Wave Computing เตรียมเปิด Open Source ให้ Instruction Set Architecture ของ MIPS CPU กระตุ้นตลาดให้แข่งขันกันมากขึ้น

Wave Computing ได้ออกมาประกาศเปิด Open Source ให้กับ Instruction Set Architecture (ISA) ของ CPU สถาปัตยกรรมแบบ MIPS ในอนาคตอันใกล้ เพื่อให้เหล่าผู้ผลิต CPU มีทางเลือกในการผลิต System-on-Chip (SoC) กันมากขึ้น กระตุ้นตลาด CPU ให้เกิดการแข่งขันและเติบโตมากยิ่งขึ้นไปอีกก้าว

Credit: MIPS

การเปิด Open Source ในครั้งนี้จะอยู่ภายใต้โครงการ MIPS Open Program ซึ่งผู้เข้าร่วมจะสามารถเข้าถึง ISA รุ่นล่าสุดของ MIPS ทั้งแบบ 32-bit และ 64-bit ได้ฟรีๆ และไม่มีค่าใช้จ่ายด้านลิขสิทธิ์หรือ Royalty Fee แต่อย่างใด

Wave Computing นั้นต้องการเปิดให้ผู้ผลิต CPU สามารถเข้าถึง Open Source ของ CPU สถาปัตยกรรม RISC ที่มีทั้งมาตรฐานและมีสิทธิบัตรของตนเองได้ เพื่อให้ MIPS กลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่งและทำให้นวัตกรรมของ MIPS เติบโตต่อไปในอนาคต

SoC นี้ถือเป็นส่วนสำคัญของอุตสาหกรรม IT ในปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ต่ำ ทำให้สามารถผลิตชิป SoC จำนวนมากเพื่อตอบรับต่อความต้องการของระบบ Internet of Things (IoT) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งในอนาคตพลังประมวลผลที่สูงขึ้นของ SoC นี้เองก็จะเป็นหัวใจสำคัญของการทำ AI ในอุปกรณ์ที่่หลากหลาย

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ MIPS Open Initiative สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.wavecomp.ai/mipsopen

ที่มา: https://wavecomp.ai/wave-computing-launches-the-mips-open-initiative


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Veeam Availability Orchestrator v2 ออกแล้ว! พร้อมตอบโจทย์การทำ DR ในทุกองค์กร

Veeam ได้ประกาศออก Availability Orchestrator v2 แล้วซึ่งเปิดตัวเวอร์ชันแรกไปในปี 2018 โดยเวอร์ชันใหม่มีการเพิ่มขีดความสามารถให้ใช้งานได้ง่ายและรองรับการทำ DR ให้กับทุกองค์กร

จาก Mobile Banking สู่ Open Banking: เมื่อธนาคารทั่วโลกต้องให้บริการทางการเงินผ่าน API ตอบโจทย์ธุรกิจในยุค Digital

การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจธนาคารเองนั้นจะยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ เพราะก้าวถัดไปที่เหล่าธนาคารต้องปรับตัวกันต่อไปนั้นก็คือการก้าวสู่ API Economy ที่จะทำให้บริการทางด้านการเงินของธนาคารนั้นสามารถเชื่อมต่อกับ Digital Product อื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Web Application, Mobile Application หรือบริการรูปแบบใดๆ ก็ตาม เพื่อให้ผู้ใช้งานของ Digital Product นั้นๆ สามารถเรียกใช้งานบริการทางด้านการเงินได้อย่างสะดวกและง่ายดายยิ่งกว่าเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็มีชื่อเรียกกันว่า Open Banking นั่นเอง และบทความนี้เราก็จะพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับ Open Banking กันครับ