6G เทคโนโลยีเครือข่ายแห่งอนาคตที่ยังไม่มีใครอยากจ่ายเงินลงทุน

โลกโทรคมนาคมกำลังเตรียมก้าวเข้าสู่ยุค 6G โดยคาดการณ์ว่าจะเริ่มเปิดใช้งานเชิงพาณิชย์ครั้งแรกในปี 2029 แม้ตัวเทคโนโลยีจะรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ฝั่งผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั่วโลกกลับยังไม่อยู่ในจุดที่พร้อมจะลงทุน สาเหตุหลักมาจากบาดแผลในการสร้างผลกำไรจากโครงสร้างพื้นฐาน 5G ที่ยังไม่คืนทุนตามเป้าหมาย

ข้อมูลจาก Juniper Research ระบุว่า 3GPP หรือ Third Generation Partnership Project เตรียมเผยแพร่ข้อกำหนดทางเทคนิคของ 6G ฉบับแรกภายในปี 2028 โดยสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้จะเป็นกลุ่มประเทศผู้นำในการเปิดตัวช่วงแรก ซึ่งยอดการใช้งานจะเริ่มต้นที่ 4.6 ล้านการเชื่อมต่อในปี 2029 ก่อนจะก้าวกระโดดเป็น 2.9 พันล้านการเชื่อมต่อภายในปี 2035 โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกและจีนจะครองสัดส่วนการเชื่อมต่อสูงถึง 75% ของโลกภายในปี 2030 ตามมาด้วยอเมริกาเหนือ ขณะที่ยุโรปตะวันตกจะรั้งท้ายทิ้งห่าง

นักวิเคราะห์จาก CCS Insight ประเมินว่า การเติบโตของ 6G ในช่วงแรกจะคล้ายคลึงกับตัวเลขผู้ใช้งาน 5G ในช่วงปลายปี 2020 อย่างไรก็ตาม การขยายโครงข่ายในภาพรวมอาจล่าช้ากว่าที่ตลาดคาดหวัง ผู้ให้บริการเครือข่ายกำลังเผชิญหน้ากับความเป็นจริงที่ว่า 5G ยังทำเงินได้ยาก หาก 6G ไม่มีกรณีศึกษาที่ชัดเจนและสามารถสร้างรายได้จริง การขยายโครงข่ายสู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไปจะเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า โดยช่วงแรกอาจถูกจำกัดไว้สำหรับการใช้งานระดับองค์กรหรือการทหารเป็นหลัก

สอดคล้องกับมุมมองของ PP Foresight ที่ระบุว่า ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยังไม่ได้นำ 6G เข้ามาอยู่ใน Roadmap ปัจจุบัน เพราะถือเป็นสิ่งที่เข้ามารบกวนกับเป้าหมายหลักของอุตสาหกรรมในเวลานี้คือการเร่งคืนทุนจาก 4G และ 5G พร้อมกับพิสูจน์มูลค่าเชิงพาณิชย์ของ 5G-Advanced ส่วน 6G จะถูกนำมาใช้เพื่อโชว์ศักยภาพทางเทคโนโลยีในอีเวนต์ระดับโลก เช่น โอลิมปิกฤดูร้อน 2028 ที่ลอสแอนเจลิส มากกว่าการเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบ

ความท้าทายสำคัญที่อุตสาหกรรมต้องเร่งแก้คือการจัดสรรคลื่นความถี่ และการรบกวนของสัญญาณในย่านความถี่สูง ก่อนหน้านี้ GSMA เคยเสนอแนะให้ใช้ย่านความถี่ 7-24 GHz แต่ปัจจุบันได้ปรับมุมมองและหันมาให้ความสนใจย่านความถี่ที่ต่ำลงมา เพื่อลดข้อจำกัดด้านระยะทางและเพิ่มความครอบคลุมของสถานีฐานให้คล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมของ 5G

สำหรับเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเป็นรากฐานของ 6G มีการผสมผสานทั้งนวัตกรรมล้ำยุคและเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติ ได้แก่

  • Reconfigurable Intelligent Surfaces (RIS): วัสดุที่มีคุณสมบัติทางแม่เหล็กไฟฟ้าพิเศษ ช่วยลดผลกระทบจากการรบกวนของสัญญาณ ช่วยปลดล็อกการใช้งานคลื่นความถี่ย่าน Terahertz สำหรับ 6G
  • Space-Air-Ground Integrated Network (SAGIN): การผสานรวมโครงข่ายดาวเทียมเข้ากับโครงข่ายภาคพื้นดิน ขจัดปัญหาจุดบอดสัญญาณ สร้างการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อแม้ในพื้นที่ห่างไกลหรือกลางมหาสมุทร
  • Joint Communications and Sensing (JCAS): การเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายโทรคมนาคมให้ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อม เปิดมิติใหม่สำหรับการดึงข้อมูลมาใช้งานระดับองค์กร

ที่มา: https://www.theregister.com/networks/2026/05/27/6g-the-next-gen-of-wireless-tech-nobodys-ready-to-pay-for/5246136

About Veerapon Tangsiripathanawong

Check Also

Panduit และ Globaltronic ผนึกกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับ AI ในประเทศไทย [Guest Post]

Panduit ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าและเครือข่าย และ Globaltronic Intertrade (Globaltronic) ผู้ให้บริการโซลูชันด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานชั้นนำ มีความยินดีที่จะประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อเร่งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ชาญฉลาด และพร้อมรองรับอนาคตทั่วประเทศไทย

เชิญร่วมงานสัมมนา AI Infrastructure & Intelligent Networking Forum 2026 [17 ก.ย. @ Eastin Grand Hotel Sathorn]

Netmarks (Thailand) ขอเรียนเชิญผู้บริหารด้าน IT Infrastructure และ Network เข้าร่วมงานสัมมนา AI Infrastructure & Intelligent Networking Forum 2026 …