทำการตัดสินอนุญาตอย่างเป็นทางการแล้ว กรณีนี้จะกลายเป็นกรณีแรกที่มีการจ่ายค่าเสียหายให้กับเหล่านักลงทุนที่มูลค่าของหุ้นลดลงจากการเปิดเผยกรณีข้อมูลรั่วไหลดังกล่าวนอกระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และจะนำมาซึ่งการฟ้องร้องและดำเนินการทางกฎหมายอย่างเป็นทางการกับกรณีข้อมูลรั่วไหลครั้งใหญ่ๆ กรณีอื่นๆ ต่อไป

ณ เวลานี้ในสหรัฐอเมริกายังมีกรณีการฟ้องร้องที่คล้ายคลึงกับกรณีของ Yahoo! นี้อยู่อีก 6 คดี ซึ่่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร

 

ที่มา: https://www.infosecurity-magazine.com/news/yahoo-agrees-80m-settlement/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์