3 เหตุผล เปรียบเทียบ Oracle Exadata VS. DIY Infrastructure รัน Oracle Database

ระบบฐานข้อมูลยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุค Digital Transformation ที่ข้อมูลมีค่าเปรียบเสมือน “น้ำมัน” การจัดเก็บ ประมวลผล และเรียกใช้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วกลายเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้การดำเนินธุรกิจดิจิทัลมีความราบรื่น แน่นอนว่าหนึ่งในระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลที่ได้ความนิยมจากทั่วโลกมากที่สุดคงหนีไม่พ้น Oracle Database

เปรียบเทียบ Oracle Exadata – Converged Infrastructure ที่ดีที่สุดสำหรับ Oracle Database กับ DIY Infrastructure

Oracle เริ่มให้บริการระบบริหารจัดการฐานข้อมูลมาอย่างยาวนานเกือบ 40 ปีจนกลายเป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ทางด้านการบริหารจัดการฐานข้อมูลที่มีฟีเจอร์ครบครัน ทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีความเสถียรมากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม ด้วยความต้องการด้านประสิทธิภาพในการทำงานที่เพิ่มมากขึ้น การพึ่งพาแต่เพียงซอฟต์แวร์อย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป หลายองค์กรจึงเริ่มเสาะหาฮาร์ดแวร์ที่เหมาะสมและทรงพลังมาสนับสนุนการทำงานซอฟต์แวร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ด้วยเหตุนี้ Oracle จึงได้นำเสนอ Oracle Exadata ซึ่งเป็น Converged Infrastructure ที่ถูกออกแบบมาด้วยนวัตกรรมเชิงวิศวกรรมสำหรับทำงานร่วมกับ Oracle Database โดยเฉพาะ มีจุดเด่นที่ประสิทธิภาพสูงและความพร้อมในการใช้งานอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการจัดการกับ Database Workloads ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจดิจิทัล Oracle Exadata สามารถทำ Online Transaction Processing และ Data Warehousing ได้พร้อมกัน และมีซอฟต์แวร์ Exadata Storage เพื่อเพิ่มความเร็วในการ Query ข้อมูลจนถึงขีดสุดซึ่ง DIY Infrastructure ไม่สามารถทำได้

Wikibon Research ได้ทำการสำรวจลูกค้าผู้ใช้ Oracle Database หลายร้อยรายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อทำการเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการใช้ Oracle Exadata และ DIY Infrastructure (เช่น Converged Infrastructure) สำหรับรัน Oracle Database ในมุมมองต่างๆ ได้แก่ ประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่าย และการบริหารจัดการ ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1. ส่งมอบการสนับสนุนธุรกิจที่ยอดเยี่ยมกว่า

Oracle Exadata ช่วยเพิ่มมูลค่าเชิงธุรกิจได้สูงกว่า DIY Infrastructure ดังนี้

  • ลดเวลาในการติดตั้งเพื่อใช้งาน – ด้วยซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการ Infrastructure, ทำ Orchestration และ Automation แบบ Built-in ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถติดตั้งและเริ่มใช้งาน Oracle Exadata ได้เร็วกว่า DIY Infrastructure
  • ประสิทธิภาพสูงและ Latency ต่ำ – Oracle Exadata มาพร้อมกับส่วน Networking ประสิทธิภาพสูง, Built-in IO และซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการ Storage ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลด Latency ลง
  • นำเสนอข้อมูลเชิงลึกได้อย่างรวดเร็ว – จากการผสานการทำงานร่วมกันระหว่าง Database และ Storage Server ช่วยเร่งการทำงานของ Workload ที่ต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาล เช่น Analytics และ Artificial Intelligence (AI) ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

2. DIY Infrastructure ต้องลงทุนสูง

แม้จะต้องสนับสนุนธุรกิจด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่สูง แต่ Oracle Exadata ยังช่วยลด CapEx และ OpEx ของระบบโดยรวมด้วยเช่นกัน เพื่อให้ลูกค้าได้กำไรจากการใช้ Oracle Database License สูงสุด

  • ค่าใช้จ่ายตั้งแต่เริ่มติดตั้งไปจนถึงบำรุงรักษา DIY Infrastructure จนจบอายุการใช้งานสูงกว่าระบบ Oracle Exadata ที่ผสานรวมส่วน Compute, Network และ Storage ไว้ด้วยกันทั้งหมดถึง 53%
  • ในกรณีที่ใช้ DIY Infrastructure เราจำเป็นต้องผสานรวมส่วน Compute, Network และ Storage เข้าด้วยกัน จากนั้นทำการบริหารจัดการ ปรับแต่ง และอัปเดตแพตช์แต่ละส่วนด้วยตนเอง ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการจัดการและบำรุงรักษาสูงกว่า Oracle Exadata ที่รวมทุกอย่างไว้ด้วยกันเรียบร้อยแล้วเป็นอย่างมาก
  • DIY Infrastructure มีค่าใช้จ่ายการปฏิบัติงาน (Operational Costs) สูงกว่า Oracle Exadata ถึง 300%

3. Oracle Exadata ช่วยขจัดความซับซ้อนของระบบ

Oracle Exadata เป็นการผสานรวมระหว่างระบบฐานข้อมูลเข้าด้วยกันกับฮาร์ดแวร์อันทรงพลังที่ถูกออกแบบมาสำหรับ Oracle Database โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้การปฏิบัติงานด้าน IT มีความง่ายและเพิ่มความคล่องตัวของธุรกิจ

  • Oracle Exadata สามารถเปลี่ยนงานที่ผู้ดูแลระบบ DIY Infrastructure จะต้องลงมือทำด้วยตนเองให้กลายเป็นการปฏิบัติงานโดยอัตโนมัติได้ถึง 2 ใน 3
  • Oracle Exadata ช่วยให้การย้าย Oracle Database และ Applications ขึ้นสู่ระบบ Cloud ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีตัวเลือกในการวางระบบทั้งบน On-premises และ Oracle Cloud ที่หลากหลาย
  • Oracle Exadata มีสถาปัตยกรรมแบบ Scale-out ซึ่งช่วยให้การขยายระบบฐานข้อมูลและฮาร์ดแวร์ทำได้ง่าย รวดเร็ว และยืดหยุ่น ตามความต้องการที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจในอนาคต

ผู้ที่สนใจสามารถอ่านผลสำรวจการเปรียบเทียบระหว่าง Oracle Exadata และ DIY Infrastructure ฉบับเต็มจาก Wikibon Research ได้ที่ http://www.oracle.com/us/products/oracle-exadata-vs-roll-your-own-4406113.pdf


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Netflix เปิด Open Source ให้ Metaflow เครื่องมือบริหารจัดการโครงการ Python Data Science ที่ Netflix ใช้งานภายใน

Netflix ได้ออกมาประกาศ Open Source ให้กับ Metaflow เครื่องมือสำหรับบริหารจัดการ Python Data Science Project แบบครบวงจรที่ Netflix พัฒนาขึ้นมาใช้งานเป็นการภายใน ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับ Machine Learning Library ใดๆ ก็ได้ และสามารถทำงานร่วมกับ AWS ได้เป็นอย่างดี

Intel เปิดตัว Horse Ridge Cryogenic Control Chip สำหรับช่วยพัฒนา Quantum Computer

ในช่วงปลายปี 2019 นี้ข่าวคราวด้าน Quantum Computer เองก็ถือว่าน่าติดตามไม่น้อย และทาง Intel เองก็เริ่มมีการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับตอบรับต่อแนวโน้มด้านนี้ออกมาเรื่อยๆ โดยหนึ่งในประกาศล่าสุดนี้ก็คือการเปิดตัว Horse Ridge ระบบ Cryogenic Control Chip สำหรับทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบสำคัญภายในระบบ Quantum Computer เพื่อช่วยให้การพัฒนาศาสตร์ด้าน Quantum Computer นี้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง