Sophos ประกาศเปิดตัว Sophos Fusion ระบบป้องกันภัยไซเบอร์แบบ AI-native defense system ที่รวมทุกจุดควบคุมด้านความปลอดภัยให้ทำงานร่วมกันบนสถาปัตยกรรมแบบเปิดเดียวกัน

ปัจจุบันองค์กรจำนวนมากต้องบริหารจัดการเครื่องมือด้านความปลอดภัยแยกกันมากกว่า 45 รายการตามข้อมูลของ Gartner ซึ่งทำให้ intelligence กระจัดกระจายอยู่ตาม silo และเครื่องมือแต่ละตัวเรียนรู้อยู่ลำพัง เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในระดับความเร็วของเครื่องจักร การเชื่อมโยงข้อมูล (correlation) ด้วยแรงงานคนจึงตามไม่ทัน Sophos มองว่าแนวคิด SIEM และ XDR เป็นทิศทางที่ถูกต้องแต่ยังไม่เพียงพอ เพราะทั้งสองอย่างเป็นการรวบรวมและเชื่อมโยงข้อมูลหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว ในขณะที่ defense system ที่แท้จริงต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียวแบบ real-time ด้วยเหตุนี้ Sophos Fusion จึงนำเสนอ SIEM และ XDR ในฐานะความสามารถหนึ่งภายในระบบ ไม่ใช่ขีดจำกัดสูงสุด
Sophos Fusion เป็นสถาปัตยกรรมแบบเปิดที่ทำให้ทุกจุดควบคุม ไม่ว่าจะเป็น endpoint, firewall, email, cloud, network, identity และ security operations ใช้ข้อมูลและ intelligence ชุดเดียวกันและตอบสนองเป็นหนึ่งเดียว โดยมีจุดเด่นสำคัญ 4 ประการ ได้แก่
- Unified context lake รวมทุกสัญญาณจากทุกจุดควบคุมเข้าสู่ data layer แบบ real-time ที่ใช้ร่วมกัน
- Synchronized Security เมื่อตรวจพบภัยคุกคามที่จุดใดจุดหนึ่ง จะกระตุ้นการตอบสนองในทุกจุดพร้อมกัน
- Agentic autonomy ควบคู่กับวิจารณญาณของมนุษย์ สามารถตรวจจับ สืบสวน และตอบสนองภายในขอบเขตที่นักวิเคราะห์ MDR กำหนดไว้
- Compounding intelligence ภัยคุกคามที่พบในองค์กรกว่า 625,000 แห่งที่ Sophos ปกป้องจะถูกป้อนกลับเข้าสู่ระบบ ทำให้ลูกค้าใหม่ได้รับ intelligence สะสมนี้ทันที
จุดสำคัญคือ Sophos Fusion เป็นสถาปัตยกรรมแบบเปิด ไม่ใช่ระบบปิด โดยรองรับการเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ 3rd-party มากกว่า 500 รายการที่ป้อนข้อมูลเข้าสู่ context lake เดียวกัน ทั้งนี้ Sophos Fusion คือวิวัฒนาการของ Sophos Central ที่ถูกออกแบบสถาปัตยกรรมใหม่สำหรับยุค AI ลูกค้า Sophos ทุกรายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้อยู่แล้ว โดยหน้า UI ของ Sophos Central จะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Sophos Fusion ในช่วงหลายเดือนข้างหน้าโดยที่ลูกค้าไม่ต้องดำเนินการใด ๆ
ในด้านผลลัพธ์ Sophos ใช้ Fusion ในการรัน agentic SOC ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดย 52% ของเคสถูกจัดการโดย AI ทั้งหมด และมีเวลาเฉลี่ยจากการแจ้งเตือนไปจนถึงการตอบสนองแบบอัตโนมัติ (alert-to-automated-response) เพียง 89 วินาที นอกจากนี้ Sophos ยังได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับ 1 ทั้งในกลุ่ม endpoint, EDR, XDR, MDR และ firewall บน G2 Summer 2026 อีกทั้งยังเป็นผู้จำหน่ายรายเดียวที่ได้รับการยกย่องเป็น Gartner Peer Insights Customers’ Choice ครบทั้ง Email Security, Endpoint Protection Platforms, MDR, XDR และ Network Firewalls
สำหรับแผนงานในอนาคต เริ่มตั้งแต่กลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป Sophos จะปรับปรุงความสามารถของ MDR ขยายขีดความสามารถของ Sophos XDR ด้วย analytics จาก Secureworks Taegis และเปิดตัว Next-Gen SIEM ใหม่ที่คิดราคาตามจำนวนผู้ใช้งานและ server แทนที่จะคิดตามปริมาณข้อมูล ต่อมาในเดือนตุลาคมจะเปิดตัว Sophos AI Defense ที่ให้ visibility และการควบคุมเครื่องมือ AI รวมถึง shadow AI และ Sophos CISO Advantage ที่ให้คำแนะนำระดับ CISO แก่ทุกองค์กร ครอบคลุมการตรวจสอบการควบคุมอย่างต่อเนื่อง การ mapping ด้าน compliance การเปรียบเทียบกับองค์กรอื่น (peer benchmarking) และการประเมินความเสี่ยง
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







