ไขข้อข้องใจ ทำไมฮาร์ดแวร์ของ Oracle จึงเร็วกว่า ถูกกว่า และมั่นคงปลอดภัยกว่า

เร่งความเร็วการประมวลผล SQL การเข้ารหัสข้อมูล และเพิ่มความมั่นคงปลอดภัยระดับฮาร์ดแวร์ด้วย Software in Silicon

เป็นที่ทราบกันดีว่า Oracle เป็นผู้นำทางด้านระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลซึ่งมีประสบการณ์การให้บริการมานานเกือบ 40 ปี โดย Oracle มุ่งมั่นที่จะพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการฐานข้อมูลให้มีฟีเจอร์ ประสิทธิภาพ และความรวดเร็วเหนือกว่าผลิตภัณฑ์อื่น แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ยุค Digital Transformation การพึ่งพาประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป Oracle จึงได้พัฒนา “Engineered Systems” ซึ่งเป็นระบบฮาร์ดแวร์ของ Oracle สำหรับสนับสนุนซอฟต์แวร์ของ Oracle โดยเฉพาะ

Engineered Systems เป็นระบบ Integrated System ซึ่งประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์เซิร์ฟเวอร์ ระบบจัดเก็บข้อมูล และระบบเครือข่าย ที่ถูกออกแบบโดยผ่านการคำนวณเชิงวิศวกรรมมาเป็นอย่างดี อัดแน่นด้วยคุณสมบัติต่างๆ เพื่อให้ซอฟต์แวร์ของ Oracle สามารถแสดงประสิทธิภาพการทำงานได้ถึงขีดสุดอย่างที่ฮาร์ดแวร์ของผลิตภัณฑ์อื่นไม่สามารถเทียบได้ หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดของ Engineered Systems คือ “Software in Silicon” บน Oracle SPARC SuperCluster

Software in Silicon เร่งความเร็วในระดับ CPU

Software in Silicon เป็นการนำฟังก์ชันทั่วไปที่ใช้บ่อยบนซอฟต์แวร์มาดำเนินการบนระดับ CPU แทน เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การร้องขอ SQL การบีบอัดข้อมูล เป็นต้น เพื่อเร่งความเร็วในการดำเนินงานจนถึงขีดสุด และสามารถจัดการธุรกรรมที่ถูกเข้ารหัสได้โดยแทบไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบ

คุณสมบัติสำคัญของ Software in Silicon ประกอบด้วย

  • Silicon Secured Memory – ป้องกันการโจมตีประเภท Buffer Overflow เช่น Heartbleed และ Venom
  • Encryption Accelerators – เพิ่มความเร็วในการเข้ารหัสและการทำแฮชประเภทต่างๆ
  • Data Analytics Accelerators (DAX) – เพิ่มความเร็วในการทำ Data Analytics, Big Data และ Machine Learning ผ่านการทำ Query Offloading และการเพิ่มแบนด์วิดท์ของหน่วยความจำ

เพิ่มความมั่นคงปลอดภัยของซอฟต์แวร์ด้วยเทคนิคระดับฮาร์ดแวร์

Software in Silicon มาพร้อมกับฟังก์ชันด้านความมั่นคงปลอดภัยในระดับ CPU คือ Silicon Secured Memory ซึ่งทำหน้าที่ Memory Intrusion Detection แบบ Always-on กล่าวคือ แอพพลิเคชันสามารถเข้าถึงพื้นที่หน่วยความจำเฉพาะส่วนที่ตนเองจอง (Allocate) ไว้ได้เท่านั้น การเข้าถึงหน่วยความจำพื้นที่อื่นๆ นอกเหนือจากนั้นจะถูกบล็อก เพื่อป้องกันการโจมตีแบบ Buffer Overflow เช่น Heartbleed และ Venom วิธีการนี้นอกจากจะมีประสิทธิภาพดีกว่าการทำงานในระดับซอฟต์แวร์แล้ว ยังช่วยลดภาระของโปรแกรมเมอร์ในการเขียนโค้ดเพื่อป้องกัน Buffer Overflow อีกด้วย

เร่งความเร็วการเข้ารหัสข้อมูลจนถึงขีดสุด

จุดเด่นของ Oracle SPARC ที่เหนือกว่าสถาปัตยกรรมอื่น คือ นอกจากมีหน่วยประมวลผล Encryption Accelerators จับคู่กับ CPU Core แบบ 1 ต่อ 1 เพื่อเร่งความเร็วในการเข้ารหัสข้อมูลทั้งแบบ Symmatric และ Asymmatric แล้ว ยังสามารถเร่งความเร็วของฟังก์ชันแฮช เช่น MD5, SHA-1, SHA-256 และ SHA-512 ได้อีกด้วย ยกตัวอย่าง Oracle SPARC M7 ที่มี Encryption Accelerator มากถึง 32 หน่วย คู่กับ CPU จำนวน 32 Cores

ผลทดสอบล่าสุดแสดงให้เห็นว่า Oracle SPARC M7 สามารถใช้งานระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลของ Oracle เมื่อมีการเข้ารหัสข้อมูลได้เร็วกว่าผลิตภัณฑ์อื่นสูงสุดถึง 2.3 เท่า ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการประมวลผลข้อมูลที่เข้ารหัสแบบ End-to-end เพิ่มขึ้นเพียง 33% เท่านั้น ที่สำคัญคือ ค่าใช้จ่ายโดยรวมทั้งหมดถูกกว่าผลิตภัณฑ์อื่นถึง 79%

นอกจากนี้ ผลการทดสอบยังระบุอีกว่า “SPARC M7 ใช้ประโยชน์จากชุดคำสั่งพิเศษบนชิป M7 ซึ่งถูกออกแบบมาให้ทำงานกับระบบฐานข้อมูลของ Oracle โดยเฉพาะ จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมชิป SPARC M7 จึงมี Overhead ต่ำกว่าหน่วยประมวลอื่นอย่างเห็นได้ชัด ผลกระทบ [ของการเข้ารหัสข้อมูลแบบ End-to-end] บนเวลาที่ใช้ตอบสนองผู้ใช้แทบจะเป็นศุนย์ (~ 2%) นั่นหมายความว่า ผู้ใช้ที่เข้ารหัสซอฟต์แวร์ Oracle โดยใช้เซิร์ฟเวอร์ SPARC M7 แทบจะไม่ได้รับผลกระทบในการใช้งานจริงเลย” ซึ่งสอดคล้องกับผลทดสอบของ SPECjEnterprise2010 ที่ระบุว่าการเข้ารหัสข้อมูลแบบ End-to-end ของ Oracle SPARC ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับไม่เข้ารหัสข้อมูลเพียง 2% เท่านั้น

อ่านรายงานผลการทดสอบฉบับเต็มได้ที่: https://wikibon.com/encrypting-oracle-workloads-becomes-cost-effective-and-mandatory/

เหนือกว่าทั้งการใช้ Java, Database และ Big Data

Oracle SPARC SuperCluster เป็นฮาร์ดแวร์ที่รวมความสามารถของ Exadata และ Exalogic ไว้ด้วยกัน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานระบบฐานข้อมูลของ Oracle, Java และ Application บนระบบปฏิบัติการ Solaris โดยเฉพาะ มีคุณสมบัติเด่นที่ได้มาจากการออกแบบสถาปัตยกรรมแบบ Software in Silicon คือ Data Analytics Accelerators (DAX) ซึ่งช่วยเร่งความเร็วในการค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูล Oracle ได้สูงสุดถึง 10 เท่า ในขณะที่ช่วยลดขั้นตอนและภาระการทำงานของ CPU Core ให้ไปทำงานอื่นแทนได้

ประสิทธิภาพของ Oracle SPARC S7-2 (4.27 GHz S7 Core) เทียบกับ Intel x86 (2.2 GHz E5 v4 Core) เป็นดังนี้

  • Java Application: เร็วกว่า 1.7 เท่า โดยมีความเร็วสูงสุดที่ 4,112 jOPS/Core
  • Open-source OLTP Database Benchmark: จำนวน Transaction ต่อนาทีต่อ Core เร็วกว่า 1.6 เท่า
  • NoSQL Big Data Benchmark: เร็วกว่า 1.9 เท่า โดยมีความเร็วสูงสุด 21,300 OPS
  • Memory Bandwidth: สูงกว่า 2 เท่า

นอกจากนี้ Oracle ยังมี Open API สำหรับ DAX สำหรับสนับสนุนการทำงานร่วมกับระบบ Big Data อื่นๆ เช่น Apache Spark ซึ่งช่วยให้ได้ความเร็วสูงกว่าปกติถึง 6 เท่าอีกด้วย

ผู้ที่สนใจนำ Open API สำหรับ DAX ไปพัฒนาสามารถดูรายละเอียดได้ที่ https://community.oracle.com/community/softwareinsilicon/overview

8 เหตุผล ทำไม DBAs รุ่นใหม่จึงควรใช้ Oracle SPARC

  1. มีระบบรักษาความมั่งปลอดภัยแบบ End-to-end ที่แข็งแกร่งและใช้งานง่ายที่สุด
  2.  ประสิทธิภาพการใช้งานสูงสำหรับทุกแอพพลิเคชันที่ทำงานบน Oracle Database
  3. เพิ่มความคล่องตัวให้ DevOps โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของแอพพลิเคชัน ความเสถียร หรือความมั่นคงปลอดภัย
  4. รองรับมาตรฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย เช่น PCI-DSS, DISA-STIG และ CIS พร้อมระบบจัดทำรายงานอย่างอัตโนมัติ
  5. ติดตั้งและบริหารจัดการได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการอัปเดตแพทช์หรือการปฏิบัติงานในแต่ละวัน
  6. ประหยัดจำนวน License ของ Oracle Database และ Middleware ลงได้สูงสุดถึง 50%
  7. ราคาและขนาดเหมาะสมกับความต้องการในท้องตลาด
  8. ไม่ต้องมีทักษะการใช้ Solaris OS หรือการดูแลระบบสำหรับการติดตั้ง Oracle Database รวมไปถึงมีคุณสมบัติ Software in Silicon ให้ใช้งานได้ทันที

Oracle SPARC พร้อมให้บริการในไทย มีฐานลูกค้าแล้วกว่า 50 รายทั่วประเทศ

Oracle ประเทศไทยให้บริการแพลตฟอร์ม Oracle SPARC มาตั้งแต่ปี 2010 รวมแล้วเป็นระยะเวลานานกว่า 6 ปีเต็ม โดยมีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาในการเลือกใช้อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ให้เหมาะสมกับซอฟต์แวร์ของ Oracle ประเภทต่างๆ รวมไปถึงสภาวะแวดล้อมภายในองค์กรของผู้ใช้ ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานใน Data Center, Private Cloud และ Hybrid Cloud ที่สำคัญคือมีการจับมือกับ INET เพื่อให้บริการ INET SPARC on Cloud ในประเทศไทย พร้อมให้ผู้ที่สนใจเช่าใช้ Oracle SPARC ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายด้าน CapEx และ OpEx ให้เหลือน้อยที่สุด

ปัจจุบันนี้ Oracle ประเทศไทยมีฐานลูกค้าผู้ใช้ฮาร์ดแวร์ Engineered Systems มากกว่า 50 รายทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการธนาคาร ค้าปลีก (Retail) ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หน่วยงานด้านพลังงาน และอื่นๆ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขายของ Oracle อีเมล market_th@oracle.com



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ระวัง !! ดูหนังเพลินๆ อาจถูกแฮ็คคอมพิวเตอร์ผ่านไฟล์ Subtitle ที่โหลดมาได้

Check Point ผู้ให้บริหารโซลูชัน Next-generation Firewall ยักษ์ใหญ่ของโลก ออกมาแจ้งเตือนถึงช่องโหว่บนโปรแกรมเล่นวิดีโอ ซึ่งช่วยให้แฮ็คเกอร์สามารถสร้างไฟล์ Subtitle แบบพิเศษขึ้น เพื่อใช้ลอบรันคำสั่งบนเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมายได้ตามต้องการ

สัมภาษณ์คุณสุทัศน์ GM แห่ง Express Software Group ผู้พัฒนาระบบซอฟต์แวร์บัญชีชื่อดังของไทย กับการก้าวสู่ Cloud ในปัจจุบัน

ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้รับเชิญให้ไปสัมภาษณ์คุณสุทัศน์ สกุลนิวัฒน์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและ General Manager (GM) แห่งบริษัท เอ็กซ์เพรสซอฟท์แวร์กรุ๊ป จำกัด หรือที่สาย IT อย่างเราๆ รู้จักกันในชื่อซอฟต์แวร์บัญชี …